เชียงราย – เกาะติดสถานการณ์ภัยพิบัติทาง ภาคเหนือ ล่าสุด หลังจากเกิดวิกฤติ น้ำท่วม ฉับพลันและ น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย หลายจุดเริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้นและกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงประกาศเตือนภัยให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักข่าว ไทยรัฐออนไลน์ ระบุว่า แม้ระดับน้ำในบางพื้นที่เริ่มลดลงจนเกือบปกติแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังต้องเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย โดยเฉพาะในเขตชุมชนริมน้ำที่ยังคงมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากเรดาร์ตรวจอากาศตรวจพบกลุ่มฝนระลอกใหม่ที่อาจตกลงมาซ้ำเติมสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด:แม้ภาพรวมน้ำท่วมในเชียงรายเริ่มคลี่คลาย แต่ชาวบ้านริมน้ำแม่สายยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเรดาร์ยังพบกลุ่มฝนหนาแน่น
- ระบบเตือนภัยล่วงหน้าทำงานได้ดี:สถานี Early Warning ในตำบลเวียงพางคำ ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมงได้สูงถึง 102.0 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญให้กับคนในพื้นที่
- เร่งสร้างแนวป้องกัน:กองพลพัฒนาที่ 3 ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ได้เร่งวางแนวบิ๊กแบ็กและซ่อมแซมพนังกั้นน้ำตลอดแนวริมน้ำสายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน
สำหรับความคืบหน้าในอำเภอเชียงของ เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านห้วยเย็น ตำบลริมโขง ได้ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนประมาณ 20 หลังคาเรือน ล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าเคลียร์ดินโคลนและสิ่งกีดขวางบนถนนสายเชียงของ-เชียงแสน ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสามารถกลับมาสัญจรได้ตามปกติ
ขยับมาดูความเคลื่อนไหวที่อำเภอแม่สาย ตลอดแนวริมแม่น้ำสายตั้งแต่บริเวณบ้านถ้ำผาจมไปจนถึงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 เจ้าหน้าที่จากกองพลพัฒนาที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 37 และฝ่ายปกครอง ได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเสริมแนวบิ๊กแบ็กและซ่อมแซมพนังกั้นน้ำจนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งแนวป้องกันนี้มีความสูงเพียงพอที่จะรองรับมวลน้ำป่าระลอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในส่วนของวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนริมน้ำสาย เช่น บ้านถ้ำผาจม บ้านเกาะทราย และบ้านผามควาย ปัจจุบันยังคงใช้ชีวิตตามปกติแต่ไม่ประมาท โดยส่วนใหญ่ได้ทำการยกสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือเรียบร้อยแล้ว ขณะที่บ้านเรือนในเขตเสี่ยงภัยที่ติดกับสะพานแม่สายแห่งที่ 1 ซึ่งมีเกณฑ์ต้องถูกรื้อถอนนั้น ปัจจุบันไม่มีผู้อยู่อาศัยแล้วเนื่องจากเจ้าของบ้านได้ย้ายออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว
มาตรการเชิงรุกและการเฝ้าระวังน้ำป่าหลากซ้ำ
ทางด้านอุทกวิทยาที่ 4 เชียงแสน สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 กรมทรัพยากรน้ำ ได้เปิดเผยข้อมูลจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) พบว่าปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่ค่อนข้างสูง เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันอีกระลอก ยิ่งไปกว่านั้น จากการตรวจสอบระบบเรดาร์ตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ยังพบกลุ่มเมฆฝนปกคลุมและมีฝนตกซ้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงต้องสั่งสแตนด์บายกำลังพลและเครื่องจักรตลอด 24 ชั่วโมง
นอกเหนือจากการเฝ้าระวังเรื่องมวลน้ำแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาธิการยังได้เร่งเข้าตรวจสอบและซ่อมแซมความเสียหายของสะพานบ้านปางค่า ตำบลตับเต่า ซึ่งคอสะพานถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนชำรุดเสียหาย โดยตั้งเป้าหมายที่จะเร่งซ่อมแซมให้เสร็จสิ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้เส้นทางคมนาคมได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด ท่ามกลางการเอาใจช่วยของคนในพื้นที่
วิกฤตการณ์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ทหาร และประชาชนในท้องถิ่นที่ร่วมมือกันป้องกันความเสียหายอย่างสุดความสามารถ อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ฤดูฝนยังไม่สิ้นสุด การติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและการปฏิบัติตามคำเตือนของทางราชการอย่างเคร่งครัด ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับพี่น้องชาวเชียงรายในเวลานี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! คนไทย 24 คน เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง ถูกส่งตัวกลับประเทศที่ชายแดนเชียงราย-ลาว
สุดระทึก! น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดเชียงรายสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับถนนเชียงแสน-เชียงของ
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี









