เชียงราย – เชียงรายกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางกาแฟระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งผลักดันนโยบายยกระดับกาแฟเชียงรายสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นการใช้กล้าพันธุ์คุณภาพสูงเพื่อรับมือตลาดกาแฟพิเศษที่กำลังเติบโต โครงการนี้ตามรายงานของ เดลินิวส์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ แต่ยังมุ่งเน้นความยั่งยืนอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายหลัก:ดันกาแฟเชียงรายสู่ตลาด Specialty Coffee ระดับโลก ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และต้นกล้าคุณภาพสูง
- พื้นที่ยุทธศาสตร์:เชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟกว่า 55,000 ไร่ โดยมีแหล่งชื่อดังระดับสากลอย่าง ดอยช้าง ดอยวาวี และดอยตุง
- การสนับสนุนปี 2569: รัฐบาล เดินหน้าแจกจ่ายกล้าพันธุ์กาแฟกว่า 445,800 ต้นทั่ว ภาคเหนือ โดยพื้นที่เชียงรายได้รับ 127,000 ต้น
น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เชียงรายคือแหล่งผลิตกาแฟอาราบิก้าที่สำคัญที่สุดของ ประเทศไทย พื้นที่แห่งนี้มีภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาสินค้าเกษตร
แต่เกษตรกรไทยยังคงต้องรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งเรื่องสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่ขยับสูงขึ้น นอกจากนี้ ตลาดโลกยังต้องการสินค้าที่ปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องเร่งหาทางออกเพื่อรับมือกับเรื่องนี้
กระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟแบบครบวงจร รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กล้าพันธุ์ที่แข็งแรงและเหมาะกับพื้นที่ ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการแปรรูป ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กาแฟไทยแข่งขันได้
2026/07/2-6.webp" alt="พลิกโฉม "กาแฟเชียงราย" สู่ตลาดโลก: ดันเกษตรมูลค่าสูงด้วยกล้าพันธุ์พรีเมียม" width="1567" height="1045" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/2-6.webp?w=1567&ssl=1 1567w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/2-6.webp?resize=300%2C200&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/2-6.webp?resize=1024%2C683&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/2-6.webp?resize=768%2C512&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/2-6.webp?resize=1536%2C1024&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/2-6.webp?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
เน้นคุณภาพ ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม
การพัฒนากาแฟในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่การเร่งเพิ่มปริมาณผลผลิตอีกต่อไป ตลาดโลกต้องการกาแฟที่มีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ และมีคุณภาพที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจึงเป็นเรื่องจำเป็น
ที่สำคัญคือการเติบโตนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ เกษตรกรต้องใช้พื้นที่อย่างชาญฉลาด ไม่บุกรุกทำลายป่า และงดการเผาป่าโดยเด็ดขาด แนวทางนี้จะช่วยให้กาแฟไทยได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้ข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ ปัจจุบันเชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟมากกว่า 55,415 ไร่ แหล่งปลูกสำคัญอย่างดอยช้าง ดอยวาวี และดอยตุง ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องรสชาติที่ยอดเยี่ยม
กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเร่งถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเลือกกล้าพันธุ์ การดูแลสวน ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการแปลง จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้อย่างชัดเจน
เป้าหมายสำคัญคือการตอบสนองความต้องการของตลาดกาแฟพิเศษ ( Specialty Coffee ) ที่ให้ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้แข็งแกร่ง
ก้าวต่อไปของกาแฟไทยในตลาดโลก
ในปี 2569 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดเตรียมกล้าพันธุ์กาแฟคุณภาพสูงไว้สนับสนุนเกษตรกร รัฐบาลเตรียมแจกจ่ายกล้าพันธุ์รวม 445,800 ต้น ให้กับเกษตรกรใน 7 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อทดแทนต้นเก่าที่ทรุดโทรม
สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงราย จะได้รับโควตากล้าพันธุ์ทั้งหมด 127,000 ต้น แบ่งเป็นอาราบิก้า 112,000 ต้น และโรบัสต้า 15,000 ต้น โครงการนี้คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพลิกโฉมวงการกาแฟไทย
ตลาดกาแฟพิเศษทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคยุคใหม่ยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับกาแฟที่มีรสชาติซับซ้อนและมีเรื่องราวที่น่าสนใจ กาแฟเชียงรายมีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะเจาะตลาดกลุ่มนี้
รัฐบาลจึงเน้นย้ำเรื่องการสร้างจุดขายให้กาแฟแต่ละดอย การบอกเล่าที่มาของเมล็ดกาแฟ วิถีชีวิตของเกษตรกร และการผลิตที่รักษ์โลก จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างมหาศาล กาแฟไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ในตลาดสากลอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ก.ธ.จ. เชียงราย ลุยตรวจ 3 บิ๊กโปรเจกต์ 52 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวแม่สรวย
ดอยสะเคน จังหวัดเชียงราย กำลังพัฒนาเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญ
เชียงราย - Chiang Rai News
มฟล. สุดเจ๋ง! คว้ารางวัลสูงสุดเวที APPTech EXPO 2026 ดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดจริง

เชียงราย – มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมอีกครั้ง ล่าสุดผลงานวิจัยด้านสมุนไพรของมหาวิทยาลัยได้รับรางวัลระดับ “ดีมาก” รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลสูงสุดจากเวทีประกวดเทคโนโลยีที่เหมาะสม ภายในงาน APPTech EXPO 2026 ที่เพิ่งจัดขึ้น
ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า มฟล. สามารถนำความรู้จากห้องแล็บมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายได้จริง ผลงานที่ชนะใจกรรมการคือ “การขยายผลเทคโนโลยีการผลิตสารสกัดสมุนไพรพิเศษ (CUR-A-Poly-β-CD)” เพื่อใช้ในระดับอุตสาหกรรม โครงการนี้คุมทีมโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ระวิวรรณ์ เจริญทรัพย์ และทีมผู้วิจัยที่เก่งกาจของมหาวิทยาลัย
ประเด็นสำคัญ
- มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงคว้ารางวัลระดับสูงสุดจากงาน APPTech EXPO 2026 ด้วยผลงานนวัตกรรมสมุนไพร
- โครงการนี้เน้นการนำเทคโนโลยีสารสกัดสมุนไพรมาขยายผล เพื่อผลิตและขายจริงในระดับอุตสาหกรรม
- รางวัลนี้ตอกย้ำว่างานวิจัยในห้องแล็บสามารถสร้างรายได้ และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจและสังคม
ในงานนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.พีรเดช ทองอำไพ ประธานกรอบทุนวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสม จาก บพท. (PMU-A) เป็นผู้มอบรางวัลให้กับทีมงาน รางวัลนี้ตั้งใจมอบให้ผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ผลงานนั้นยังต้องช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และส่งผลดีต่อสังคมด้วย
จุดเด่นของงานชิ้นนี้คือ การเปลี่ยนงานวิจัยสมุนไพรให้เข้าสู่กระบวนการผลิตขนาดใหญ่ นี่คือก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับสมุนไพรไทยให้พร้อมแข่งขันในตลาด ตลอดจนเป็นการดึงเอาทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาของไทยมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้งานจริง
ผลงานนี้ยังชี้ให้เห็นว่า มฟล. มีระบบการจัดการงานวิจัยสมุนไพรที่ครบวงจรเป็นอย่างมาก การทำงานเริ่มต้นตั้งแต่การคิดค้น การสร้างนวัตกรรม ไปจนถึงการผลักดันให้เกิดการผลิตจริง ทุกขั้นตอนเชื่อมโยงกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและ สุขภาพ
การทำงานวิจัยในยุคปัจจุบันต้องไม่หยุดอยู่แค่ในหน้ากระดาษหรือในห้องเรียน ทีมวิจัยได้พิสูจน์แล้วว่าวิทยาศาสตร์สามารถจับต้องและใช้งานได้จริง นวัตกรรมที่ดีจะต้องช่วยแก้ปัญหา และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด
งานใหญ่เพื่อการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน
สำหรับงานแสดงเทคโนโลยี APPTech EXPO 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–5 สิงหาคม 2569 งานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ใน กรุงเทพมหานคร โดยจัดภายใต้แนวคิดการใช้พลังเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชุมชนให้เข้มแข็ง
ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่พร้อมใช้งานจากหลายหน่วยงานทั่วประเทศ ทั้งจาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชน พื้นที่นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ และนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่
รางวัลครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เครื่องยืนยันความเก่งกาจทางวิชาการของทีมผู้วิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่านวัตกรรมเพื่อสุขภาพสามารถเติบโตเป็นธุรกิจ และต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมได้จริง ความสำเร็จนี้ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการใช้วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลนครเชียงรายผนึกกำลังตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ รับมือวิกฤตฤดูฝน
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มสูงขึ้น!! ภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ
เชียงราย - Chiang Rai News
เทศบาลนครเชียงรายผนึกกำลังตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ รับมือวิกฤตฤดูฝน

เชียงราย– นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เดินหน้าแผนรับมือ แม่สาย ด่านน้ำท่วมท่าขี้เหล็กพัง น้ำท่วมฉับพลันจากดอยลิไข่ น้ำท่วมถนนพหลโยธิน">น้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง ท่านตระหนักดีถึงผลกระทบหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2567 เหตุการณ์นั้นได้สร้างความกังวลให้ประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงในอนาคต ดังนั้น เทศบาลจึงเร่งใช้นโยบายด่วนเพื่อป้องกันและระบายน้ำอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ยังมีการสร้างแนวกั้นน้ำในหลายพื้นที่เสี่ยง โครงการนี้ครอบคลุมชุมชนร่องเสือเต้น ชุมชนฝั่งหมิ่น ชุมชนป่าแดง และชุมชนเกาะลอย เป้าหมายหลักคือการสร้างความมั่นใจว่าเชียงรายจะยังเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองน่าอยู่ที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเร่งสร้างแนวกั้นน้ำใน 4 ชุมชนหลัก เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำรอยปี 2567
- มีการร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 เพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในจุดเสี่ยงภัย
- เป้าหมายสำคัญคือการปกป้องคุณภาพชีวิตประชาชน และรักษาความมั่นใจในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย
ลงพื้นที่จริง: การจัดการน้ำเชิงรุก
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด นายธเนศ โกมลทอง รองนายกเทศมนตรี และนายประภาณ ช่างแก้ว เลขานุการนายกเทศมนตรี ได้นำทีมงานลงสนามจริง พวกเขาทำงานร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 เพื่อเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่
การติดตั้งในครั้งนี้เน้นไปที่จุดเสี่ยง ได้แก่ สนามบิน 416 ชุมชนป่าแดง และสะพานฮ่องลี่ อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยระบายน้ำออกจากตัวเมืองได้รวดเร็วขึ้นเมื่อมี ฝนตกหนัก นอกจากนี้ ทีมงานยังได้วางแผนจัดการน้ำเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงฤดูฝนอย่างรอบคอบ
ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญเพื่อชาวเชียงราย
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการหารือกับผู้เชี่ยวชาญระดับสูงหลายฝ่าย นายศิริศักดิ์ เกษราษฎร์ หัวหน้าส่วนทรัพยากรน้ำที่ 1 ลำปาง ได้มาร่วมตรวจสอบพื้นที่ด้วยตัวเอง ดร.วีระชัย สีดาพรมมา หัวหน้าส่วนยุทธศาสตร์และแผนงาน ก็ได้มาร่วมวางแนวทางกับ เทศบาลนครเชียงราย ด้วยเช่นกัน
มาตรการหลักคือการตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงภัยทั้งหมด สิ่งนี้จะเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำได้อย่างมหาศาล เป้าหมายสูงสุดคือลดผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนให้เร็วที่สุด การทำงานเชิงรุกนี้จะช่วยป้องกันความเสียหายได้เป็นอย่างดี
เทศบาลนครเชียงรายยังคงเดินหน้าเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง เราดูแลทั้งเรื่องบุคลากร เครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบติดตามน้ำอย่างใกล้ชิด เป้าหมายสำคัญคือการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทุกคนสามารถมั่นใจในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มสูงขึ้น!! ภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ
ระทึกขวัญชายแดน! ตชด. ไล่ล่ากระบะซิ่งแหกโค้ง ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ดที่เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มสูงขึ้น!! ภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ

เชียงราย – เมื่อเวลา 19:47 น. ของวันที่ 6 สิงหาคม 2569 สถานการณ์ แม่น้ำ โขงในอำเภอ เชียงของ จังหวัดเชียงราย ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตลอดทั้งวัน มวลน้ำมหาศาลได้เริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่ทำกินของประชาชนแล้ว
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในขณะนี้คือบริเวณบ้านดอนทราย น้ำโขงได้ทะลักเข้าท่วมแปลงปลูกถั่วงอกและสวนผักริมน้ำจนมิด สิ่งนี้สร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรที่ชาวบ้านตั้งใจปลูกไว้อย่างหนัก
ประเด็นสำคัญ
- ระดับน้ำเพิ่มสูงต่อเนื่อง:แม่น้ำโขงในอำเภอเชียงของล้นตลิ่งอย่างรวดเร็วและไม่มีท่าทีจะลดลง
- พื้นที่การเกษตรเสียหายหนัก:แปลงผักและถั่วงอกริมน้ำที่บ้านดอนทรายถูกน้ำท่วมมิด
- เฝ้าระวังฝนตกซ้ำ:เจ้าหน้าที่เตือนให้ชาวบ้านเตรียมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอีกในไม่ช้า
นอกจากแปลงถั่วงอกแล้ว สวนผักริมน้ำอีกหลายแห่งก็จมอยู่ใต้น้ำเช่นเดียวกัน ชาวบ้านต้องสูญเสียรายได้หลักจากการทำเกษตรริมฝั่งโขงในฤดูกาลนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่กำลังรวมกลุ่มกันเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์อาจเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจากยังมี ฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ การรายงานข่าวจากสำนักข่าว Thai PBS ระบุว่าปริมาณน้ำฝนสะสมจะทำให้ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงสัปดาห์นี้
ประชาชนต่างรู้สึกกังวลกับสถานการณ์น้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายครอบครัวต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ยังพอเหลือรอด แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถทำได้ทันเวลา เพราะกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก
หน่วยงานรัฐสั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน พร้อมทั้งประเมินความเสียหายเบื้องต้นของแปลงเกษตรในชุมชน
นอกจากนี้ ทางการยังได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง ผู้นำชุมชนได้เน้นย้ำผ่านหอกระจายข่าวให้ชาวบ้านเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนรีบขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงทันที
การติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลรับผิดชอบ







































