ลำปาง – เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี อาชญากรรม สะเทือนขวัญที่สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดลำปางเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนายอนุสรณ์ ศรีใจตัน หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “ลุงฐา” อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของ ร้าน 268 ข้าวต้มเลือดหมู บริเวณปากทางเข้าบ้านศรีปงชัย อำเภอเมืองลำปาง ได้ก่อเหตุอุกอาจใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้านจนเสียชีวิตคาที่ นอกจากนี้ยังใช้อาวุธมีดฟันภรรยาและน้องสาวของผู้เสียชีวิตจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีฝ่าความมืดไปเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา
ล่าสุดในช่วงสายของวันนี้ (27 เมษายน) ทางญาติของผู้ก่อเหตุได้พาตัวนายอนุสรณ์ เข้า มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
ปมเหตุขัดแย้ง: ปัญหาแย่งสิทธิใช้ที่ดิน
ภายหลังจากที่ ตำรวจ ได้ควบคุมตัวมาสอบสวน นายอนุสรณ์ได้ให้การยอมรับว่า ตนเองลงมือไปเพราะความ “บันดาลโทสะ”เนื่องจากถูกฝ่ายผู้ตายด่าทออย่างรุนแรงและไม่ยอมหยุดพัก สำหรับชนวนเหตุแห่งความบาดหมางในครั้งนี้ มาจากความขัดแย้งเรื่องการแย่งสิทธิการใช้ที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ท่านหนึ่ง
โดยก่อนหน้านี้ ทางผู้เสียชีวิตได้รับอนุญาตให้เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้ฟรี เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการช่วยดูแลความเรียบร้อยของที่ดิน แต่ทว่าเมื่อประมาณ 5-6 เดือนที่ผ่านมา ลุงฐา ผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาขอเช่าพื้นที่บริเวณใกล้เคียงเพื่อเปิดร้านอาหาร หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มมีปัญหาและมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันเรื่อยมาจนนำไปสู่เหตุสลดในที่สุด
นาทีระทึก! ญาติเปิดคำให้การจากผู้บาดเจ็บ
ในเวลาต่อมา ทางตำรวจได้เตรียมนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากมีบรรดาญาติพี่น้องของฝ่ายผู้ตายและผู้บาดเจ็บกว่า 20 คน ทยอยมารวมตัวกันเพื่อรอดูหน้ามือปืน
ทางด้านพี่ชายของผู้เสียชีวิตได้เปิดใจสั้นๆ ว่า ตนไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเหตุการณ์นี้น้องชายจะเป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน เพราะปกติน้องชายเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจา แม้จะเป็นคนชอบดื่มสุราแต่เมื่อเมาแล้วก็จะเข้านอน ไม่เคยมีพฤติกรรมระรานใคร
ขณะเดียวกัน นายปริญญา พี่ชายของนางปนัดดา (ภรรยาผู้ตายที่ถูกฟัน) ได้ออกมายืนยันความคืบหน้าอาการของน้องสาว หลังจากเดินทางไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ว่าตอนนี้นางปนัดดาอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว พร้อมทั้งได้เล่าลำดับเหตุการณ์จากปากของน้องสาว โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายและนางปนัดดามีปากเสียงกับลุงฐา แต่ก็ได้ยุติลงและพากันเดินกลับเข้าบ้านไปแล้ว
- ลุงฐาไม่ยอมจบเรื่อง ได้ถืออาวุธปืนตามมาที่หน้าบ้าน พร้อมกับส่งเสียงเรียกให้คนข้างในเปิดประตู
- ทันทีที่ผู้ตายเปิดประตูออกมา ลุงฐาก็ลั่นไกยิงใส่แบบเผาขนทันที
- เนื่องจากอาวุธปืนกระบอกนั้นมีกระสุนเพียงแค่นัดเดียว เมื่อยิงเสร็จลุงฐาจึงเดินกลับไปที่ร้านอาหารของตนเอง เพื่อหยิบมีดกลับมากระหน่ำฟันนางปนัดดาซ้ำ
- ในจังหวะชุลมุนนั้น “อิ๊ฟ” น้องสาวอีกคนวิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์ จึงพยายามเข้าล็อกตัวลุงฐาจากทางด้านหลังเพื่อห้ามปราม แต่กลับถูกลุงฐาใช้มีดฟันสวนกลับไปด้านหลัง ทำให้ได้รับบาดเจ็บไปอีกคน
นายปริญญาได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความโกรธแค้นว่า “ผมเชื่อมั่นเลยว่า หากตอนนั้นในปืนยังมีลูกกระสุนเหลืออยู่ ลุงฐาคงตั้งใจยิงให้ตายทั้ง 3 คนอย่างแน่นอน”
ผู้ต้องหากลับคำให้การ ศาลค้านประกันตัวส่งเข้าเรือนจำ
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้พยายามสอบปากคำผู้ต้องหาเกือบตลอดทั้งวัน ในวินาทีสุดท้ายของการสอบสวน ผู้ต้องหากลับเปลี่ยนใจและ ขอปฏิเสธที่จะเข้าทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามกำหนดการเดิมที่วางเอาไว้ ทำให้ญาติที่ไปรอต้องผิดหวังและแยกย้ายกันไป
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ตำรวจจึงต้องปรับแผน โดยรีบนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลทันที เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักถึง 3 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา, ข้อหาพยายามฆ่า และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน
ท้ายที่สุด ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งเข้ามาว่า ทางศาลได้พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีพฤติการณ์อุกฉกรรจ์และมีอัตราโทษสูง จึงต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำเพื่อรอดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ข่าวไทยยอดนิยม:
พลิกโฉมธุรกิจไทยปี 2026: ทำไมระบบ CRM ถึงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคดิจิทัล
วิธีเล่นหวยฮานอย (XSMB) จากไทยแบบออนไลน์, ตั้งแต่แทงจนเช็คผล (อัปเดต 2026)
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
เชียงราย – ตำรวจภูธรภาค 5 เดินหน้าทลายเครือข่าย ยาเสพติด ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถสกัด จับยาบ้า ล็อตใหญ่รวมจำนวนเกือบ 3 ล้านเม็ดได้อย่างทันท่วงที กลุ่มผู้ต้องหาพยายามซุกซ่อนของกลางอย่างแนบเนียนในรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไปได้
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากการผสานกำลังพล ข่าวกรองเชิงลึก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว วิธีการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอย ขบวนการค้ายาเสพติด ได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่และเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถยึดยาบ้าได้ 2 ล็อตใหญ่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2.8 ล้านเม็ด
- ผู้ต้องหาใช้เทคนิคดัดแปลงรถยนต์ทำช่องลับ และซุกซ่อนยาเสพติดไว้ใต้พืชผลทางการเกษตร
- ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยีสืบสวนมาใช้คู่กับงานข่าวกรองที่แม่นยำ
ยึดยาบ้ามหึมา 2.5 ล้านเม็ดที่แพร่
คดีแรกของการกวาดล้างเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้ 2 ราย คือ นายทินบัติ และนายจิรายุ ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย พวกเขาถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ขณะกำลังลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดจนพบยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 2.5 ล้านเม็ด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะที่มีการเจาะทำช่องลับเพื่ออำพรางสายตา นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 คัน ไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป
กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีขับรถไปตามเส้นทางรองเพื่อหวังหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายนี้อย่างใกล้ชิด การนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางมาใช้ ช่วยให้สกัดจับขบวนการนี้ได้สำเร็จก่อนที่ยาเสพติดทั้งหมดจะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
รวบอีกคดีที่เชียงราย ยึดเพิ่ม 3 แสนเม็ด
ถัดมาเพียงแค่วันเดียว ในวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นชาวอำเภอเมืองเชียงราย เขาถูกรวบตัวได้อย่างทันควันขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพาน จังหวัดเชียงราย
การตรวจค้นตัวรถในครั้งนี้ ตำรวจพบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 เม็ด ซุกซ่อนมากับรถยนต์อย่างมิดชิด แม้ว่าผู้ต้องหาจะพยายามใช้เทคนิคตบตาเจ้าหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และทำตัวกลมกลืนกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ถูกจับพิรุธและรวบตัวได้ในที่สุด
การจับกุมอย่างต่อเนื่องทั้งสองคดี แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่มักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถ และปรับแผนการป้องกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้สามารถรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้ได้
นโยบายปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้วยตนเอง ท่านได้กล่าวชื่นชมการทำงานอันเข้มแข็งของตำรวจภูธรภาค 5 ที่สามารถบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
ท่านได้เน้นย้ำว่า พื้นที่ชายแดนภาคเหนือถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นยาเสพติด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์และเฝ้าระวัง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และลดความเสี่ยงในการสูญเสียของกำลังพลได้อย่างมหาศาล
ในอนาคต สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะมุ่งเน้นที่การสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สิน และตัดวงจรการเงินของเครือข่ายยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อกวาดล้างปัญหานี้ให้หมดไปอย่างยั่งยืน





