เชียงราย – มูลนิธิพัฒนาชุมชนและพื้นที่ภูเขา ( CMADF ) ร่วมกับเครือข่ายและมูลนิธิส่งเสริม สุขภาพ แห่ง ประเทศไทย ( ThaiHPF ) เปิดตัวโครงการ “ เด็กสุขภาพดี ” เพื่อพัฒนาสุขภาพของเด็กและเยาวชนใน เชียงราย ">จังหวัดเชียงราย
ซึ่งรวมถึงด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย โภชนาการ และสภาพแวดล้อมรอบตัว ขณะเดียวกัน ข้อมูลสุขภาพย้อนหลังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจำนวนโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ในเด็กอายุ 6-14 ปี ในจังหวัดเชียงรายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568
ระดมความคิดขับเคลื่อน “เด็กกายดี” ใน 34 โรงเรียน
วันที่ 5 มี.ค. 2569 ที่โรงแรมเวียงอินน์ อำเภอเมืองเชียงราย พชภ. และ สสส. จัดประชุมระดมสมองหัวข้อ “การสร้างเสริมวิถีสุขภาวะเด็กและเยาวชนชาติพันธุ์ต้นน้ำจังหวัดเชียงราย” ภายใต้โครงการเด็กกายดี เป้าหมายคือผลักดันให้เด็กและเยาวชนมีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงใน 34 โรงเรียน ครอบคลุม 6 อำเภอ ได้แก่ เวียงแก่น แม่จัน แม่ฟ้าหลวง เชียงของ แม่สรวย และอำเภอเมือง
บรรยากาศในงานมีทั้งผู้บริหารโรงเรียน ครู อาจารย์ บุคลากรสาธารณสุขระดับจังหวัดและอำเภอ ทีม รพ.สต. ตัวแทน อปท. และเทศบาล นักโภชนาการ รวมถึงเภสัชกร มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางทำงานร่วมกัน
นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิ พชภ. และอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย เล่าว่าวิถีชีวิตชุมชนเปลี่ยนเร็ว ความสะดวกสบายเข้าถึงพื้นที่สูงมากขึ้น ร้านสะดวกซื้อกระจายไปถึงชุมชนบนดอย ส่งผลให้เด็กและเยาวชนชาติพันธุ์หันไปกินอาหารที่หวาน มัน เค็ม และผ่านกระบวนการมากขึ้น
เพราะเหตุนี้ เธอเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการภาษีอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และพลาสติกที่ย่อยสลายยาก ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการกินที่ถูกสุขลักษณะในมุมกว้าง เพื่อช่วยให้เด็กสุขภาพดีขึ้น และลดภาระค่ารักษาในระยะยาว
ด้านนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว กรรมการมูลนิธิ พชภ. และประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ มองว่าเด็กยุคนี้เสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวานตั้งแต่อายุน้อย เพราะอาหารสะดวกซื้อเข้ามาแทนอาหารท้องถิ่น เขาย้ำว่าควรรีบทำให้เด็กกลับมาเห็นคุณค่าอาหารพื้นบ้านที่ปลอดภัย และกินง่ายในชีวิตจริง
ขยับตัวมากขึ้นด้วยการละเล่นพื้นบ้านและกิจกรรมในชุมชน
นางสาวจุฑามาศ ราชประสิทธิ์ เจ้าหน้าที่อาวุโส พชภ. อธิบายว่า พชภ. ทำงานด้านโภชนาการเด็กมาตั้งแต่ปี 2558 ผ่านโครงการ “เด็กดอยกินดี” ซึ่งพบว่าเด็กประมาณ 18% มีปัญหาโภชนาการ ต่อมาในช่วงโควิด-19 (ปี 2563-2566) การเรียนออนไลน์ทำให้เด็กติดหน้าจอมากขึ้น และเกิดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ชัดเจน
ดังนั้น พชภ. จึงต่อยอดเป็นโครงการ “เด็กกายดี” เพื่อให้เด็กได้เคลื่อนไหวมากขึ้น โดยวางแนวทางหลักไว้ 4 ด้าน
- ปรับพื้นที่ให้เอื้อต่อการออกกำลังกายร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดสภาพแวดล้อมให้เด็กอยากออกแรง
- ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นตัวนำนำศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นชาติพันธุ์มาประยุกต์ เช่น ตบมะผาบ ฟ้อนนกกินกะลา และการละเล่นของชาวอาข่า เพื่อให้สนุกและเข้าถึงง่าย
- เดินเรียนรู้ระบบนิเวศชุมชนจัดกิจกรรมเดินสำรวจป่าและพื้นที่ชุมชน เพื่อพาเด็กออกจากหน้าจอ
- สร้างกลไกเชิงนโยบายในท้องถิ่นทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียน อปท. และสาธารณสุข เพื่อให้ทำต่อเนื่องได้จริง
อีกกิจกรรมที่เห็นผลคือ “นักสืบกายดี” ที่ช่วยดึงเด็กให้มาเคลื่อนไหวมากขึ้น จากเดิมราว 45 คน เพิ่มเป็นประมาณ 500 คน โดยโครงการมีแผนลงพื้นที่ร่วมกับ อปท. ใน 6 อำเภอเพื่อออกแบบกิจกรรมร่วมกัน และเมื่อเปิดเทอมก็จะขยายกิจกรรมในโรงเรียนเป้าหมาย
เสียงจากพื้นที่ ชวนเล่นให้สนุก แต่ต้องกินให้ดีด้วย
ช่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นายเอกราช ลือชา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนและที่ปรึกษาโครงการ เสนอว่า ถ้าเชื่อมการละเล่นชาติพันธุ์เข้ากับการออกกำลังกาย เด็กจะสนุกและมีแรงจูงใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าต้องเดินควบคู่กับเรื่องอาหาร เพราะถ้าเด็กออกแรงมาก แต่กินวัตถุดิบไม่ปลอดภัยหรือมีสารตกค้าง ผลลัพธ์ก็ไม่เต็มที่
ขณะที่นายจักรพรรณ ชื่นโชคชัย ข้าราชการบำนาญและตัวแทนผู้สูงอายุ มองว่าผู้ปกครองคือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเด็กทำตามสิ่งที่เห็นในบ้าน หากพ่อแม่พาลูกออกกำลังกาย เช่น เดินให้ได้วันละหมื่นก้าว หรือทำกิจกรรมกีฬาในครอบครัว เด็กจะค่อยๆ คุ้นเคย นอกจากนี้เขายังชวนให้ครอบครัวและโรงเรียนปลูกผักสวนครัว เพื่อลดการพึ่งพาผักจากแหล่งที่อาจมีความเสี่ยงสารตกค้าง
ภาพรวมสุขภาพเด็กและวัยรุ่น นั่งนิ่งมากขึ้น โภชนาการน่าห่วง
น.ส.พรพรรณ เจริญปัญญากิจ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ สสจ.เชียงราย สรุปสถานการณ์เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นว่า พฤติกรรมเนือยนิ่งยังเป็นประเด็นใหญ่ พื้นที่จึงตั้งเป้าคุมเวลาพฤติกรรมนี้ไม่เกิน 13 ชั่วโมงต่อวัน และพยายามดันสัดส่วนเด็กที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอให้ถึงร้อยละ 40
ขณะเดียวกัน แนวโน้มโภชนาการเด็กอายุ 6-14 ปี ย้อนหลัง 5 ปี (2563-2567) กลุ่ม “สูงดีสมส่วน” ลดลง จากร้อยละ 63.5 ในปี 2563 เหลือร้อยละ 56.0 ในปี 2567 และต่ำกว่าเป้าหมายที่ต้องมากกว่าร้อยละ 59
ส่วนภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนอยู่ในระดับสูง โดยปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 14.9 ด้านภาวะเตี้ยในปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 10.9 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าไม่เกินร้อยละ 10
ย้อนหลัง 3 ปี เด็กเชียงรายป่วย NCDs เพิ่มขึ้นทุกปี
ข้อมูลโรค NCDs ในเด็กอายุ 6-14 ปีของจังหวัดเชียงราย ช่วงปี 2566-2568 ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่น่ากังวล เพราะจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- โรคเบาหวานปี 2566 จำนวน 169 คน, ปี 2567 จำนวน 173 คน, ปี 2568 เพิ่มเป็น 198 คน
- โรคความดันโลหิตสูงปี 2566 จำนวน 177 คน, ปี 2567 จำนวน 186 คน, ปี 2568 เพิ่มเป็น 204 คน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าเด็กเริ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังเร็วขึ้น และต้องรีบแก้ทั้งพฤติกรรมการกิน การเคลื่อนไหว และสภาพแวดล้อมรอบตัว
6 อำเภอเป้าหมายเจอปัญหาทุพโภชนาการหลายแบบ
นายอินชัย อุ่นหน้อย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เสริมว่า ข้อมูลจาก สสจ. ชี้ชัดว่าเด็กในพื้นที่เป้าหมายกำลังเจอภาวะทุพโภชนาการแบบหลากหลาย ทั้งผอม เตี้ย อ้วน และเริ่มเสี่ยง NCDs ซึ่งท้ายที่สุดรัฐต้องใช้งบดูแลรักษาและค่ายาจำนวนมาก
เพราะฉะนั้น หากโรงเรียน ครอบครัว ชุมชน อปท. และสาธารณสุขจับมือกันจริงจัง สถิติเหล่านี้จะไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่จะกลายเป็นเครื่องมือช่วยวางแผนงาน เพื่อพาเด็กและเยาวชนเชียงรายไปสู่สุขภาวะที่ดีขึ้นในระยะยาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สธ. ยัน “น้ำกก” เชียงราย ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่กระทบต่อสุขภาพ
สุขภาพและการแพทย์ Health
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ เชียงราย ได้จัดงานมหกรรม สุขภาพ ครั้งใหญ่แห่งปี งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sriburin Health Expo 2026 THE Health Experience 2026 ” โดยจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย งานสำคัญนี้มาพร้อมแนวคิด “Discover Your Health. Design Your Future.” ซึ่งเน้นย้ำถึงการออกแบบสุขภาพที่ดีเพื่ออนาคตของคุณ
นพ.อิทธิพงษ์ ยอดประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย และโรบินสัน เชียงราย เข้าร่วมด้วย รวมถึงสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงรายก็มาร่วมทำข่าวในงานนี้อย่างคับคั่ง
ประเด็นสำคัญ:
- โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ จัดงานแฟร์สุขภาพยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัล เชียงราย เพื่อรณรงค์การดูแลตัวเอง
- ภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพเฉพาะทางและให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ประชาชนที่สนใจสามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
ไฮไลท์กิจกรรมและการตรวจสุขภาพเฉพาะทาง
ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการตรวจประเมินสุขภาพอย่างครบวงจร โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางมาร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิด มีทั้งการตรวจสุขภาพหัวใจ การตรวจกระดูกและข้อ รวมถึงการให้คำปรึกษาปัญหาการนอนหลับ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ชาวเชียงรายรู้เท่าทันโรคและสามารถป้องกันได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไฮไลท์อย่าง Doctor Talk ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเข้าใจง่าย พร้อมทั้งมีการแนะนำเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ร่วมงานได้รับความรู้กลับไปดูแลตัวเองอย่างเต็มที่
วางแผนสุขภาพระยะยาวด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม
การส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันคือเป้าหมายหลักของการจัดงานในครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดเตรียมแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษมาให้เลือกมากมาย แพ็กเกจเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนสุขภาพระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด
สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสมาร่วมงานที่เซ็นทรัลเชียงราย ก็ไม่ต้องกังวลใจไป คุณยังสามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นนี้ได้โดยตรงที่โรงพยาบาล โปรโมชั่นพิเศษนี้เปิดให้จองยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขของแต่ละแพ็กเกจ อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจและวางแผนดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: งาน Sriburin Health Expo 2026 จัดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่?
A: งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
Q: สามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ถึงวันไหน?
A: สามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ โดยตรง
Q: มีการตรวจสุขภาพด้านใดบ้างที่น่าสนใจจากงานนี้?
A: มีการให้คำปรึกษาและประเมินสุขภาพจากศูนย์เฉพาะทาง เช่น สุขภาพหัวใจ กระดูกและข้อ ปัญหาการนอนหลับ รวมถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
สุขภาพและการแพทย์ Health
สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาด จังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sabina Sewing Cup Sewing Heart เย็บด้วยใจ ส่งต่อด้วยรัก” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย กิจกรรมนี้จัดโดยห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย ร่วมกับบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) จุดประสงค์หลักคือการรณรงค์ให้สตรีไทยตระหนักถึงภัยของโรคนี้
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ สมาคมสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ภายในงานมุ่งเน้นการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายนี้ ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจและร่วมมือกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังสำหรับผู้ป่วยทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เหล่ากาชาดและภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมเพื่อมอบให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
- โครงการนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสอนวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้น
- เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูสภาพจิตใจและคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
การให้ความรู้และกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม
ในงานนี้มีการบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญในหัวข้อ “การรู้เท่าทันและการป้องกันมะเร็งเต้านม” โดยได้รับเกียรติจาก พญ.กุลเนตร เนตรศรีทอง ท่านเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย การบรรยายนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีทีมพยาบาลวิชาชีพและหัวหน้าส่งเสริม สุขภาพ จาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาร่วมให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป
กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดในงานคือการจัด Workshop เย็บเต้านมเทียม กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสาและผู้เข้าร่วมงานทุกคน หลังจากเย็บเสร็จแล้ว ได้มีการทำพิธีมอบเต้านมเทียมเหล่านี้ให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาล เต้านมเทียมทั้งหมดจะถูกนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจต่อไปในอนาคต
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ของการแบ่งปัน
โครงการดีๆ แบบนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 แล้ว ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันให้กับผู้หญิงไทยทุกคน การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
การสอนให้ผู้หญิงสามารถตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองเบื้องต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงได้ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้การรักษาง่ายและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น นอกจากเรื่องสุขภาพกายแล้ว การเติมเต็มกำลังใจให้ผู้ป่วยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทุกภาคส่วนหวังว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ความสำคัญของการฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย
มะเร็งเต้านมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย การสูญเสียเต้านมจากการผ่าตัดทำให้ผู้หญิงหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการได้รับเต้านมเทียมจึงเปรียบเสมือนการได้รับของขวัญที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัวและเข้าสังคมอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก กรมการแพทย์ ยืนยันว่า กำลังใจที่ดีมีส่วนสำคัญมากในกระบวนการรักษาโรค การที่สังคมแสดงความห่วงใยผ่านกิจกรรมจิตอาสาแบบนี้ ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง พลังบวกจากคนรอบข้างจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีแรงใจ ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองต่อการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
สุขภาพและการแพทย์ Health
Korea Pure ได้มอบค่าชดเชยให้กับอาสาสมัครที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
เชียงราย – เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (VHV) ในอำเภอน่านน้อย จังหวัดน่าน เมื่อการทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ Korea Pure” กลับกลายเป็นอันตราย อาสาสมัครสาธารณสุขกว่า 104 คน มีอาการแพ้อย่างรุนแรงภายในเวลาเพียง 15 นาทีหลังรับประทานผลิตภัณฑ์ อาการมีตั้งแต่ใจสั่น เวียนศีรษะ ไปจนถึงความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ป่วยต้องเร่งนำตัวส่งห้องฉุกเฉินถึง 21 ราย ในจำนวนนี้มี 7 รายที่อาการหนักจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ล่าสุดทางทนายความและตัวแทนจำหน่ายได้ลงพื้นที่เพื่อเจรจา และเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับผลกระทบแล้ว
สรุปประเด็นสำคัญ
- อสม. ล้มป่วยหมู่:อสม. 104 รายเกิดอาการผิดปกติรุนแรงหลังทดลองดื่มอาหารเสริม จนต้องหามส่งโรงพยาบาลถึง 21 ราย
- เสนอชดเชยสูงสุดหมื่นบาท:ตัวแทนจำหน่ายเสนอเงินเยียวยา 3,000 ถึง 10, 000 บาท ตามระดับความรุนแรงของอาการ
- ผู้เสียหายขอรอผลตรวจ:อสม. ส่วนใหญ่ปฏิเสธเงินเยียวยา ขอรอความชัดเจนจาก อย. เพราะพบความดันและค่าตับสูงขึ้น
ตัวแทนของบริษัท เดอะ วินเนอร์ สตาร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย Korea Pure ได้เสนอเงินชดเชยแบ่งเป็น 3 ระดับ กลุ่มแรกที่ไม่มีอาการหนักรับ 3,000 บาท ส่วนกลุ่มที่เข้าโรงพยาบาลแต่กลับบ้านได้ทันทีรับ 5,000 บาท สำหรับกลุ่มที่ต้องนอนแอดมิทจะได้รับเงินเยียวยา 10,000 บาท พร้อมการดูแลเพิ่มเติมหากแพทย์ระบุว่าป่วยจากอาหารเสริมจริง
นางสาวขนิษฐา หรือ “โค้ชบิว” ตัวแทนจำหน่าย ยอมรับว่าอาจเกิดจากความผิดพลาดในการชงสาธิต เธอใช้อัตราส่วนที่เข้มข้นเกินไปในการชงให้ อสม. ดื่ม ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับสารไนอะซิน (Niacin) สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังต้องรอผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอีกครั้ง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งยึดผลิตภัณฑ์ Korea Pure
ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ ตำรวจ แล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับการจำหน่าย และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ Korea Pure ล็อตดังกล่าวทันที ข้อมูลจากเว็บไซต์ MGR Online ระบุว่า อย. จะตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดจนกว่าจะทราบผลที่แน่ชัด
การดำเนินงานของ อย. ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่กังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกายจากสินค้าตัวนี้ หากพบความผิดปกติ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
ผู้เสียหายผวาหนัก พบค่าตับพุ่งสูง
แม้บริษัทจะเสนอเงินเยียวยา แต่ อสม. ส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษายังปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว พวกเขามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปัญหา สุขภาพ ในระยะยาวที่อาจตามมา บางรายเปิดเผยว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง แต่หลังเกิดเหตุกลับพบว่ามีความดันโลหิตสูงและค่าตับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
ผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนจากหน่วยงานรัฐเสียก่อนตัดสินใจ หากรับเงินเยียวยาไปแล้วในตอนนี้ พวกเขากลัวว่าจะไม่สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมได้ ดังนั้น การรอผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด
นอกจากนี้ อสม. รายหนึ่งเล่าว่า ตัวแทนได้โฆษณาสรรพคุณว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยล้างสารพิษในร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยสัมผัสกับยาฆ่าแมลงก็สามารถดื่มเพื่อดีท็อกซ์ได้ตามปกติ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้บริโภคระมัดระวังให้มากขึ้น
กรณีที่เกิดขึ้นกับกลุ่ม อสม. น่าน ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากสำหรับผู้บริโภคทุกคน การเลือกซื้อหรือทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ควรตรวจสอบเลขหมาย อย. อย่างถี่ถ้วน สิ่งที่อ้างว่าสกัดจากธรรมชาติหรือช่วยดีท็อกซ์ อาจไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคนเสมอไป
ท้ายที่สุดนี้ สังคมยังคงต้องจับตามองผลการตรวจสอบจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของผู้บริโภคต้องมาเป็นอันดับหนึ่งในคดีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความโปร่งใส เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด









