เชียงราย - Chiang Rai News

มลพิษทางน้ำและอากาศในจังหวัดเชียงรายรุนแรง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

เชียงราย – ชาวเชียงรายยังต้องเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบด้าน ทั้งคุณภาพน้ำในหลายแม่น้ำที่ยังพบสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน และสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่พุ่งสูงจนกระทบต่อสุขภาพในหลายอำเภอ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลตรวจคุณภาพน้ำครั้งที่ 17…

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย – ชาวเชียงรายยังต้องเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบด้าน ทั้งคุณภาพน้ำในหลายแม่น้ำที่ยังพบสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน และสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่พุ่งสูงจนกระทบต่อสุขภาพในหลายอำเภอ

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลตรวจคุณภาพน้ำครั้งที่ 17 ช่วงวันที่ 10 ถึง 13 มีนาคม 2569 ครอบคลุมแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และ แม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่ และเชียงราย

ผลตรวจพบว่า แม่น้ำกกยังมีสารหนูเกินค่ามาตรฐานในบางจุด โดยที่สะพานท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณสะพานมิตรภาพ แม่ยาว-ดอยฮาง ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบค่า 0.011 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่ค่ามาตรฐานกำหนดไว้ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร

แม่น้ำสายพบแมงกานีสและสารหนูเกินมาตรฐาน

แม่น้ำสายพบแมงกานีสและสารหนูเกินมาตรฐาน

ส่วนแม่น้ำสาย พบแมงกานีสเกินค่ามาตรฐานที่บ้านป่าซางงาม หมู่ 6 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยตรวจได้ 2.80 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานกำหนดไว้ไม่เกิน 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร

หากดูผลตรวจย้อนหลัง จะเห็นว่าหลายรอบก่อนหน้านี้ค่าบางจุดยังเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เช่น การตรวจครั้งที่ 4 พบเกินทุกจุด อยู่ในช่วง 1.00 ถึง 1.30 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนครั้งที่ 6 ก็ยังเกินทุกจุด อยู่ในช่วง 1.30 ถึง 1.60 มิลลิกรัมต่อลิตร และครั้งที่ 8 อยู่ในช่วง 1.20 ถึง 1.30 มิลลิกรัมต่อลิตร

ข้อมูลยังชี้ว่า ค่าความขุ่นของน้ำที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับการตรวจพบโลหะหนักบางชนิดมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ช่วงการตรวจครั้งที่ 10 ถึง 16 ทุกจุดกลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

แต่ในการตรวจครั้งที่ 17 ล่าสุด ยังพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำสาย โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 0.011 ถึง 0.024 มิลลิกรัมต่อลิตร ยกเว้นบริเวณบ้านหัวฝาย ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย ที่มีค่าอยู่ในเกณฑ์

สำหรับแม่น้ำรวก พบสารหนูเกินมาตรฐานที่สถานีสูบน้ำเกาะช้าง ของการประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยตรวจพบค่า 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร

ขณะเดียวกัน แม่น้ำโขงก็ยังพบสารหนูเกินเกณฑ์ใน 2 จุด ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และบริเวณจุดสูบน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอแม่สาย ซึ่งตรวจพบค่า 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร

จังหวัดเชียงรายได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากหมอกควันหนาแน่น

ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือพุ่งสูง หลายพื้นที่อยู่ในระดับอันตราย

ในวันเดียวกัน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ออกประกาศฉบับที่ 4/2569 เรื่องคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานในภาคเหนือตอนบน ครอบคลุมเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน

รายงานระบุว่า ณ เวลา 07.00 น. ค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่าง 43.5 ถึง 255.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ไปจนถึงระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ

พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง มีดังนี้

  1. ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 255.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  2. ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 232.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  3. ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 153.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  4. ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 147.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  5. ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 146 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  6. ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 107.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  7. ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 101.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  8. ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 92.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  9. ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 92.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  10. ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 90.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  11. ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 81.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  12. ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 75.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 ระดับสีแดงต่อเนื่องมา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569

ขณะเดียวกัน พื้นที่ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย, ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย, ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่นระดับสีแดงต่อเนื่อง 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569

นอกจากนี้ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่, ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานระดับสีแดงต่อเนื่อง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569

คำเตือนถึงประชาชน ลดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากทุกครั้ง

คำเตือนถึงประชาชน ลดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากทุกครั้ง

หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสุขภาพอย่างใกล้ชิด และควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้ง

นอกจากนี้ ควรลดระยะเวลาในการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากกลางแจ้ง และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที

ประชาชนยังควรอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดจากมลพิษทางอากาศ เตรียมยาและของจำเป็นให้พร้อม รวมถึงทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด พร้อมกันนั้น หน่วยงานยังขอความร่วมมืองดการเผาทุกชนิด และหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน เพื่อลดการสะสมของฝุ่นควันในอากาศ

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ระบุว่า หลายจังหวัดในภาคเหนือมีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานเกือบทั้งหมด

สำหรับจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สายมีค่าฝุ่นสูงถึง 153.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอำเภอเมืองอยู่ที่ 90.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอำเภอเชียงของอยู่ที่ 146 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

เขาระบุว่า ระดับฝุ่นที่สูงเกินเกณฑ์มากแบบนี้ส่งผลต่อสุขภาพแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนทำได้ทันทีคือสวมหน้ากาก N95 ตลอดเวลา และหากอยู่ภายในบ้านก็ควรปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อลดอากาศจากภายนอกเข้ามา

กลุ่มเปราะบางต้องระวังมากเป็นพิเศษ

นายอาวีระยังเตือนว่า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหอบหืด และกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ต้องระวังตัวมากกว่าคนทั่วไป เพราะหากไม่ได้สวมหน้ากาก N95 โอกาสได้รับผลกระทบจะยิ่งสูง

ในด้านการดูแลสุขภาพ โรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยังพร้อมให้การสนับสนุน ขณะที่ผู้ป่วยติดเตียง กระทรวงสาธารณสุขได้ช่วยสนับสนุนเครื่องฟอกอากาศหรือมุ้งปลอดฝุ่นในบางกรณี

ส่วนการฉีดน้ำบริเวณสนามหญ้าหรือหน้าบ้าน อาจช่วยได้บ้างในช่วงสั้นๆ เพราะทำให้อากาศชื้นขึ้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาได้ทั้งหมด

เมื่อถูกถามถึงกรณีเชียงรายที่ต้องเผชิญทั้งปัญหาฝุ่นพิษและน้ำปนเปื้อน นายอาวีระมองว่า แต่ละหน่วยงานกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องป้องกันตัวเองด้วยการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง

เขายังกล่าวว่า แม้จะมียุทธศาสตร์ระดับชาติและความร่วมมือในระดับภูมิภาค เช่น ยุทธศาสตร์อาเซียนฟ้าใส แต่การแก้ปัญหายังมีข้อจำกัดหลายด้าน เพราะแต่ละประเทศมีศักยภาพต่างกัน และยังต้องคำนึงถึงปัญหาปากท้องของประชาชนควบคู่กันไป

ประชาชนที่ต้องการติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ สามารถดูข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊ก “สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1” เว็บไซต์ “ air4thai.pcd.go.th ” และแอปพลิเคชัน “Air4thai”

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ชายชาวเมียนมาร์สารภาพว่าได้ฆาตกรรมเด็กหญิงอายุ 17 ปี ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

Rebecca Kim

Published

on

เชียงราย–  จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในระบบการศึกษา เมื่อจำนวนเด็กวัยเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระดับชั้นประถมศึกษา นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งในพื้นที่ชนบทและบนดอยสูงกำลังเสี่ยงที่จะถูกยุบหรือควบรวมกิจการ สิ่งนี้ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลอย่างมากว่าอนาคตของเด็กๆ จะเป็นอย่างไร

แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง วิกฤตนี้อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การลดลงของจำนวนเด็กหมายความว่าภาครัฐสามารถจัดสรรงบประมาณใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มคุณภาพการศึกษาต่อหัวให้เด็กเชียงรายอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ประเด็นสำคัญ 

  • สถิติชี้ชัดว่าจำนวนนักเรียนระดับชั้นประถมทั่วประเทศลดลงกว่า 4.49 แสนคนภายในเวลาเพียงแค่ 4 ปี
  • การยุบโรงเรียนบนดอยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ระยะทางการเดินทาง และภาษาแม่ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์
  • จำนวนเด็กที่ลดลงคือโอกาสทองที่รัฐบาลจะสามารถจัดสรรงบประมาณต่อหัวให้สูงขึ้นและตรงจุดมากขึ้น

สถิติเด็กลดลง สะท้อนโจทย์ใหญ่ด้านการศึกษา

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ระบุชัดเจนว่า จำนวนนักเรียนใน ประเทศไทย กำลังลดลงอย่างน่าตกใจ ในช่วงปีการศึกษา 2565 ถึง 2569 มีนักเรียนหายไปจากระบบถึง 6.79 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบห้าแสนคน

เฉพาะระดับประถมศึกษาเพียงอย่างเดียว มีจำนวนเด็กนักเรียนลดลงไปมากกว่า 3 แสนคน ตัวเลขที่ลดลงนี้ไม่ได้หมายความว่าภาระงานด้านการศึกษาของรัฐจะน้อยลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างคำถามใหญ่เรื่องคุณภาพการเรียนการสอน

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เด็กกลุ่มเล็กๆ ในชนบทจะได้รับการศึกษาที่ดีเท่าเทียมกับที่อื่นหรือไม่ พวกเขาจะมีครูสอนครบทุกชั้นและมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยเหมือนเด็กในเมืองใหญ่หรือเปล่า นี่คือโจทย์ที่ท้าทายมากในยุคปัจจุบัน

บริบทเชียงรายกับความซับซ้อนของโรงเรียนบนดอย

ปัญหาการยุบหรือควบรวมโรงเรียนในจังหวัดเชียงรายมีความซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่นของประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากโรงเรียนหลายแห่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง พื้นที่ชนบทห่างไกล หรือตามแนวชายแดน การเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กๆ

การใช้เกณฑ์จำนวนเด็กเพียงอย่างเดียวเพื่อยุบโรงเรียนจึงไม่ควรนำมาใช้แบบเดียวกันทั้งจังหวัด หากยุบโรงเรียนแล้วเด็กต้องเดินทางไกลขึ้น ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด หรือผู้ปกครองต้องเสียค่าเดินทางแพงขึ้น นั่นจะกลายเป็นการผลักภาระให้ครอบครัวที่ยากจนอย่างไม่เป็นธรรม

รายงานสถานการณ์จาก UNICEF Thailand ชี้ว่าเด็กในชุมชนเปราะบางยังมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา คุณภาพการเรียนรู้ของพวกเขายังคงถูกกำหนดโดยฐานะทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรของโรงเรียน และอุปสรรคด้านภาษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โรงเรียนขนาดเล็กคือหัวใจของชุมชนชายขอบ

สำหรับหลายหมู่บ้านบนดอย โรงเรียนประถมไม่ได้เป็นแค่สถานที่สำหรับเรียนหนังสือตามหลักสูตรเท่านั้น แต่มันคือศูนย์กลางของชุมชนที่คอยดูแลชีวิตและสุขภาพของเด็กๆ พวกเขาได้กินอาหารกลางวันที่มีประโยชน์ ได้รับวัคซีนพื้นฐาน และได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน

โรงเรียนยังเป็นด่านแรกที่ช่วยคัดกรองปัญหาต่างๆ ในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความรุนแรง หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ครูในโรงเรียนเล็กๆ เหล่านี้คือคนที่ใกล้ชิดและเข้าใจบริบทชีวิตของเด็กแต่ละคนมากที่สุด

ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจควบรวมโรงเรียน รัฐต้องลงพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบอย่างละเอียดเสียก่อน ต้องพิจารณาถึงระยะทางจริง ความปลอดภัยบนท้องถนน ในฤดูฝน ตลอดจนความแตกต่างทางภาษาและชาติพันธุ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กต้องสูญเสียโอกาสในการเรียน

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดสรรงบประมาณใหม่

ในมุมมองเชิงบวก เมื่อจำนวนเด็กในระบบน้อยลง รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรใช้โอกาสนี้ในการจัดสรรงบประมาณให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น หากจำนวนเงินงบประมาณยังคงเท่าเดิมแต่จำนวนเด็กน้อยลง งบสนับสนุนต่อหัวของนักเรียนก็ควรจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถนำไปใช้พัฒนาคุณภาพอาหารกลางวัน จัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย และจ้างครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน นี่คือการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการสร้างอนาคตของชาติ

จังหวัดเชียงรายควรเร่งจัดทำแผนที่ข้อมูลโรงเรียนระดับตำบล เพื่อสำรวจความต้องการและเติมเต็มทรัพยากรให้ตรงจุดที่สุด การศึกษาที่มีคุณภาพคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าพวกเขาจะเกิดหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม

บทบาทของชุมชนในการอุ้มชูการศึกษา

การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานรัฐได้เพียงฝ่ายเดียว ชุมชนและผู้ปกครองในพื้นที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางของโรงเรียนด้วย เสียงของคนในพื้นที่คือข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการสะท้อนปัญหาที่แท้จริง

ผู้นำชุมชนสามารถทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อออกแบบหลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต หากมีการควบรวมโรงเรียนจริง ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องรถรับส่งนักเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะเดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัยในทุกฤดูกาล

ท้ายที่สุดแล้ว การยุบหรือคงไว้ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กต้องยึดผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง ข้อมูลข่าวสารจาก นครเชียงรายนิวส์ ช่วยย้ำเตือนให้สังคมตระหนักว่า เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องมุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้กับเด็กเชียงรายทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

Naree Srisuk

Published

on

นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– ชาวบ้านและชุมชนลุ่มน้ำในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางน้ำอย่างหนักในขณะนี้ ปัญหานี้มีต้นตอมาจากการปล่อยสารเคมีของเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่ไหลข้ามพรมแดนมา สารพิษเหล่านี้กำลังทำลายวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง

ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ ผู้เข้าร่วมงานต่างวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล อย่างหนัก พวกเขามองว่ารัฐบาลยังแก้ปัญหาล่าช้าและไม่มีทิศทางที่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญ

  • มลพิษทำลายเศรษฐกิจ:สารโลหะหนักจากเหมืองกระทบแหล่งน้ำทำกิน พื้นที่เกษตรกว่า 65,000 ไร่ และทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกที่พัก
  • จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา:ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐบาลของนายกฯ อนุทิน เร่งหาแหล่งน้ำสำรองและตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง
  • เสนอมาตรการขั้นเด็ดขาด:นักวิชาการเสนอใช้มาตรการ “1 เปิด 3 ตัด” ระงับการนำเข้าและส่งออกแร่เพื่อกดดันเหมืองในเมียนมา

วิกฤตน้ำปนเปื้อนกระทบปากท้องและการท่องเที่ยว

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกกว่า 65,000 ไร่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำแม่สาย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกษตรกรขาดความมั่นใจและไม่รู้ว่าจะหาน้ำสะอาดมาใช้ทดแทนได้จากที่ไหน หากน้ำประปาปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก

นอกจากนี้ ปัญหาน้ำเสียยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอำเภอแม่สาย ตัวแทนชุมชนสายลมจอยเปิดเผยว่า มีกรุ๊ปทัวร์ยกเลิกการจองห้องพักในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ไปแล้วถึงสองกลุ่ม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อความปลอดภัยในพื้นที่ลดลงอย่างมาก

วิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านลุ่มน้ำก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน ในอดีตชาวบ้านสามารถจับปลา หาปู และเก็บพืชผักริมน้ำมาทำอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ปัจจุบันไม่มีใครกล้าลงไปในน้ำหรือนำผลผลิตจากแหล่งน้ำมาบริโภคอีกแล้ว

เสียงสะท้อนจากสภาและตัวแทนประชาชน

นักการเมืองในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาแล้ว เธอได้ตั้งกระทู้ถามและประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อผลักดันให้ปัญหาเหมืองเมียนมาเป็นวาระแห่งชาติ

ด้าน น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาวิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลเช่นเดียวกัน เธอมองว่ารัฐบาลยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนี้เท่าที่ควร เธอจึงได้เสนอแผนการทำงานแบ่งเป็นสามระยะเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

แผนดังกล่าวเริ่มจากการดูแลเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้และการตรวจสุขภาพของประชาชนในระยะเร่งด่วน จากนั้นจึงทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหมืองและสารเคมีในระยะกลาง ส่วนในระยะยาวคือการผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่เวทีเจรจาระดับภูมิภาคและนานาชาติ

ทางออกและข้อเสนอแนะสู่อนาคต

ภาควิชาการได้เสนอแนวทางที่น่าสนใจเพื่อกดดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ดร.สืบสกุล กิจนุกร จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการค้าแร่ระหว่างประเทศ เขาเสนอมาตรการที่เรียกว่า “1 เปิด 3 ตัด” เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้เจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน

มาตรการนี้คือการเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและส่งออกแร่ รวมถึงเครื่องจักรและสารเคมีที่ใช้ทำเหมือง ส่วนมาตรการ “ตัด” คือการระงับการนำเข้าแร่จากเมียนมา ระงับการส่งออกสารเคมีไปเมียนมา และห้ามขนส่งแร่ผ่านไทยไปยังประเทศจีน

ข้อเสนอทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการเหมืองต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลคุณภาพน้ำได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือความหวาดระแวงและความไม่มั่นใจ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคุณภาพน้ำกระจัดกระจายและมาจากหลายหน่วยงาน ทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าควรเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งใด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดการวิกฤตนี้อย่างเร่งด่วน

หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่ในอำเภอแม่สายเท่านั้น แต่มันจะลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขของจังหวัดเชียงรายทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำประเทศต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ภัยเงียบ! สารหนูในแม่น้ำกกและสายยังสูงเกินเกณฑ์

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

Rebecca Kim

Published

on

นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาครั้งสำคัญขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ กิจกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและทำความสะอาดบริเวณหนองบัว ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

จุดประสงค์หลักของงานคือการฟื้นฟูแหล่งน้ำและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ งานจิตอาสาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันนวมินทรมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ทุกภาคส่วนต่างพร้อมใจกันทำงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต่างมีรอยยิ้มและมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อสังคมและชุมชนของตนเอง

ประเด็นสำคัญ

  • ผู้นำลงพื้นที่จริง:ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายนำทีมข้าราชการและประชาชนทำความสะอาดหนองบัวอย่างใกล้ชิด
  • ใช้นวัตกรรมท้องถิ่นแก้ปัญหา:มีการนำเรือดันวัชพืชฝีมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมาใช้ฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สะอาดขึ้น
  • รำลึกถึงรัชกาลที่ 9:กิจกรรมปล่อยปลาและพัฒนาพื้นที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสร้างความยั่งยืน

นวัตกรรมฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อชุมชน

ปฏิบัติการกำจัดวัชพืชที่หนองบัวครั้งนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมอาสาสมัครไปทดสอบเรือดันวัชพืชแบบพิเศษ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยบุคลากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การใช้เรือลำนี้ช่วยเร่งกระบวนการทำความสะอาดและลดแรงงานคนได้อย่างมาก เปลี่ยนทางน้ำที่เคยตื้นเขินและเต็มไปด้วยวัชพืชให้กลายเป็นแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย

สร้างความยั่งยืนให้ระบบนิเวศและชุมชน

นอกจากการจัดเก็บขยะและวัชพืชแล้ว กลุ่มจิตอาสายังได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดลงสู่หนองบัว การปล่อยปลาครั้งนี้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น หนองบัวจึงไม่เป็นเพียงแค่หนองน้ำธรรมดา แต่ยังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญของอำเภอเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนอีกด้วย

กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในจังหวัดเชียงรายได้อย่างชัดเจน การร่วมมือกันไม่เพียงแต่ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้จักหวงแหนธรรมชาติ การดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในระยะยาว ความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย

Continue Reading
เทคโนโลยี - Tech 18 hours ago

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
ข่าวอาชญากรรม - Crime 18 hours ago

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

ข่าวการเมือง Politics 19 hours ago

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

น้ำมันดีเซลไทย B7, B20 และ Premium ต่างกันอย่างไร?
ข่าวธุรกิจ Business 19 hours ago

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

เชียงราย - Chiang Rai News 20 hours ago

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

ฟุตบอล 21 hours ago

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์

ข่าวอาชญากรรม - Crime 21 hours ago

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

เชียงราย - Chiang Rai News 21 hours ago

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

เชียงราย - Chiang Rai News 22 hours ago

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

เชียงราย - Chiang Rai News 22 hours ago

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime 4 weeks ago

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

Trending

Design a Mobile Site
View Site in Mobile | Classic
Share by: