เชียงราย– กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานด้านความมั่นคง เปิดปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ใน จังหวัดเชียงราย เพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การทลายเครือข่ายการเงินที่ใช้ สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นเครื่องมือ
การตรวจค้นมุ่งเป้าไปที่อำเภอแม่สายและอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของเครือข่าย “หนูเฉิน” เอเย่นต์ยาเสพติดระดับสั่งการ ขบวนการนี้ได้ใช้คริปโตเคอร์เรนซีในการปกปิดและฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด การทำงานร่วมกันครั้งนี้สามารถยึดทรัพย์สินได้มูลค่ากว่า 34.3 ล้านบาท ถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของแก๊ง อาชญากรรม ข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways:
- ปฏิบัติการร่วม:DSI และ ป.ป.ส. นำทีมบุกค้น 8 จุดเป้าหมายสำคัญในจังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายหลัก:ทลายเครือข่ายยาเสพติด “หนูเฉิน” ที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน
- ยึดทรัพย์ก้อนโต:เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางและทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 34.3 ล้านบาท
- เดินหน้าเอาผิด:ทางการเตรียมขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด
ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.ต. เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายท่าน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ ป.ป.ส. ซึ่งนำโดย พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นอกจากนี้ยังมีกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เข้าร่วมด้วย
กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ได้นำกำลังพลเข้าสนับสนุนการปิดล้อมตรวจค้นอย่างเต็มกำลัง ปฏิบัติการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และหน่วยเฉพาะกิจผาเมือง ข้อมูลจาก สำนักข่าวเดลินิวส์ ระบุว่าตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้วย
การบูรณาการกำลังจากหลายภาคส่วนสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้วางแผนอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันการหลบหนีและทำลายหลักฐานของคนร้าย การจู่โจมพร้อมกันหลายจุดทำให้เครือข่ายนี้ไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน
ยึดทรัพย์สินกว่า 34 ล้านบาท
ระหว่างการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมเงินดิจิทัลให้กับเครือข่าย “หนูเฉิน” อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกคำให้การและรวบรวมหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด การใช้คริปโตเคอร์เรนซีทำให้การติดตามเส้นทางการเงินของคนร้ายมีความซับซ้อนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้จำนวนมาก ทรัพย์สินเหล่านี้ได้แก่ กระเป๋าเงินดิจิทัล (Crypto Wallet) บัญชีธนาคาร เงินสด และทองคำแท่ง นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับทองและโฉนดที่ดินหลายแปลง รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ประมาณ 34.3 ล้านบาท
การตรวจยึดกระเป๋าเงินดิจิทัลถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การขยายผลจับกุมผู้บงการรายอื่นๆ ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างละเอียดตามกฎหมายการฟอกเงิน หากพบว่าได้มาจากการค้ายาเสพติด ทรัพย์สินเหล่านี้จะถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินทันที
เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ
กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง คดีนี้จะถูกขยายผลเพื่อนำตัวผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายมาลงโทษให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้สั่งการหรือผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า ทางการไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงินเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องจัดการอย่างเด็ดขาด การใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อปกปิดทรัพย์สินที่ผิดกฎหมายจะไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ได้ รัฐบาลจะพัฒนาเทคโนโลยีการสืบสวนให้ก้าวทันอาชญากรเสมอ
ท้ายที่สุด ประชาชนสามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้สังคมไทยปลอดภัยจากภัยคุกคามของยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน
คดีของเครือข่ายหนูเฉินนั้นมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติและเอเย่นต์ข้ามแดน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ไทยได้รับการสนับสนุนข้อมูลข่าวกรองที่เป็นประโยชน์อย่างมาก
ทางการไทยเตรียมที่จะประสานงานกับหน่วยงานสากลเพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่อาจถูกโอนออกนอกประเทศ การทำงานข้ามพรมแดนจะช่วยให้สามารถอายัดทรัพย์สินที่ซุกซ่อนอยู่ในต่างแดนได้ การทลายเครือข่ายนี้จึงไม่จบแค่ในประเทศ แต่จะขยายผลไปถึงต้นตอทั้งหมด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การไล่ล่าบนทางหลวงนำไปสู่การยึดยาบ้า 3 ล้านเม็ดในจังหวัดเชียงราย
การยึดเงินสด 23 ล้านบาทที่ด่านชายแดนเชียงรายได้จุดชนวนให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ตำรวจ ภูธร จังหวัดเชียงราย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลุยตรวจสถานบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืนในเขตตัวเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุ อาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและ นักท่องเที่ยว การมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหา น้ำท่วม และระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย:มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน:ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน





