เชียงราย – ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขบอกว่า เชียงรายติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีฝุ่น PM2.5 สูงสุด ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดวางไว้ในท็อป 9 ระดับแดง สถานการณ์นี้เลยไม่ใช่แค่มองไกลๆ หมอกควันเบลอตาเท่านั้น เจ้าหน้าที่สุขภาพย้ำว่า ผู้บริหารท้องถิ่นต้องรับมือปัญหาสุขภาพตรงๆ ด้วยแผนงานชัดเจน
กระทรวงสาธารณสุข รายงานล่าสุดเมื่อ 31 มีนาคม 2569 จังหวัดฝุ่นหนักสุด 10 อันดับคือ พะเยา ลำพูน นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย น่าน ชุมพร ลำปาง เชียงใหม่ แพร่ แม่ฮ่องสอน และนครพนม เจ้าหน้าที่เรียกร้องให้ทุกพื้นที่ลงมือเร็วๆ ภาคเหนือและอีสานฝุ่นเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ต้องเร่งปกป้องสุขภาพประชาชนให้ดี
ครั้งนี้รัฐบาลไม่รอให้คนป่วยล้นโรงพยาบาล กลับกัน พวกเขาลงมือก่อน กระทรวงสาธารณสุขเริ่ม 4 มาตรการหลักทันที ขั้นแรก ดูแลกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ขั้นสอง แจกอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ขั้นสาม เปิดห้องปลอดฝุ่น ขั้นสี่ ติดตามเคสฉุกเฉินจากฝุ่นอย่างใกล้ชิด วิธีนี้ช่วยหยุดปัญหาก่อนจะลุกลาม ไม่ใช่รอรักษา
ตามข้อมูลจาก Nakron Chiang Rai จำนวนคนที่ดูแลเชิงรุกถึง 942,952 ราย ฟังดูปกติ แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ชัดๆ ในนั้นมีผู้สูงอายุ 754,440 ราย เด็กเล็ก 80,920 ราย ผู้มีปัญหาทางเดินหายใจ 72,340 ราย ผู้มีโรคหัวใจ 29,310 ราย และหญิงตั้งครรภ์ 5,942 ราย
กลุ่มเหล่านี้ป่วยหนักเร็วถ้าสูดฝุ่นนานๆ จังหวัดท็อป 3 ที่ดูแลมากสุดคือเชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง เชียงรายเลยต้องเร่งเต็มที่
ทีมงานติดตามผู้ป่วยเสี่ยง
การดูแลเชิงรุกไม่ใช่แค่เตือนเฉยๆ ทีมงานตามรอยผู้เสี่ยง บอกให้เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง แจกหน้ากากพอดี และหาครอบครัวที่ต้องการห้องปลอดฝุ่นมากที่สุด ในเชียงรายที่มีทั้งเมือง ภูเขา และหมู่บ้านห่างไกล แบบนี้สำคัญมาก ระบบท้องถิ่นต้องช่วยคนเดือดร้อนสุดก่อน มิฉะนั้น สุขภาพแย่ลงเร็ว
สำหรับอุปกรณ์ กระทรวงแจกหน้ากาก 31,757 ชิ้น รวม N95 ไปยังพื้นที่วิกฤต ให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง สูงสุดที่เชียงใหม่ 12,770 ชิ้น แพร่ 11,852 ชิ้น ลำปาง 3,476 ชิ้น เชียงรายไม่ติดท็อป 3 แต่ฝุ่นสูงต่อเนื่อง ความต้องการเลยยังเยอะ ต้องจับตาต่อไป
ห้องปลอดฝุ่นในศูนย์สุขภาพมีผู้ใช้ 2,490 ราย สูงสุดนครพนม 889 แพร่ 687 พะเยา 500 เมื่ออากาศข้างนอกแย่นานๆ ห้องพวกนี้กลายเป็นที่พึ่งหลัก เท่ากับยารักษาเลย เด็ก ผู้สูงอายุ และคนปอดหัวใจต้องใช้ก่อน
กระทรวงสาธารณสุขยืนยันไม่มีเคสหนักจาก PM2.5 ต้องช่วยเหลือฉุกเฉินใน 10 จังหวัดนั้น แต่ข้อมูลสำนักงานสาธารณสุขบอกอาการทางเดินหายใจพุ่งกว่า 55% อาการฮิตสุดคือจมูกอุดตัน คัดเคือง ไอ คันตา ดังนั้น ไม่มีเคสฉุกเฉินไม่ได้แปลว่าปลอดภัยแล้ว ต้องลงมือเลย

เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง
อาการเริ่มต้นเตือนว่าร่างกายเครียด คนยังทำงานกลางแจ้งหรือสูดอากาศติดฝุ่น ความเสี่ยงจากระคายเคืองกลายเป็นเรื้อรังได้เร็ว โรคปอดและหัวใจกำเริบหนัก สำนักงานสาธารณสุขเตือนว่าฝุ่นนานๆ เชื่อมโยงกับโรคหัวใจ ปอดเรื้อรัง และมะเร็งปอด
อนุภาค PM2.5 เล็กกว่า 2.5 ไมครอน เลยทะลุขนจมูกและเมือกเข้าไปง่าย องค์การอนามัยโลกบอกว่าบางตัวลึกถึงปอด เข้าสู่กระแสเลือด กระทบปอด หัวใจ สมอง ความเสี่ยงเลยไม่ใช่แค่ไอแพ้ อาจถึงเส้นเลือดสมองแตก หัวใจวาย COPD มะเร็งปอด และปอดบวม
องค์การอนามัยโลกระบุเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์敏感สุด โรคประจำตัว น้ำหนักน้อย หรือฐานะยากจนยิ่งเสี่ยง ไทยเลยดูแลเชิงรุกตรงนี้ ผู้สูงอายุดันอันดับหนึ่ง ตามด้วยเด็ก ปอด หัวใจ
หมอเจษฎา ตรีสัตยเวท แพทย์ภายในทั่วไป โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย อธิบายกับเชียงรายนิวส์ ฝุ่น PM2.5 ทำให้เยื่อจมูกแห้ง ระคายเคือง จุดอักเสบ ไอแรง เป่าจมูก ถู ขุด ทำให้หลอดเลือดฝอยแตก เลือดกำเดาไหลง่าย เด็ก ผู้สูงอายุ แพ้อากาศแย่สุด
เลือดกำเดาไหลบ่งชี้การอักเสบจากฝุ่น สำนักงานสาธารณสุขแนะนำปฐมพยาบาลเด็กวันฝุ่นสูง เอียงหัวไปข้างหน้า นิ้วบีบจมูก ประคบเย็น ถ้ายาวนานไปหาหมอ
รวมกับจมูกอุด คัดเคือง ไอ คันตาที่พุ่ง หลายคนคิดว่าแพ้อากาศฤดู แต่จริงๆ ฝุ่นสะสมทำ ในเชียงรายที่แจ้งแดงหลายวัน ต้องสังเกตให้ดี

ลดเวลากลางแจ้ง
คำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุข และหมอท้องถิ่นตรงกัน ลดเวลานอกบ้านตอนฝุ่นพุ่ง ใส่หน้ากากดีๆ อย่าง N95 หรือ KN95 ปิดประตูหน้าต่างสนิท ใช้ห้องปลอดฝุ่นหรือเครื่องฟอกอากาศถ้ามี
เช็กคุณภาพอากาศบ่อยๆ ทาง Air4Thai AirBKK หรือ Life Dee ติดตามข้อมูลห้องปลอดฝุ่นจากสำนักงานสาธารณสุขด้วย
จมูกคอระคาย ดื่มน้ำเยอะ ล้างจมูกน้ำเกลือ คนทำงานหรือออกกำลังกลางแจ้งรวมกลุ่ม สังเกตอาการกัน ผู้สูงอายุอยู่แต่ในร่ม ระบายอากาศดี หลีกเลี่ยงช่วงพีค
เชียงรายมีงานสองอย่าง ระยะสั้น ทนช่วงพีคโดยไม่ป่วยหนัก สื่อสารความเสี่ยงตรงๆ แจกหน้ากากกว้าง เปิดห้องปลอดฝุ่นเต็มที่ ติดตามกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด
ระยะยาว แก้ที่ต้นตอ สำนักงานสาธารณสุขชี้ลมนิ่งและเผาไหม้กลางแจ้งทำให้ฝุ่นค้างทั้งอาทิตย์ ต้องจัดการเผา เชื้อเพลิงป่า ควบคุมมลพิษ สร้างเมืองสุขภาพพร้อมฤดูฝุ่นยาวนาน
ยังไม่มีเคสฉุกเฉินหมู่ ทีมสุขภาพเลยมีเวลาเตรียม แต่ช่องว่างแคบลงถ้าระดับแดงส้มค้างนาน หลายคนยังออกนอกบ้านไร้เกราะ ใช้ช่วงสงบนี้เสริมป้องกันให้แน่น
ปลายมีนาคม ไทยเจอผลกระทบ PM2.5 จริงจัง เชียงรายอยู่ตรงกลาง ข้อมูลชี้ระดับสูง กลุ่มเสี่ยงเยอะ อาการพุ่ง ไม่มีเคสฉุกเฉิน
แต่เคสระคาย เลือดกำเดาไหลง่าย ผู้ใช้ห้องฝุ่น บอกให้警戒 ฝุ่นจากฉากหลังฤดูร้อน กลายภัยสุขภาพประจำวัน กระทบหายใจ นอน ทำงาน ความปลอดภัยกลุ่มเสี่ยง
ทำง่ายๆ แต่สำคัญตอนนี้ เช็กฝุ่นก่อนออกบ้าน ลดสัมผัสกลางแจ้ง เลือกหน้ากากดีๆ ดูแลเด็กผู้สูงอายุ สังเกตอาการเล็กๆ ซ้ำๆ ฝุ่นล่องหนทดสอบคุณภาพอากาศและสุขภาพท้องถิ่น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มลพิษทางน้ำและอากาศในจังหวัดเชียงรายรุนแรง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ– สถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้ประชาชน กลับกลายเป็นช่องทางทองให้ มิจฉาชีพ หาผลประโยชน์ ล่าสุดคนดังในวงการบันเทิงและโซเชียลมีเดียตกเป็นเหยื่อหลายราย เมื่อมีชายหนุ่มอ้างตัวเป็นจิตอาสาขอรับบริจาคเงิน เหตุการณ์นี้สะเทือนใจผู้ที่ตั้งใจช่วยเหลือสังคมอย่างมาก เงินบริจาคที่ควรจะได้นำไปช่วยผู้ประสบภัย กลับถูกนำไปใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว
อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม และดาราสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ไม่นิ่งนอนใจกับเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้น ทั้งสองคนได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อเอาผิดมิจฉาชีพรายนี้อย่างเด็ดขาด ผู้ก่อเหตุใช้วิธีตีสนิทและอ้างว่าจะนำเงินไปตั้งโรงครัวช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม แต่ในความเป็นจริงเขากลับนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างหน้าตาเฉย
ประเด็นสำคัญ
- อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม และ ขวัญ อุษามณี แจ้งความจับชายอ้างตัวเป็นอาสาสมัครที่ หลอกลวง เงินบริจาคน้ำท่วม
- มิจฉาชีพสร้างเรื่อง “โรงครัวทิพย์” หลอกคนดังหลายรายให้โอนเงินสมทบทุนรวมมูลค่าหลายแสนบาท
- มีผู้พบเห็นและถ่ายคลิปหลักฐานว่ามิจฉาชีพนำเงินบริจาคไปเที่ยวสถานบันเทิงอย่างสบายใจ
พฤติกรรมสุดแสบของมิจฉาชีพคราบนักบุญ
ผู้ก่อเหตุรายนี้มีฉายาในวงการว่า “ลูกเฟิร์ส” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง ในอดีตเขาเคยก่อเหตุหลอกลวงโดยอ้างตัวเป็นคนทรงเจ้าหรือร่างทรงเพื่อเรียกรับเงินมาก่อน ปัจจุบันเขามีคดีติดตัวและมีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงหลายท้องที่ แต่ก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมหลอกลวง เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เขากลับใช้โอกาสนี้ตระเวนหลอกลวงคนดังไปทั่วประเทศ
กลโกงของเขาคือการเข้ามาทำทีเป็นคนดี มีจิตอาสา และอยากช่วยเหลือสังคม เขาเสนอตัวจะจัดตั้งโรงครัวเพื่อทำอาหารกล่องแจกจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัย ความน่าเชื่อถือและการพูดจาที่หว่านล้อม ทำให้คนดังหลายคนหลงเชื่อและยอมโอนเงินสมทบทุนให้ อาจารย์เบียร์สูญเงินไปถึง 149, 000 บาท ขณะที่ขวัญ อุษามณี โอนเงินช่วยเหลือไปจำนวน 36,000 บาท
ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีคนดังอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อของโรงครัวทิพย์นี้ เปิ้ล นาคร ศิลาชัย โอนเงินร่วมบุญไป 20,000 บาท นอกจากนี้ หลวงตาสินทรัพย์ หรือ “พระสิ้นคิด” ก็ถูกหลอกลวงเงินไปเกือบ 200,000 บาท ยอดรวมความเสียหายทั้งหมดมีมูลค่าหลายแสนบาท ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง
หลักฐานมัดตัว นำเงินบุญไปเที่ยวผับ
ความจริงทั้งหมดปรากฏขึ้นเมื่อมีผู้พบเห็นชายคนดังกล่าวนำเงินที่ได้จากการบริจาคไปใช้เที่ยวเตร่ มีพลเมืองดีสามารถถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่เขากำลังเที่ยวสถานบันเทิงและดื่มกินอย่างสนุกสนานได้ หลักฐานชิ้นนี้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อาจารย์เบียร์และผู้เสียหายคนอื่นๆ ตัดสินใจดำเนินคดีตามกฎหมาย พวกเขามองว่านี่คือการซ้ำเติมผู้ประสบภัยที่กำลังลำบากอย่างหนัก
ในขณะเดียวกัน มีวัยรุ่นชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นทีมงานของผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อให้ปากคำกับตำรวจ เขาออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นคนขับรถพาผู้ก่อเหตุไปเที่ยวผับจริง โดยคืนนั้นผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาอย่างหนักและใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย
วัยรุ่นคนนี้ยังยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้โอนเงินส่วนที่เหลือคืนให้ผู้ก่อเหตุไปหมดแล้ว เขาไม่ทราบเลยว่าเงินเหล่านั้นถูกนำไปทำอะไรต่อ หรือถูกนำไปใช้จ่ายที่ไหนอีก การออกมาชี้แจงครั้งนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเงินบริจาคไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เลยแม้แต่น้อย
เสียงเตือนจากคนดัง ระวังภัยบริจาคน้ำท่วม
การเดินทางมาเข้าแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อเรียกร้องเงินของตนเองคืน แต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้ไปหลอกลวงผู้อื่นได้อีกในอนาคต ข่าวจาก Amarin TV ระบุว่า อาจารย์เบียร์ต้องการให้ผู้ก่อเหตุออกมาชี้แจงความจริงต่อหน้าสื่อและสังคม เพราะเหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้บริจาคเป็นอย่างมาก
อาจารย์เบียร์ยังฝากเตือนสติประชาชนทุกคนที่ต้องการทำบุญช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงนี้ ขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุดและตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนโอนเงิน ควรเลือกบริจาคผ่านหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรการกุศลที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกส่งถึงมือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ
ด้านดาราสาว ขวัญ อุษามณี ก็เปิดเผยว่าเธอรู้สึกเสียใจและผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เธอมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤต แต่กลับถูกคนฉวยโอกาสนำความเมตตาไปหาผลประโยชน์ คดีนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับสังคมไทยในการทำบุญผ่านระบบออนไลน์ ที่มิจฉาชีพมักแฝงตัวมาในรูปแบบของคนดีมีน้ำใจ
บทเรียนสำคัญสำหรับการทำบุญยุคดิจิทัล
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาภัยไซเบอร์และการหลอกลวงที่แนบเนียนขึ้นในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมักจะใช้ความน่าสงสารหรือสถานการณ์ภัยพิบัติมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นความเห็นใจ เมื่อประชาชนเห็นภาพน้ำท่วมหรือผู้เดือดร้อน ก็มักจะรีบโอนเงินช่วยเหลือโดยไม่ทันได้ตรวจสอบประวัติของผู้รับบริจาคให้ดีเสียก่อน
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแนะนำว่า ก่อนการบริจาคทุกครั้ง ควรขอรายละเอียดโครงการและตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับโอนให้ชัดเจน หากชื่อบัญชีเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงหรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรใดๆ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน นอกจากนี้ การติดตามผลการดำเนินงานหลังจากการบริจาคก็เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้คนฉวยโอกาสนำเงินบุญไปใช้ในทางที่ผิด
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่ามิจฉาชีพคราบนักบุญรายนี้จะได้รับโทษทางกฎหมายที่สาสมกับสิ่งที่ทำไว้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่คนไทยควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา
ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
เชียงใหม่– เหตุการณ์ระทึก ขวัญ เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อพระสงฆ์และสามเณรวัดศรีสุพรรณร่วมใจกันสวมบทฮีโร่ วิ่งไล่ จับคนร้าย ที่เข้ามาก่อเหตุขโมยตู้บริจาคถึงในวัด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยศูนย์วิทยุกองบังคับการ ตำรวจ ภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (191) ได้รับแจ้งเหตุและรีบประสานงานทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จึงรุดลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบถามพระลูกวัดทราบว่า คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เข้ามาในวัด ทำทีเหมือนเป็นคนใจบุญมาไหว้พระ ในช่วงเช้าที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังไม่มาทำงาน เมื่อพระสงฆ์เปิดประตูวิหารและประตูพระอุโบสถ คนร้ายก็ฉวยโอกาสเดินเข้าไปอุ้มตู้บริจาคเหล็กทันที โชคดีที่พระและสามเณรมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงพากันส่งเสียงตะโกนและวิ่งไล่ตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด
ประเด็นสำคัญ
- พระและสามเณรวัดศรีสุพรรณร่วมกันจับกุมโจรขโมยตู้บริจาคไว้ได้ทันควัน
- คนร้ายทิ้งรถบิ๊กไบค์วิ่งหนีเท้าเปล่า แต่ไม่รอดถูกรุมจับกุมในที่สุด
- ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าเพิ่งพ้นโทษ และมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วกว่า 5 ครั้ง
ด้วยความตกใจ คนร้ายพยายามอุ้มตู้บริจาควิ่งหนีไปยังรถบิ๊กไบค์ที่จอดเตรียมไว้ แต่กลุ่มพระและสามเณรวิ่งกรูตามมาอย่างรวดเร็วและไม่ลดละ ทำให้คนร้ายต้องตัดสินใจทิ้งรถจักรยานยนต์ แล้วพยายามหิ้วตู้หนีด้วยเท้าเปล่าออกไปนอกวัด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายคนร้ายก็หนีไม่รอดและถูกรุมจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด ส่วนเงินในตู้บริจาคนั้นมีไม่มากนัก เนื่องจากทางวัดมีกิจวัตรในการไขกุญแจเก็บเงินบริจาคออกทุกวันอยู่แล้ว
ประวัติโชกโชน: โจรบิ๊กไบค์สารภาพเคยก่อเหตุซ้ำซาก
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ ตำรวจเชียงใหม่ ได้ทำการสอบสวนผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด ซึ่งคนร้ายได้ให้การรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐาน เขายอมรับว่าเคยมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไม่มีงานทำ จึงตัดสินใจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก โดยก่อนหน้านี้ได้มาตระเวนดูลาดเลาที่วัดศรีสุพรรณอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจก่อนลงมือจริง
นอกจากนี้ คนร้ายยังสารภาพว่าได้ไปยืมรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของเพื่อนมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ เมื่อตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถเถื่อนที่ไม่มีเอกสารและไม่ได้เสียภาษีแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
ข่าวอาชญากรรม - Crime
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
จันทบุรี– เจ้าหน้าที่ ตำรวจ จันทบุรีได้รวบตัวหนุ่มแสบในคดีโรแมนซ์สแกมสุดอุกอาจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภัยเงียบรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ผู้ต้องหารายนี้ใช้ความรักเป็นเครื่องมือในการ หลอกลวง เหยื่อจนสูญเงินมหาศาล คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเพราะคนร้ายนำเทคโนโลยี AI มาใช้ปลอมแปลงเอกสารสำคัญ ทำให้เหยื่อหลงเชื่ออย่างสนิทใจจนสูญเงินกว่า 21 ล้านบาท
ตามรายงานจาก ข่าวไทยรัฐออนไลน์ พฤติการณ์ของคนร้ายเริ่มจากการทำความรู้จักกับผู้เสียหายที่ร้านนวดใน กรุงเทพมหานคร เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาไปในเชิงชู้สาว ผู้ต้องหาจึงเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้ AI ดัดแปลงภาพเอกสารธนาคารปลอม เขาอ้างว่าตนเองมีเงินเก็บมากถึง 14 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายตายใจและยอมโอนเงินให้หลายร้อยครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ใช้ AI ปลอมเอกสารเนียน:คนร้ายใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ สร้างหน้าบัญชีเงินฝากและเอกสารตำรวจปลอม เพื่อหลอกว่าตนเองมีฐานะดีและกำลังเดือดร้อน
- สูญเงินมหาศาลกว่า 21 ล้านบาท:เหยื่อหลงเชื่ออย่างหนัก จึงยอมโอนเงินและมอบทรัพย์สินให้ผู้ต้องหามากถึง 623 ครั้ง ภายในเวลาเพียงปีกว่า
- เงินหายไปกับการ พนันออนไลน์ :ตำรวจสืบพบว่าเงินทั้งหมดไม่ได้ถูกนำไปลงทุน แต่ถูกนำไปเล่นสล็อตออนไลน์และใช้หนี้นอกระบบจนเกือบหมด
พล.ต.ต.ธราเทพ ตูพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนที่น่าตกใจ คนร้ายไม่ได้ปลอมแค่ยอดเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ยังเหิมเกริมปลอมเอกสารจากสถานีตำรวจเมืองนนทบุรีอีกด้วย โดยผู้ต้องหาอ้างว่าแม่ถูกจับคดีหวยใต้ดินและต้องใช้เงินด่วนเพื่อเสียค่าปรับ
เทคนิคการใช้ AI ปรับแต่งตัวเลขบนเอกสาร ทำให้ภาพถ่ายที่ส่งผ่านไลน์ดูสมจริงจนแทบแยกไม่ออก นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายโอนเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงกันยายน 2569 จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มสงสัยและปรึกษาครอบครัว จึงนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด
บุกค้น 4 จุดหลักและเส้นทางการเงินที่หายไป
เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุม ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมนายพงศ์ธรที่พักย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร การปฏิบัติการครั้งนี้ยังขยายผลเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 4 จุดหลัก ซึ่งรวมถึงคอนโดมิเนียมย่านอโศกและบ้านพักในจังหวัดนครปฐม เพื่อหาหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มเติม
จากการแกะรอยเส้นทางการเงิน พบความจริงว่าเงินกว่า 21 ล้านบาทไม่ได้ถูกนำไปสร้างเนื้อสร้างตัวเลย ผู้ต้องหารับสารภาพว่านำเงินไปชำระหนี้นอกระบบและใช้จ่ายส่วนตัว แต่เงินก้อนใหญ่ที่สุดถูกนำไปทิ้งกับเว็บพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการเล่นเกมสล็อตที่สูบเงินไปอย่างมหาศาล
บทเรียนราคาแพงและวิธีป้องกันภัยโรแมนซ์สแกม
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ชิ้นโตสำหรับคนที่กำลังมองหาความรักผ่านโลกออนไลน์หรือแอปพลิเคชันหาคู่ มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้มาในรูปแบบของการข่มขู่ แต่มาพร้อมกับคำหวานและการสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การใช้ AI สร้างเอกสารปลอมถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แพร่ระบาดหนักในขณะนี้ ซึ่งทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทันและระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์แนะนำว่า การป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดคือการตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ หากคนรักออนไลน์ของคุณเริ่มพูดถึงเรื่องเงินหรือขอความช่วยเหลือทางการเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง คุณไม่ควรด่วนตัดสินใจโอนเงินให้คนที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง แม้ว่าเขาจะดูมีฐานะดีแค่ไหนก็ตาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากข้อคิดเตือนใจว่า แม้เอกสารที่มิจฉาชีพนำมาแสดงจะดูน่าเชื่อถือและมีตราประทับราชการชัดเจน ขอให้มีสติและโทรศัพท์ตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรงก่อนเสมอ การโอนเงินไปแล้วมักติดตามคืนได้ยากมาก ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความรักหรือความสงสารชั่ววูบมาทำลายเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณ

