เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นบ้านหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทลายแหล่งผลิต ยาเสพติด ชนิดใหม่ที่เรียกว่า “พอร์ตซอมบี้” (Port Zombie) ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นยาเสพติดที่กำลังระบาดหนักในหมู่ นักท่องเที่ยว
ในที่เกิดเหตุ ตำรวจได้จับกุมชายชาวจีนและภรรยาชาวไทยพร้อมพวกอีกหลายคน ผู้ต้องหากลุ่มนี้ร่วมกันผลิตและผสมยาเสพติดเพื่อเตรียมส่งขาย พวกเขามุ่งเป้าไปที่นักท่องราตรีชาวจีนตามสถานบันเทิงต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ:
- ตำรวจภาค 5 บุกทลายแหล่งผลิตยาเสพติด “พอร์ตซอมบี้” คาบ้านหรูในจังหวัดเชียงใหม่
- จับกุมผู้ต้องหาหลักเป็นสามีชาวจีนและภรรยาชาวไทย พร้อมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ
- ยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งสารเอโทมิเดต ยาเค ยาไอซ์ และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน
- แก๊งนี้เน้นผลิตและส่งขายยาเสพติดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนตามสถานบันเทิง
ปฏิบัติการบุกค้นบ้านหรูเชียงใหม่
การตรวจค้นครั้งนี้ ตำรวจพบของกลางจำนวนมากซ่อนอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่สามารถยึดสารเอโทมิเดต (Etomidate) ยาเคตามีน และยาไอซ์ได้หลายรายการ ซึ่งสารเหล่านี้เป็นส่วนผสมหลักในการทำยาเสพติด
นอกจากยาเสพติดแล้ว ตำรวจยังพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอีกเพียบ การบุกจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องของ ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของแก๊งนี้มานานจนได้หลักฐานที่ชัดเจน
ปฏิบัติการนี้ใช้เวลาวางแผนอย่างรัดกุมหลายสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพราะผู้ต้องหามีอาวุธปืนและอาจต่อสู้ได้ตลอดเวลา โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์บุกจับกุมในครั้งนี้
“พอร์ตซอมบี้” คือยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน ยานี้เกิดจากการนำสารเอโทมิเดตซึ่งเป็นยาสลบในทางการแพทย์ มาผสมกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ เช่น ยาเคและยาไอซ์
เมื่อเสพเข้าไป ผู้เสพจะมีอาการมึนงง ขาดสติ และเดินโซเซคล้ายกับซอมบี้ในภาพยนตร์ ยาชนิดนี้มีอันตรายต่อระบบประสาทและร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้ผู้เสพไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การใช้ยาชนิดนี้อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรืออาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป การแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องราตรีชาวจีน
จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า แก๊งชาวจีนและคนไทยกลุ่มนี้ทำงานกันเป็นขบวนการใหญ่ พวกเขาเช่าบ้านหรูราคาแพงเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตลับ การทำเช่นนี้ช่วยให้พวกเขาหลบเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ง่ายขึ้น
ยาเสพติดที่ผสมเสร็จแล้วจะถูกนำไปกระจายตามผับ บาร์ และสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่เชียงใหม่ ลูกค้าหลักของพวกเขาคือนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
ธุรกิจมืดนี้สร้างรายได้ผิดกฎหมายให้กับแก๊งนี้อย่างมหาศาล ตำรวจเชื่อว่ายังมีเครือข่ายอื่นที่คอยให้ความช่วยเหลือในการฟอกเงิน และกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดเพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการนี้
ตำรวจเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างเด็ดขาด กฎหมายจะถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่ ทั้งในข้อหาผลิตและค้ายาเสพติด รวมถึงการครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นสถานบันเทิงต่างๆ อ่านมาตรการปราบปรามยาเสพติดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้มียาเสพติดชนิดใหม่แพร่ระบาดในวงกว้าง
ตำรวจยังคงเดินหน้าขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้เพิ่มเติม การปราบปรามครั้งนี้ช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับชาวเชียงใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน
เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มนักท่องเที่ยวอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจับกุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก
ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการร้านอาหารต่างเห็นด้วยกับการทำงานที่รวดเร็วของตำรวจ ทุกคนต้องการให้เมืองเชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
หากประชาชนพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ความร่วมมือจากทุกคนจะช่วยให้สังคมของเราปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจภาค 5 ยึดยาบ้า 15.6 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์ 254 กก.
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
เชียงราย – ตำรวจภูธรภาค 5 เดินหน้าทลายเครือข่าย ยาเสพติด ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถสกัด จับยาบ้า ล็อตใหญ่รวมจำนวนเกือบ 3 ล้านเม็ดได้อย่างทันท่วงที กลุ่มผู้ต้องหาพยายามซุกซ่อนของกลางอย่างแนบเนียนในรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไปได้
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากการผสานกำลังพล ข่าวกรองเชิงลึก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว วิธีการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอย ขบวนการค้ายาเสพติด ได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่และเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถยึดยาบ้าได้ 2 ล็อตใหญ่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2.8 ล้านเม็ด
- ผู้ต้องหาใช้เทคนิคดัดแปลงรถยนต์ทำช่องลับ และซุกซ่อนยาเสพติดไว้ใต้พืชผลทางการเกษตร
- ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยีสืบสวนมาใช้คู่กับงานข่าวกรองที่แม่นยำ
ยึดยาบ้ามหึมา 2.5 ล้านเม็ดที่แพร่
คดีแรกของการกวาดล้างเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้ 2 ราย คือ นายทินบัติ และนายจิรายุ ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย พวกเขาถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ขณะกำลังลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดจนพบยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 2.5 ล้านเม็ด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะที่มีการเจาะทำช่องลับเพื่ออำพรางสายตา นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 คัน ไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป
กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีขับรถไปตามเส้นทางรองเพื่อหวังหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายนี้อย่างใกล้ชิด การนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางมาใช้ ช่วยให้สกัดจับขบวนการนี้ได้สำเร็จก่อนที่ยาเสพติดทั้งหมดจะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
รวบอีกคดีที่เชียงราย ยึดเพิ่ม 3 แสนเม็ด
ถัดมาเพียงแค่วันเดียว ในวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นชาวอำเภอเมืองเชียงราย เขาถูกรวบตัวได้อย่างทันควันขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพาน จังหวัดเชียงราย
การตรวจค้นตัวรถในครั้งนี้ ตำรวจพบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 เม็ด ซุกซ่อนมากับรถยนต์อย่างมิดชิด แม้ว่าผู้ต้องหาจะพยายามใช้เทคนิคตบตาเจ้าหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และทำตัวกลมกลืนกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ถูกจับพิรุธและรวบตัวได้ในที่สุด
การจับกุมอย่างต่อเนื่องทั้งสองคดี แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่มักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถ และปรับแผนการป้องกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้สามารถรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้ได้
นโยบายปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้วยตนเอง ท่านได้กล่าวชื่นชมการทำงานอันเข้มแข็งของตำรวจภูธรภาค 5 ที่สามารถบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
ท่านได้เน้นย้ำว่า พื้นที่ชายแดนภาคเหนือถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นยาเสพติด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์และเฝ้าระวัง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และลดความเสี่ยงในการสูญเสียของกำลังพลได้อย่างมหาศาล
ในอนาคต สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะมุ่งเน้นที่การสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สิน และตัดวงจรการเงินของเครือข่ายยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อกวาดล้างปัญหานี้ให้หมดไปอย่างยั่งยืน





