ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงรายกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะจังหวัดเด่นของ ภาคเหนือ จุดแข็งไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย วัฒนธรรมชัด และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต่อยอดเป็นรายได้ท่องเที่ยวได้ดีมาก จนขึ้นแท่นเมืองรองที่ทำเงินด้านท่องเที่ยวสูงสุด และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการขยับไปสู่ “เมืองท่องเที่ยวหลัก” ของไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวปี 2568 จากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เชียงรายเป็นเมืองรองที่มีผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุดของประเทศ ราว 6,463,147 คน ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวในปีเดียวกันอยู่ที่ 51,540 ล้านบาท ทำสถิติทะลุ 50,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก และอยู่ในอันดับ 9 ของประเทศ
เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทั้งปีทำรายได้ราว 49,420 ล้านบาท จะเห็นว่าการเติบโตเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มชัดว่าเชียงรายกำลังขยับจากการเน้น “จำนวนคนมาเที่ยว” ไปสู่การเพิ่ม “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ให้มากขึ้น
เมืองรองทำเลดี เพราะเดินทางง่ายและเชื่อมต่อได้หลายทาง
นางสาวพรหมพร จินดาวอง เนตรหาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชียงราย ซิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ซีอาร์ซีดี) (เอสอี) เปิดเผยกับ “ ประชาชาติ บิสซิเนส ” ว่า เชียงรายได้รับการลงทุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องในด้านโครงสร้างพื้นฐานตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการคมนาคมทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ทำให้การเข้าถึงสะดวกยิ่งขึ้น และจะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ที่จะแล้วเสร็จในอีกประมาณสองปีข้างหน้า
เชียงรายยังเป็นจังหวัดที่มีบทบาทคล้าย “ประตูเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน” ได้จริง เชื่อมโยงได้หลายมิติ นี่เป็นต้นทุนสำคัญที่ต่างจากเมืองรองหลายแห่ง เพราะมีทั้งความเป็นเมืองชายแดน เมืองท่องเที่ยว และทรัพยากรธรรมชาติที่เด่น เป็นฐานเศรษฐกิจเฉพาะตัว
ถ้ามองโครงสร้างเมือง เชียงรายมีภาพคล้ายหาดใหญ่ตรงที่เป็นทั้งเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยว แต่สิ่งที่เชียงรายโดดเด่นกว่าคือภูเขา ป่า และภูมิประเทศที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นและพัฒนาไปไกล เช่น วัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น รวมถึงสิงห์ปาร์ค (Singha Park) ที่เป็นทั้งพื้นที่กิจการเพื่อสังคมและพื้นที่สาธารณะ รองรับกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เชียงรายยังได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) ของ UNESCO ทำให้ชื่อของเชียงรายไปไกลขึ้นในกลุ่ม นักท่องเที่ยว ต่างชาติ โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตถึง 60% แนวคิดที่เชียงรายนำเสนอในเวที UNESCO คือ “ดอยตุง” ในฐานะตัวอย่างการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน จึงดึงดูดคนที่อยากมาเรียนรู้ ไม่ใช่มาแค่ถ่ายรูปแล้วกลับ
จุดดึงดูดใหม่ของเชียงราย คือท่องเที่ยวคุณภาพ และอยู่ได้นาน
นางพร้อมพรกล่าวว่า อีกแม่เหล็กสำคัญคือสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยเฉพาะชาและกาแฟ เชียงรายเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมี Specialty Coffee ที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ กาแฟบางสายพันธุ์อย่างเกอิชา มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทต่อกิโลกรัม ส่วนชาจากเชียงรายก็ได้รางวัลระดับนานาชาติ และส่งออกไปยังตลาดไต้หวัน ยุโรป และตะวันออกกลาง
อีกทิศทางที่เชียงรายเริ่มเดินชัดขึ้นคือการพัฒนาเมืองสู่ Wellness City โดยไม่ยึดภาพตลาดหรูแบบเมืองท่องเที่ยวทะเล แต่ใช้จุดแข็งด้านระบบสาธารณสุข โรงพยาบาล และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อต่อยอดบริการด้าน Longevity และ Anti-Aging ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมชุมชนให้เป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้
เชียงรายยังเริ่มเป็นเป้าหมายของกลุ่ม Long Stay และ Digital Nomad โดยเฉพาะชาวยุโรปและสแกนดิเนเวียที่มาพักช่วงหน้าหนาวปีละกว่า 500 คน พักยาว 4-5 เดือน ใช้ชีวิต ทำงาน และใช้จ่ายในพื้นที่ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 300,000-500,000 บาทต่อคน ปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้เลือกเชียงรายคืออากาศดี ค่าครองชีพไม่สูง เดินทางสะดวก มีสนามบิน ห้าง และบรรยากาศเมืองที่ปลอดภัย
มุมมองสำคัญคือ การจะก้าวเป็นเมืองหลักไม่จำเป็นต้องแข่งกันที่จำนวนคนเที่ยว แต่ควรเน้นท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ดึงกลุ่มที่อยู่นาน ใช้จ่ายสูง และกลับมาอีก การสร้างความต่างเริ่มจากการเล่าเรื่องเมืองให้ชัด เปลี่ยนจากเที่ยวแบบ “เก็บแต้ม” ไปเป็นการทำให้คนรู้สึกว่าได้ประสบการณ์ เพราะเชียงรายไม่ได้ขายความหรู แต่ขายคุณภาพชีวิตและตัวตนของเมือง
การเติบโตของเชียงรายไม่ได้เกิดจากกระแสชั่วคราว แต่เป็นผลจากการสะสมศักยภาพต่อเนื่อง จนวันนี้เมืองรองที่เคยเงียบกำลังถูกจับตาในบทบาทใหม่ คือเมืองหลักที่ต้องเติบโตแบบมีทิศทาง สมดุล และยั่งยืน
เมืองดาวรุ่งที่พร้อมขยายตัว แต่ต้องเดินให้เป็นระบบ
ว่าที่ ร.ต.เมฆา สิริชัยรุ่งเรือง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ระบุว่า เชียงรายวันนี้ขยับจากเมืองรองไปเป็น “เมืองดาวรุ่ง” ได้ชัด ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานครบทั้งสนามบิน โรงแรม ท่าเรือ และรถไฟทางคู่ที่ใกล้เข้ามา อีกทั้งยังมีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 อำเภอ และมีข้อได้เปรียบเรื่องชายแดนที่เชื่อมกับเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ คือเมียนมาและ สปป.ลาว รวมถึงเส้นทางแม่น้ำโขงที่เดินทางต่อไปถึงจีนได้
ด้านการศึกษาและสุขภาพ เชียงรายมีมหาวิทยาลัยหลัก 4-5 แห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และมีศูนย์การแพทย์กับโรงพยาบาลรวมมากกว่า 5 แห่ง ทำให้แนวทางเมือง Wellness ไปต่อได้จริง
อีกบทบาทที่เชียงรายกำลังถูกผลักดันคือเมืองกีฬา (Sport City) จากการได้รับคัดเลือกจัด Spartan Race ต่อเนื่อง 3 ปี และมีการวางแนวทางดึงจุดเด่นของทั้ง 18 อำเภอให้ชัด เพื่อสร้างอัตลักษณ์รายพื้นที่ ไม่ให้ทุกที่เหมือนกันไปหมด
สินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างชาและกาแฟก็ยังเป็นไพ่ใบใหญ่ หลายแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศมีฐานผลิตในพื้นที่ จังหวัดพยายามเชื่อมภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันทำเรื่องราวสินค้าและงานวิจัย เพิ่มมูลค่าให้เป็นระบบ
เชียงรายยังถูกพูดถึงในมุมความปลอดภัย และเหมาะกับกลุ่มที่ทำงานได้จากทุกที่ นักท่องเที่ยวที่เลือกมาเชียงรายจึงมักมีเป้าหมายชัด เช่น มาเรียนรู้วัฒนธรรม หรือมาพักเพื่อดูแลสุขภาพ และเพราะแต่ละอำเภอมีเสน่ห์ต่างกัน ทำให้เชียงรายเป็นเมืองที่เที่ยวได้เรื่อย ๆ แบบไม่เบื่อ
ขนส่งสาธารณะยังเป็นโจทย์ใหญ่ของเมือง
อย่างไรก็ตาม ค่าเดินทางภายในจังหวัดยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหลักหลายแห่ง ทำให้ “ขนส่งสาธารณะ” เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวเอง
ตอนนี้มีการหารือเพื่อเชื่อมระบบเดินทางจากสนามบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้สะดวกขึ้น อีกด้านคือการจัดการนักท่องเที่ยวตั้งแต่หน้าด่านจนถึงที่พัก ถ้าจังหวัดเชื่อมข้อมูลแบบ Real-Time ระหว่างตรวจคนเข้าเมืองกับหน่วยงานพื้นที่ได้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้มาเยือน
เชียงราย ไม่ใช่แค่เมืองเที่ยว แต่เป็นเมืองยุทธศาสตร์ของประเทศ
นายภาคภูมิ ผลพิสิษฐ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย มองว่าเชียงรายวันนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติหรือวัฒนธรรม แต่เป็น “เมืองยุทธศาสตร์” ด้วยที่ตั้งชายแดนติดเมียนมาและ สปป.ลาว และเป็นเส้นทางเชื่อมสู่จีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A ระยะทางราว 240 กิโลเมตร
การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำโขงจากจีนสู่ท่าเรือเชียงแสน หลังหยุดไป 4-5 ปี ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยเติมภาพเศรษฐกิจและการเดินทาง ขณะที่แผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟเด่นชัย-เชียงของ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 จะช่วยให้ระบบโลจิสติกส์ การค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมกันมากขึ้น
สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงรายที่เป็นสนามบินนานาชาติ ก็อยู่ระหว่างการผลักดันให้กลับมามีเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้คนต่างชาติเดินทางได้ง่ายกว่าเดิม
ในมุมการท่องเที่ยวคุณค่า เชียงรายมีองค์ประกอบพร้อม ทั้งแนวทาง Wellness City ที่มีมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และแหล่งน้ำพุร้อนมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงฐานการผลิตชาและกาแฟที่ใหญ่และชัดที่สุดของประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ภาพ “เมืองหลวงแห่งชาและกาแฟ” ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง
แนวทางนี้ยังช่วยลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเชื่อมโยงกับปัญหา PM 2.5 ทำให้เชียงรายมีจุดความร้อนต่ำที่สุดในภาคเหนือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
อีกอัตลักษณ์ที่เชียงรายมีไม่เหมือนใครคือความหลากหลายของชาติพันธุ์กว่า 30-40 กลุ่ม ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศ สามารถพัฒนาเป็นพลังด้านวัฒนธรรม ผ่านงานชาติพันธุ์และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
แม้ภาพรวมจะพร้อม แต่ความท้าทายหลักยังเหมือนเดิม คือขนส่งสาธารณะในจังหวัด ทั้งการเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง และการต่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังมีต้นทุนสูง ถ้าโครงสร้างการเดินทางดีขึ้น เชียงรายจะรองรับการเติบโตแบบเมืองหลักได้สมดุลมากขึ้น
เมื่อเชียงรายทำรายได้ท่องเที่ยวสูงสุดในกลุ่มเมืองรองได้แล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าจะโตได้อีกแค่ไหน แต่คือจะโตอย่างไรโดยไม่เสียตัวตนของเมือง เพราะการเป็นเมืองหลักไม่ได้วัดที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่คือการเลือกเส้นทางที่ยังยึดโยงกับรากวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่น และสมดุลของเชียงรายไว้ได้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้บริโภคกาแฟออร์แกนิก MiVana ในจังหวัดเชียงรายร่วมปลูกต้นไม้กว่า 40,000 ต้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เ ชียงราย– เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.พาน ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 22.00 ถึง 24.00 น. บริเวณหน้าตู้ยามตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เพื่อตั้งจุดตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในชุมชน
การปฏิบัติงานนี้ดำเนินการตามแผนที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นำข้อมูล อาชญากรรม มาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมงานนำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการ สภ.พาน พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและ น.ส.พิชญกานต์ ตาดทอง กำนันตำบลสันติสุข ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดจุดตรวจที่เหมาะสมที่สุด การใช้ข้อมูลจริงมาวางแผนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- กำลังเจ้าหน้าที่ร่วม 30 นาย ตั้งด่านเครือข่ายใยแมงมุมในตำบลสันติสุขเพื่อสกัดกั้น ยาเสพติด
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตั้งจุดตรวจและป้องกันเหตุร้าย
- จับกุมชายวัย 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 10 เม็ด และตั้งข้อหาหนักเรื่องการเสพยาขณะขับขี่
ผลลัพธ์จากการตั้งจุดตรวจใยแมงมุม
จากการตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หนึ่งราย ผู้ต้องหาเป็นชายชาวตำบลสันติสุข อายุ 33 ปี ซึ่งขับขี่ยานพาหนะผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 10 เม็ดอยู่ในความครอบครอง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อหาหลักคือการครอบครองยาเสพติดให้โทษและการเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนการทำงานอย่างหนักของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชน
พลังของชุมชนในการต้านภัยยาเสพติด
ความสำเร็จในคืนดังกล่าวไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต่างมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยยกระดับการป้องกันปัญหายาเสพติดในอำเภอพานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชาวบ้านในตำบลสันติสุขต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานที่จริงจังและใกล้ชิดประชาชน การตั้งด่านแบบเครือข่ายใยแมงมุมจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ ทุกฝ่ายหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้จังหวัดเชียงรายน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย– เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยใน จังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ พวกเขาได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งจุดตรวจความปลอดภัย ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเหตุร้ายและดูแลประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้แผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นความแม่นยำและการใช้ข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่จะนำสถิติและสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อหาจุดที่ควรตั้งด่านตรวจให้เกิดประโยชน์สูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสุ่มตรวจทั่วไป แต่เป็นการวางกำลังเพื่อป้องกันและสกัดกั้นคนทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับความปลอดภัย:ตำรวจภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่าน “ใยแมงมุม” ทั่วเชียงรายเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
- จับกุมผู้กระทำผิด:ด่านแม่คำ อำเภอแม่จัน สามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดได้ 1 รายอย่างรวดเร็ว
- ใช้ข้อมูลทำงาน:แผนใยแมงมุมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำและตรงจุด
ผลงานด่านแม่คำ สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด
ในคืนเดียวกันนั้น แผนเครือข่ายใยแมงมุมก็แสดงผลงานอย่างชัดเจนในอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัด พวกเขาประจำการอยู่ที่บริเวณด่านตรวจแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจร การทำงานเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมตามนโยบายระดับจังหวัดที่วางเอาไว้
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกเขาได้เรียกตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยตามหลักการทำงาน ผลจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมชายผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตั้งด่านแบบมีข้อมูลรองรับนั้น สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง โดยสามารถติดตาม ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการ
อำเภอแม่จันถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น และเชื่อมต่อกับหลายอำเภอ การตั้งจุดตรวจที่ด่านแม่คำจึงเป็นการตัดวงจรการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้กระทำผิดเล็ดลอดไปได้ การสกัดจับครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะกระจายเข้าสู่ชุมชนตอนใน
บูรณาการกำลัง สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่และเป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและเชื่อมโยงข้อมูลกันเหมือนใยแมงมุม ทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่คือการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดล้านเมือง หรือชาวบ้านที่เดินทางไปมาในยามวิกาล ต่างรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น พวกเขามีความมั่นใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในอนาคต คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะยังคงใช้แผนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงราย ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำให้ความหวังที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า">เชียงราย– เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้นำกำลังตั้งจุดตรวจ ยาเสพติด ที่บริเวณด่านตรวจปูแกง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย การปฏิบัติงานครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนพหลโยธิน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา รถคันนี้เดินทางมาจากอำเภอเมืองเชียงรายและกำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่พบว่ารถมีลักษณะน่าสงสัยจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยพบผู้ขับขี่คือ นายวรวุฒิ อายุ 32 ปี และมีแฟนสาวคือ น.ส.ปภัสรา อายุ 33 ปี นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
ประเด็นสำคัญ
-
ตำรวจด่านปูแกงจับกุมหนุ่มสาวชาวหนองคาย ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระบะดัดแปลง
-
ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างขนยาจากชายแดนแม่สาย ไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แลกกับค่าตอบแทน 300,000 บาท
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อกวาดล้างผู้ว่าจ้างและเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในตอนแรก การตรวจสอบภายนอกรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมท่าทางที่มีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบว่าบริเวณพื้นกระบะด้านหลังถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียนให้เป็นช่องลับใต้ท้องรถ ช่องลับนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการขันนอตจึงจะสามารถเปิดออกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดช่องลับ พวกเขาพบซองชาเขียวบรรจุสุญญากาศ 350 ซองเรียงกันอย่างแน่นหนาอยู่ภายใน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละซองบรรจุยาเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ประมาณ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 350 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกจับกุมในทันที
สารภาพรับจ้างขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไปรับยาเสพติดจำนวนนี้มาจากพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งให้ผู้รับในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
หลังจากทำการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับชุดสืบสวน สภ.พาน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับชุดขยายผลยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างและทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก

