กรุงเทพฯ – ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตต่อเด็ก (TICAC) จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย ในข้อหาจำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก หลังจากการบุกตรวจค้นอย่างเป็นระบบใน 4 จังหวัด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569
เจ้าหน้าที่ด้าน อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีของไทยเปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญอีกครั้ง โดยจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสื่อลามกเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ได้ 4 ราย การดำเนินการครั้งนี้อยู่ภายใต้นโยบายเร่งปราบปรามอาชญากรรมที่กระทบต่อเด็ก ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก
รายละเอียดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น
พนันออนไลน์ "MNGAME888" และจับกุมแก๊งทั้งหมดได้แล้ว">ตำรวจไซเบอร์และ TICAC ใช้เวลาสืบสวนหลายเดือน โดยเก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลายแห่ง เช่น Facebook, Telegram และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย จากนั้นจึงรวบรวมหลักฐานและยื่นขอหมายค้นต่อศาล ก่อนเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดพร้อมกันในวันที่ 18 มีนาคม 2569
พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นมีดังนี้
- กรุงเทพมหานคร (เขตชานเมือง)
- จังหวัดสมุทรปราการ
- จังหวัดชลบุรี
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจพบคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ และโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง ภายในมีภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มากกว่า 10,000 ไฟล์ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการรับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารและแอปพลิเคชันต่างๆ
ข้อกล่าวหาที่ผู้ต้องหาต้องเผชิญ
ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นชายไทย อายุระหว่าง 25 ถึง 45 ปี และถูกดำเนินคดีในหลายข้อหา ได้แก่
- นำเข้าสื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
- ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก
- เผยแพร่และจำหน่ายเพื่อการค้าผ่านช่องทางออนไลน์
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับไม่เกิน 300,000 บาท
แนวทางสืบสวนของ TICAC และตำรวจไซเบอร์
TICAC เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อรับมืออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตที่กระทบต่อเด็กโดยตรง เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกเฉพาะด้าน ทั้งการตามรอยข้อมูลออนไลน์ การวิเคราะห์เมตาดาต้า และการสืบสวนเชิงลับ
ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาโพสต์ลิงก์ขายภาพในกลุ่มปิดบนโซเชียลมีเดีย และใช้วิธีซ่อนข้อมูลเพื่อหลบการตรวจสอบ เมื่อพยานหลักฐานชัดเจนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเร่งขอหมายค้นและเข้าจับกุมทันที
“การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของหลายหน่วยงาน เราจะเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้อาชญากรใช้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ก่อเหตุ” นายตำรวจโท ธนวัฒน์ ศรีวงศ์ ผู้บัญชาการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าว
เหตุผลที่ต้องปราบปรามสื่อลามกเด็กอย่างจริงจัง
สื่อลามกอนาจารเด็กสร้างความเสียหายรุนแรงต่อผู้เสียหาย ทั้งด้านจิตใจและความปลอดภัยในระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายผิดกฎหมายที่มีมูลค่าสูงในหลายประเทศ
จากรายงานของ Interpol ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่คนร้ายอาจใช้เป็นทางผ่านหรือฐานในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้น รัฐจึงเร่งเพิ่มมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลไทยผลักดันนโยบาย “Thailand Safe Internet” พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้ TICAC และตำรวจไซเบอร์ปีละกว่า 500 ล้านบาท อีกทั้งยังอบรมตำรวจในพื้นที่ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้เร็วขึ้น
ผลกระทบจากคดีและคำเตือนถึงประชาชน
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาได้รับเงินจากผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบางรายใช้คริปโตเคอร์เรนซีเพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและปกปิดตัวตน
หากประชาชนพบเนื้อหาน่าสงสัยหรือเว็บไซต์ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ทันทีผ่าน www.ticac.go.th หรือโทรสายด่วน 191 เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน TICAC ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้หมั่นตรวจสอบการใช้อุปกรณ์ของบุตรหลาน และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบความผิดปกติหรือเว็บไซต์ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ความคืบหน้าของคดีและแผนขยายผล
ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ถูกส่งฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว และขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาผู้ร่วมขบวนการและผู้ซื้อรายสำคัญ
ตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่าจะขยายผลไปยังแพลตฟอร์มอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยประสานงานกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Meta และ Google เพื่อปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายให้รวดเร็วมากขึ้น
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนชัดว่า ประเทศไทยเอาจริงกับการปกป้องเด็กจากภัยออนไลน์ และพร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
สรุปผลการดำเนินงานของ TICAC ปี 2569
- จับกุมผู้ต้องหาแล้ว 27 ราย
- ยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกว่า 150 เครื่อง
- ปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมาย 85 แห่ง
ผู้ปกครองและประชาชนทุกคนมีส่วนช่วยได้ หากร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสอย่างทันท่วงที เพราะสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เริ่มได้จากการไม่ปล่อยผ่านความผิดปกติที่พบเห็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ จับกุมชาวเวียดนาม 94 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
เชียงราย – ตำรวจภูธรภาค 5 เดินหน้าทลายเครือข่าย ยาเสพติด ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถสกัด จับยาบ้า ล็อตใหญ่รวมจำนวนเกือบ 3 ล้านเม็ดได้อย่างทันท่วงที กลุ่มผู้ต้องหาพยายามซุกซ่อนของกลางอย่างแนบเนียนในรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไปได้
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากการผสานกำลังพล ข่าวกรองเชิงลึก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว วิธีการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอย ขบวนการค้ายาเสพติด ได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่และเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถยึดยาบ้าได้ 2 ล็อตใหญ่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2.8 ล้านเม็ด
- ผู้ต้องหาใช้เทคนิคดัดแปลงรถยนต์ทำช่องลับ และซุกซ่อนยาเสพติดไว้ใต้พืชผลทางการเกษตร
- ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยีสืบสวนมาใช้คู่กับงานข่าวกรองที่แม่นยำ
ยึดยาบ้ามหึมา 2.5 ล้านเม็ดที่แพร่
คดีแรกของการกวาดล้างเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้ 2 ราย คือ นายทินบัติ และนายจิรายุ ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย พวกเขาถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ขณะกำลังลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดจนพบยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 2.5 ล้านเม็ด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะที่มีการเจาะทำช่องลับเพื่ออำพรางสายตา นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 คัน ไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป
กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีขับรถไปตามเส้นทางรองเพื่อหวังหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายนี้อย่างใกล้ชิด การนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางมาใช้ ช่วยให้สกัดจับขบวนการนี้ได้สำเร็จก่อนที่ยาเสพติดทั้งหมดจะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
รวบอีกคดีที่เชียงราย ยึดเพิ่ม 3 แสนเม็ด
ถัดมาเพียงแค่วันเดียว ในวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นชาวอำเภอเมืองเชียงราย เขาถูกรวบตัวได้อย่างทันควันขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพาน จังหวัดเชียงราย
การตรวจค้นตัวรถในครั้งนี้ ตำรวจพบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 เม็ด ซุกซ่อนมากับรถยนต์อย่างมิดชิด แม้ว่าผู้ต้องหาจะพยายามใช้เทคนิคตบตาเจ้าหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และทำตัวกลมกลืนกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ถูกจับพิรุธและรวบตัวได้ในที่สุด
การจับกุมอย่างต่อเนื่องทั้งสองคดี แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่มักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถ และปรับแผนการป้องกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้สามารถรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้ได้
นโยบายปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้วยตนเอง ท่านได้กล่าวชื่นชมการทำงานอันเข้มแข็งของตำรวจภูธรภาค 5 ที่สามารถบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
ท่านได้เน้นย้ำว่า พื้นที่ชายแดนภาคเหนือถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นยาเสพติด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์และเฝ้าระวัง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และลดความเสี่ยงในการสูญเสียของกำลังพลได้อย่างมหาศาล
ในอนาคต สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะมุ่งเน้นที่การสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สิน และตัดวงจรการเงินของเครือข่ายยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อกวาดล้างปัญหานี้ให้หมดไปอย่างยั่งยืน









