เชียงราย – จังหวัดเชียงราย เปิดปฏิบัติการ “ Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ” เพื่อเดินหน้า ยาเสพติด ">ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นในทุกด้าน ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยตั้งเป้าสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบให้ประชาชนในพื้นที่อย่างเห็นผลจริง
ประเด็นสำคัญ
- จังหวัดเชียงรายกำหนดช่วงปฏิบัติการ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569
- แผนงานครอบคลุม 3 ด้าน คือ ป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู
- ทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการ ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยความมั่นคง
เช้าวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 น. ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการดังกล่าว โดยมีนายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย และเลขานุการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์
ภายในพิธี มีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันในการกวาดล้างยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนในของจังหวัดอย่างจริงจัง
เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลอย่างเข้มข้น
การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันภายใต้เป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล” โดยจังหวัดเชียงรายกำหนดมาตรการเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569
แผนงานแบ่งออกเป็น 3 มิติสำคัญ เริ่มจากมิติการป้องกัน ที่มุ่งดูแลสถาบันครอบครัว โรงเรียน และชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อลดโอกาสการเข้าถึงยาเสพติดของเยาวชนและประชาชนกลุ่มเสี่ยง
มิติที่ 2 คือการปราบปราม ซึ่งจังหวัดเชียงรายจะระดมกำลังปฏิบัติการพร้อมกันทั้ง 18 อำเภอ ใช้มาตรการซีลชายแดน และตรวจค้นพื้นที่ตอนในแบบ Re X-ray อย่างละเอียด เพื่อสกัดเส้นทางลำเลียงและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้มากที่สุด
ส่วนมิติที่ 3 คือการแก้ไข บำบัด และฟื้นฟู โดยจะเปิดค่ายบำบัดฟื้นฟูในทุกอำเภอ เพื่อส่งผู้เสพเข้าสู่กระบวนการรักษาและติดตามผลต่อเนื่อง ตั้งเป้าช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
จังหวัดเชียงรายจึงเดินหน้าเต็มกำลังในช่วง 90 วันนี้ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเกิดผลเป็นรูปธรรม และทำให้คนในพื้นที่รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าคัดเลือกครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอใหญ่มหาจักรี ครั้งที่ 7
“สุริยะ” นำทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่เชียงราย ดันประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา แก้น้ำท่วมและภัยแล้ง ช่วยยกระดับชีวิตเกษตรกร
เชียงราย - Chiang Rai News
พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
เชียงราย– ชาวบ้านและชุมชนลุ่มน้ำในอำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางน้ำอย่างหนักในขณะนี้ ปัญหานี้มีต้นตอมาจากการปล่อยสารเคมีของเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่ไหลข้าม พรมแดน มา สารพิษเหล่านี้กำลังทำลายวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง
ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ ผู้เข้าร่วมงานต่างวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล อย่างหนัก พวกเขามองว่ารัฐบาลยังแก้ปัญหาล่าช้าและไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
ประเด็นสำคัญ
- มลพิษทำลายเศรษฐกิจ:สาร โลหะหนัก จากเหมืองกระทบแหล่งน้ำทำกิน พื้นที่เกษตรกว่า 65,000 ไร่ และทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกที่พัก
- จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา:ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐบาลของนายกฯ อนุทิน เร่งหาแหล่งน้ำสำรองและตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง
- เสนอมาตรการขั้นเด็ดขาด:นักวิชาการเสนอใช้มาตรการ “1 เปิด 3 ตัด” ระงับการนำเข้าและส่งออกแร่เพื่อกดดันเหมืองในเมียนมา
วิกฤตน้ำปนเปื้อนกระทบปากท้องและการท่องเที่ยว
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกกว่า 65,000 ไร่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำแม่สาย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกษตรกรขาดความมั่นใจและไม่รู้ว่าจะหาน้ำสะอาดมาใช้ทดแทนได้จากที่ไหน หากน้ำประปาปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก
นอกจากนี้ ปัญหาน้ำเสียยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอำเภอแม่สาย ตัวแทนชุมชนสายลมจอยเปิดเผยว่า มีกรุ๊ปทัวร์ยกเลิกการจองห้องพักในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ไปแล้วถึงสองกลุ่ม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อความปลอดภัยในพื้นที่ลดลงอย่างมาก
วิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านลุ่มน้ำก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน ในอดีตชาวบ้านสามารถจับปลา หาปู และเก็บพืชผักริมน้ำมาทำอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ปัจจุบันไม่มีใครกล้าลงไปในน้ำหรือนำผลผลิตจากแหล่งน้ำมาบริโภคอีกแล้ว
เสียงสะท้อนจากสภาและตัวแทนประชาชน
นักการเมืองในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาแล้ว เธอได้ตั้งกระทู้ถามและประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อผลักดันให้ปัญหาเหมืองเมียนมาเป็นวาระแห่งชาติ
ด้าน น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาวิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลเช่นเดียวกัน เธอมองว่ารัฐบาลยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนี้เท่าที่ควร เธอจึงได้เสนอแผนการทำงานแบ่งเป็นสามระยะเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
แผนดังกล่าวเริ่มจากการดูแลเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้และการตรวจสุขภาพของประชาชนในระยะเร่งด่วน จากนั้นจึงทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหมืองและสารเคมีในระยะกลาง ส่วนในระยะยาวคือการผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่เวทีเจรจาระดับภูมิภาคและนานาชาติ
ทางออกและข้อเสนอแนะสู่อนาคต
ภาควิชาการได้เสนอแนวทางที่น่าสนใจเพื่อกดดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ดร.สืบสกุล กิจนุกร จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการค้าแร่ระหว่างประเทศ เขาเสนอมาตรการที่เรียกว่า “1 เปิด 3 ตัด” เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้เจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน
มาตรการนี้คือการเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและส่งออกแร่ รวมถึงเครื่องจักรและสารเคมีที่ใช้ทำเหมือง ส่วนมาตรการ “ตัด” คือการระงับการนำเข้าแร่จากเมียนมา ระงับการส่งออกสารเคมีไปเมียนมา และห้ามขนส่งแร่ผ่านไทยไปยังประเทศจีน
ข้อเสนอทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการเหมืองต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลคุณภาพน้ำได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือความหวาดระแวงและความไม่มั่นใจ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคุณภาพน้ำกระจัดกระจายและมาจากหลายหน่วยงาน ทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าควรเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งใด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดการวิกฤตนี้อย่างเร่งด่วน
หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่ในอำเภอแม่สายเท่านั้น แต่มันจะลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขของจังหวัดเชียงรายทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำประเทศต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ภัยเงียบ! สารหนูในแม่น้ำกกและสายยังสูงเกินเกณฑ์
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช
เชียงราย– เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาครั้งสำคัญขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ กิจกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและทำความสะอาดบริเวณหนองบัว ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น
จุดประสงค์หลักของงานคือการฟื้นฟูแหล่งน้ำและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ งานจิตอาสาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันนวมินทรมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ทุกภาคส่วนต่างพร้อมใจกันทำงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต่างมีรอยยิ้มและมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อสังคมและชุมชนของตนเอง
ประเด็นสำคัญ
- ผู้นำลงพื้นที่จริง:ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายนำทีมข้าราชการและประชาชนทำความสะอาดหนองบัวอย่างใกล้ชิด
- ใช้นวัตกรรมท้องถิ่นแก้ปัญหา:มีการนำเรือดันวัชพืชฝีมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมาใช้ฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สะอาดขึ้น
- รำลึกถึงรัชกาลที่ 9:กิจกรรมปล่อยปลาและพัฒนาพื้นที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสร้างความยั่งยืน
นวัตกรรมฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อชุมชน
ปฏิบัติการกำจัดวัชพืชที่หนองบัวครั้งนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมอาสาสมัครไปทดสอบเรือดันวัชพืชแบบพิเศษ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยบุคลากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การใช้เรือลำนี้ช่วยเร่งกระบวนการทำความสะอาดและลดแรงงานคนได้อย่างมาก เปลี่ยนทางน้ำที่เคยตื้นเขินและเต็มไปด้วยวัชพืชให้กลายเป็นแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย
สร้างความยั่งยืนให้ระบบนิเวศและชุมชน
นอกจากการจัดเก็บขยะและวัชพืชแล้ว กลุ่มจิตอาสายังได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดลงสู่หนองบัว การปล่อยปลาครั้งนี้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น หนองบัวจึงไม่เป็นเพียงแค่หนองน้ำธรรมดา แต่ยังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญของอำเภอเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนอีกด้วย
กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในจังหวัดเชียงรายได้อย่างชัดเจน การร่วมมือกันไม่เพียงแต่ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้จักหวงแหนธรรมชาติ การดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในระยะยาว ความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน
เชียงราย– วงการแพทย์ไทยสร้างชื่อเสียงกระหึ่มเวทีโลกอีกครั้ง เมื่อแพทย์หญิงต่วนอัสวีต้า อาเบะ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก จาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้โชว์ศักยภาพอันยอดเยี่ยม เธอเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ 40th EACT Annual Meeting ณ ประเทศสเปน งานระดับโลกนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ถึง 10 ตุลาคม 2569 โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากหลากหลายประเทศมารวมตัวกันเพื่ออัปเดตความรู้ใหม่ๆ
นอกจากจะไปร่วมอัปเดตความรู้ทางการแพทย์แล้ว ไฮไลต์สำคัญคือการที่แพทย์หญิงต่วนอัสวีต้าได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการ The AMS World Tour 2026 ด้วยความรู้และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา เธอสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จนคว้า “รางวัลรองชนะเลิศ” มาครองได้สำเร็จ การคว้ารางวัลในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของแพทย์ไทยที่เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก
ประเด็นสำคัญ
- พญ.ต่วนอัสวีต้า อาเบะ ศัลยแพทย์จากเชียงราย คว้ารางวัลรองชนะเลิศระดับโลก The AMS World Tour 2026
- งานแข่งขันนี้จัดขึ้นพร้อมกับการประชุม 40th EACT Annual Meeting ที่ประเทศสเปน ในเดือนตุลาคม 2569
- รางวัลนี้ช่วยตอกย้ำว่าบุคลากรทางการแพทย์ของไทยมีความเชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับในระดับสากล
ยกระดับวงการแพทย์ไทยสู่มาตรฐานสากล
การเดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศสเปนในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสทองของบุคลากรทางการแพทย์จาก จังหวัดเชียงราย การได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้กับแพทย์ชั้นนำทั่วโลก โดยเฉพาะในสาขาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก มีความสำคัญอย่างยิ่ง ความรู้ใหม่ๆ เหล่านี้จะถูกนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลให้กับผู้ป่วยใน ประเทศไทย ต่อไปในอนาคต การเรียนรู้จากเวทีโลกจะช่วยให้เรามีเครื่องมือและแนวทางใหม่ๆ ในการรับมือกับโรคที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น
ทางด้าน โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของแพทย์หญิงคนเก่ง ได้ออกมาร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ ทางโรงพยาบาลชื่นชมในความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเธอ ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตนเอง การนำความสามารถของบุคลากรไทยไปแสดงบนเวทีนานาชาติ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพทุกคนที่ตั้งใจทำงานอย่างหนัก
แรงบันดาลใจเพื่อการดูแลประชาชน
แน่นอนว่าความสำเร็จในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกียรติประวัติส่วนบุคคลของแพทย์หญิงต่วนอัสวีต้าเท่านั้น แต่นี่คือความภาคภูมิใจของวงการสาธารณสุขไทยและชาวเชียงรายทุกคน รางวัลที่ได้รับจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แพทย์และพยาบาลท่านอื่นๆ มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการบริการทางการแพทย์ต่อไป เพื่อให้ประชาชนทุกคนมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลรักษาที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และได้มาตรฐานระดับสากลอย่างแท้จริง

