เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ดำเนินการส่งตัวกลุ่มคนไทยจำนวน 24 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเย็นวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กลุ่มคนไทยเหล่านี้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ ว่าอาจจะมีส่วนพัวพันกับขบวนการ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ในพื้นที่ สามเหลี่ยมทองคำ
การส่งมอบตัวครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–สปป.ลาว แห่งที่ 4 ในเขตอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยมีเจ้าหน้าที่ พนันออนไลน์ "MNGAME888" และจับกุมแก๊งทั้งหมดได้แล้ว">ตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมกันรับตัวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้คุมเข้มเพื่อตรวจสอบประวัติเชิงลึกของทุกคนอย่างละเอียด
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways:
- การส่งกลับคนไทย:ทางการ สปป.ลาว ส่งตัวคนไทยทั้งหมด 24 คน แบ่งเป็นชาย 15 คน และหญิง 9 คน กลับเข้าประเทศผ่านด่านเชียงของ
- หลักฐานที่ถูกยึด:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง และหนังสือเดินทาง 20 เล่ม
- การจับกุมผู้ต้องหา:พบผู้ต้องหาที่มีหมายจับติดตัวในคดีฉ้อโกงและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จำนวน 2 ราย ซึ่งถูกควบคุมตัวทันที
กลุ่มคนไทยทั้ง 24 คนนี้ ได้เดินทางเข้าไปยังแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ด้วยวิธีการที่หลากหลายและแตกต่างกันไป บางคนใช้เพียงหนังสือผ่านแดนชั่วคราวในการเข้าออกประเทศตามปกติ นอกจากนี้ บางรายอ้างว่าใช้เอกสารอื่นเพื่อเข้าไปทำงาน แต่กลับถูกทางการลาวจับกุมตัวในเวลาต่อมา
ทางการ สปป.ลาว มีความสงสัยอย่างยิ่งว่า คนกลุ่มนี้เข้าไปทำงานให้กับเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พวกเขาจึงถูกส่งตัวกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวน ตามรายงานข้อมูลเบื้องต้นจากสื่อต้นสังกัด ซึ่งเป็นแหล่งข่าวหลักของเหตุการณ์นี้
ในระหว่างการรับมอบตัวครั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐสามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนหลายรายการ สิ่งของเหล่านี้ประกอบไปด้วย โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และพาสปอร์ตส่วนตัวจำนวนมาก หลักฐานทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงลักษณะการทำงานที่เป็นขบวนการทางเทคโนโลยีอย่างชัดเจน
ตำรวจไซเบอร์เร่งกระบวนการคัดกรอง หวังขยายผลล่าตัวการใหญ่
หลังจากกระบวนการรับมอบตัวเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ ได้นำตัวทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรองอย่างรัดกุม พวกเขาต้องถูกสอบปากคำ ซักถามประวัติ และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์อย่างเข้มงวดที่สุด
เป้าหมายหลักของการสอบสวนในครั้งนี้ คือการพยายามหาตัวผู้บงการระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังขบวนการหลอกลวงข้ามชาติเหล่านี้ หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางไซเบอร์ พวกเขาจะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายไทยทันทีไม่มีข้อยกเว้น
การทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งด่านศุลกากรเชียงของ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ปัญหานี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อมุ่งทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติให้สิ้นซาก
รวบทันควัน 2 ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน
จากการตรวจสอบข้อมูลประวัติส่วนบุคคลในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบความจริงที่น่าตกใจอย่างมาก เนื่องจากมีผู้ร่วมขบวนการ 2 ราย ที่มีหมายจับคดีอาญาติดตัวอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองคนถูกตั้งข้อหาหนัก ทั้งในคดีฉ้อโกงประชาชนและกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ผู้ต้องหารายแรกคือ นายศรายุ อายุ 25 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เขาคนนี้มีหมายจับจากศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ถึง 2 หมาย และยังมีหมายจับจากศาลจังหวัดมหาสารคามติดตัวอยู่อีกด้วย
ส่วนผู้ต้องหารายที่สองคือ นายสมศักดิ์ อายุ 33 ปี เป็นชาวอำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร ชายคนนี้มีหมายจับของศาลแขวงพระนครใต้ติดตัวมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้งคู่ไว้ เพื่อเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจครั้งสำคัญ ให้คนไทยทุกคนระมัดระวังการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดระทึก! น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดเชียงรายสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับถนนเชียงแสน-เชียงของ
การยึดเงินสด 23 ล้านบาทที่ด่านชายแดนเชียงรายได้จุดชนวนให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วน
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี









