เชียงราย – เมื่อฤดูฝนกำลังขยับเข้าใกล้มาทุกที สิ่งหนึ่งที่พี่น้องชาวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มักจะมีความกังวลใจอยู่เสมอก็คือปัญหา น้ำท่วม จาก “ แม่น้ำสาย ” ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่กั้นพรมแดนระหว่าง ประเทศไทย และประเทศเมียนมา ในอดีตที่ผ่านมา พื้นที่เศรษฐกิจบริเวณริมน้ำมักจะได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและร้านค้า สร้างความเสียหายอย่างหนัก แต่สำหรับปีนี้ ทางหน่วยงานภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการบูรณาการความร่วมมือและระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งสร้างและซ่อมแซมแนวป้องกันน้ำท่วมให้เสร็จสิ้นก่อนที่มวลน้ำหลากจะมาเยือน
อ้างอิงข้อมูลจาก รายงานข่าวของเว็บไซต์มติชนออนไลน์ ล่าสุดการดำเนินงานซ่อมแซมผนังกั้นน้ำและจัดวางถุงทรายขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “บิ๊กแบ๊ก” (Big Bag) มีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นภาพสะท้อนการทำงานที่รวดเร็ว และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ที่จะได้เห็นการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่และจิตอาสา ลุยงานอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทางศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ ได้หลีกเลี่ยงขั้นตอนที่ซับซ้อนและส่งกำลังปฏิบัติการลงพื้นที่ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่กว่า 60 นาย พร้อมด้วยเครื่องจักรกลหนักและอุปกรณ์สำคัญกว่า 20 ชนิด ทำงานอย่างแข็งขัน มีการวางแผนแบ่งการทำงานออกเป็นโซนต่างๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้ครอบคลุมจุดเสี่ยงริมแม่น้ำสายทั้งหมด ดังนี้:
- พื้นที่โซน A (การเสริมความแข็งแรงของตลิ่ง):เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบไปแล้วจำนวน 1,100 ถุง และได้มีการนำถุงทรายขนาดใหญ่ไปจัดวางเป็นแนวกำแพงเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้มียอดสะสมการวางบิ๊กแบ๊กในจุดนี้รวมทั้งสิ้น 1,114 ถุง
- พื้นที่โซน B (การขุดลอกและเคลียร์ทางน้ำ):จุดนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะอยู่บริเวณใต้ “สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1” ทีมงานได้นำรถแบ๊กโฮมาขุดลอกเอาดินโคลน ตะกอนทราย และเศษขยะที่กีดขวางทางน้ำออกไป เพื่อให้กระแสน้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวกขึ้น พร้อมทั้งวางแนวกั้นเสริมไปแล้วรวมสะสม 451 ถุง
- พื้นที่โซน C (การสร้างแนวป้องกันชั้นนอก):ทีมทหารช่างได้เข้าประจำจุดเพื่อจัดวางกำแพงทรายอย่างเป็นระบบและแน่นหนา โดยมียอดจัดวางสะสมในพื้นที่นี้สูงถึง 797 ถุง
เป้าหมายหลักของการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ คือการทำงานแข่งกับเวลา โดยเจ้าหน้าที่ได้เริ่มลงมือปฏิบัติงานมาตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ภายในระยะเวลา 45 วัน หรือประมาณวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาก่อนที่พายุและมรสุมประจำฤดูจะเริ่มทวีความรุนแรง
ผู้ว่าฯ เชียงราย ย้ำความมั่นใจ “เตรียมพร้อมทุกระดับเพื่อประชาชน”
ในด้านการบริหารจัดการภาพรวม นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ออกมาให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า ทางจังหวัดไม่ได้มีแค่แผนการซ่อมแซมผนังกั้นน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้วางแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
สิ่งสำคัญที่ทางจังหวัดให้ความสำคัญเป็นพิเศษในปีนี้คือ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการร่วมของทุกหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการสั่งการที่รวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์กู้ภัยให้พร้อมใช้งานได้ทันที มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และที่สำคัญที่สุดคือการยกระดับ “ระบบเตือนภัยล่วงหน้า” ให้มีความแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารและเตรียมตัวได้ทันท่วงที
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้ฝากข้อคิดที่สำคัญถึงชาวอำเภอแม่สายว่า ขอให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในการทำงานของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่รุนแรงจนเกินกว่าจะควบคุมได้ และทางราชการมีความจำเป็นต้องออกคำสั่งให้อพยพ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด โดยทางพื้นที่ได้เตรียมสถานที่พักพิงชั่วคราวและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นไว้ดูแลผู้ประสบภัยอย่างดีที่สุด ขอเพียงแค่ทุกคน “ตระหนัก” ถึงความเสี่ยง ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ เตรียมพร้อมรับมือ แต่ไม่จำเป็นต้อง “ตระหนก” หรือหวาดกลัวจนเกินไป
การเตรียมความพร้อมอย่างเอาจริงเอาจังของทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายครั้งนี้ นับเป็นการสร้างความอุ่นใจและเรียกความเชื่อมั่นให้กับชาวอำเภอแม่สายได้อย่างมาก เพราะการมีมาตรการป้องกันที่ดี ย่อมดีกว่าการต้องมาตามแก้ไขปัญหาในภายหลังอย่างแน่นอน
ข่าวเด่นเชียงราย
พ่อถูกจับกุมในจังหวัดเชียงรายฐานฆ่าอดีตลูกเขยด้วยดาบ
เชียงรายเป็นผู้นำต้นแบบชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี









