เชียงราย – เตรียมพบกับช่วงเวลาที่ทั้งตลกและตึงเครียด! เมื่อทีม ตำรวจ เวรบุกเข้าจับกุมแก๊งค้า ยาเสพติด พวกเขาได้พบกับกลยุทธ์ที่คาดไม่ถึง: ผู้ต้องสงสัยหญิงคนหนึ่งแกล้งทำเป็นถูกวิญญาณชั่วร้ายเข้าสิงเพื่อหลบหนีการจับกุม ผู้นำชุมชนต้องเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์
สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวที่ทั้งจริงจังและแปลกประหลาดมาฝาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใน จังหวัดเชียงราย ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าฉงนที่สุดครั้งหนึ่ง ผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดรายนี้ไม่ได้พกอาวุธ แต่เธอถูก “วิญญาณ” เข้าสิง ซึ่งญาติของเธออ้างว่าวิญญาณนั้นได้เข้าสิงร่างเธอ! เกิดอะไรขึ้นในเรื่องราวที่วุ่นวายนี้กันแน่? มาติดตามรายละเอียดที่ครบถ้วนและเข้าใจง่ายกันเลย
ตามรายงานข่าวจาก ช่อง 7HD เหตุการณ์สุดระทึกและชวนงงนี้ เกิดขึ้นที่บ้านดงมะตื๋น หมู่ที่ 5 อำเภอ แม่จัน จังหวัดเชียงราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ “ชุดสืบสวนหมาป่าราตรี” ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า มีการลักลอบซื้อขายและมั่วสุมเสพยาบ้ากันอย่างโจ่งครึ่ม สร้างความเดือดร้อนรำคาญและหวาดระแวงให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก
หลังจากได้รับแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รอช้าครับ ได้ทำการวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อทำการ “ล่อซื้อ” ยาเสพติดจากเป้าหมายหลัก ซึ่งก็คือ “นางสาวอาหมี่” หญิงชาวอาข่าที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัย เมื่อได้จังหวะที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังบุกเข้าไปยังเพิงพักเป้าหมายทันที
ภาพที่เจ้าหน้าที่เห็นคือ กลุ่มคนประมาณ 4-5 คนกำลังมั่วสุมเสพยาบ้ากันอยู่ เมื่อเห็นตำรวจบุกเข้ามา ทุกคนก็ตกใจสุดขีด วงแตกกระจาย วิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง ทิ้งให้นางสาวอาหมี่นั่งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
มุกเด็ดเอาตัวรอด: อาการ “ผีเข้า”
แต่แทนที่นางสาวอาหมี่จะยอมจำนนโดยดี เธอกลับงัด “ไม้ตาย” ที่ทำให้ตำรวจถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อตำรวจเข้าไปใกล้เพื่อทำการจับกุม เธอเริ่มมีอาการสั่นเทาอย่างรุนแรง พูดจาไม่รู้เรื่อง และแสดงท่าทีแปลกประหลาด ทางฝั่งญาติๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็รีบตะโกนบอกตำรวจทันทีว่า “ไม่ได้เป็นอะไรนะ แค่ผีเข้า!”
งานนี้ทำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับไปไม่เป็น เพราะผู้ต้องหาเอาแต่สั่นและสื่อสารไม่ได้เลย สถานการณ์ตึงเครียดปนตลกนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจตามผู้นำหมู่บ้านมาช่วยเจรจาและเคลียร์สถานการณ์ให้สงบลง เพื่อให้สามารถควบคุมตัวและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปได้
หลังจากใช้เวลาเคลียร์สถานการณ์และเจรจากันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมตัวนางสาวอาหมี่และผู้ร่วมขบวนการที่วิ่งหนีไม่รอดได้สำเร็จ โดยมีการสรุปผลการจับกุมได้อย่างชัดเจนดังนี้ครับ:
- นางสาวอาหมี่:ผู้ต้องหาหลัก (ที่อ้างว่าถูกผีเข้า) ถูกจับกุมพร้อมของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 118 เม็ด
- นายอาชา:ผู้ร่วมขบวนการ ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า จำนวน 35 เม็ด
- นายหล่อแบ:ผู้ร่วมขบวนการ ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า จำนวน 3 เม็ด
ความร่วมมือของชุมชนคือสิ่งสำคัญ
ยาเสพติดไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้เสพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวและชุมชน ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและความหวาดระแวง การที่ชาวบ้านร่วมมือกันแจ้งเบาะแสให้ตำรวจในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการเป็นหูเป็นตา ช่วยกันปกป้องลูกหลานจากภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ในชุมชน หากใครพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันทีครับ ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับและเป็นประโยชน์อย่างมาก
ในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะมีวิญญาณเข้าสิงจริงหรือเป็นเพียงการแสดงละครเพื่อเอาตัวรอด ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน พวกเขายอมรับสารภาพแต่โดยดีว่ายาบ้าทั้งหมดที่ตำรวจค้นพบนั้นเป็นของพวกตนจริงๆ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนว่า การทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะงัดกลยุทธ์ไหนมาใช้ ก็ไม่สามารถหลีกหนีความยุติธรรมไปได้อย่างแน่นอนครับ
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
เรื่องช็อก! ชายชาวเชียงรายถูกจับกุมฐานบุกรุกห้องพักหญิงสาววัย 18 ปี
ไขปริศนาเชียงราย! โรงพยาบาลเชียงแสนประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์จริงหรือไม่?
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

กาญจนบุรี– เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและ ทำร้ายร่างกาย ผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน











