ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– ชาวบ้านและเกษตรกรในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รวมตัวกันประท้วงครั้งใหญ่ เมื่อเย็นวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา พวกเขาออกมารวมตัวกันที่บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 การประท้วงครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ปัญหาโคลนพิษจากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไหลทะลักเข้ามาพร้อมกับ น้ำท่วม ขังในพื้นที่
กลุ่มผู้ประท้วงได้ชูป้ายข้อความต่อต้านเหมืองแร่ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชน พวกเขาแสดงพลังเพื่อเรียกร้องให้หยุดการปล่อยสารพิษข้าม พรมแดน อย่างเด็ดขาด เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้คนที่สัญจรไปมาบริเวณชายแดนแม่สาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางข้ามแดน
ประเด็นสำคัญ
- ชาวแม่สายประท้วงปัญหาโคลนพิษจากเหมืองแร่เมียนมาที่มาพร้อมกับภัยน้ำท่วม
- ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเมียนมาเร่งแก้ปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมและดินถล่มซ้ำในช่วงวันที่ 23-27 ก.ย.
ตัวแทนชาวบ้านได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องไปยังรัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมาอย่างชัดเจน พวกเขาระบุว่าหากเกิดน้ำท่วมในแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก ชาวบ้านจะไม่ได้เผชิญแค่น้ำท่วมปกติอีกต่อไป แต่พวกเขาต้องรับมือกับโคลนตมที่ปนเปื้อนสารพิษ สารพิษเหล่านี้หลุดรอดมาจากเหมืองแร่ในฝั่งประเทศเมียนมา
ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2567 ที่ผ่านมา ในตอนนั้นมีดินโคลนปริมาณมหาศาลจากเหมืองแร่ไหลบ่าเข้าท่วมชุมชนชายแดนอย่างหนัก เมื่อน้ำลดลง ประชาชนและเกษตรกรยังต้องทนใช้น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีต่อไป น้ำจากแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกกลายเป็นแหล่งน้ำที่อันตรายต่อสุขภาพ
ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้มีการหยุดทำเหมืองแร่เพื่อแก้ไขวิกฤตสารพิษข้ามแดนนี้ แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่สารพิษยังคงเป็นภัยเงียบที่ตกค้างอยู่ในชุมชน พวกเขาขอให้รัฐบาลเมียนมาสั่งปิดเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อลุ่มแม่น้ำทั้งสองสายโดยทันที

ร้องรัฐบาลยกเป็นวาระแห่งชาติรับมือพายุ
สำหรับรัฐบาลไทย ชาวบ้านขอให้ยกระดับปัญหานี้ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติอย่างเร่งด่วน พวกเขาต้องการให้รัฐบาลใช้ช่องทางทางการทูตเพื่อเจรจากับรัฐบาลเมียนมาอย่างจริงจัง การเจรจานี้ควรนำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว
การออกมารวมตัวประท้วงของชาวบ้านเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องสภาพอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพิ่งประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังภัยพิบัติครั้งใหม่ ในช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 นี้ พื้นที่หลายส่วนของประเทศต้องระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม
สาเหตุของการเตือนภัยมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม พายุนี้จะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ดังนั้น พื้นที่เสี่ยงภัยรวมถึงภาคเหนือจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอีกครั้ง
ผลกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตเกษตรกร
สารพิษที่ปนเปื้อนมากับแหล่งน้ำส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ ดินที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับเต็มไปด้วยสารเคมีที่อันตรายต่อพืชผล พืชผักที่ปลูกในบริเวณนี้มีความเสี่ยงที่จะดูดซึมสารพิษเข้าไป ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้บริโภคและห่วงโซ่อาหารในท้ายที่สุด
นอกจากนี้ สุขภาพของชาวบ้านในชุมชนสายลมจอยก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง หลายคนเริ่มมีอาการป่วยจากการสัมผัสน้ำและดินโคลนที่ปนเปื้อนสารเคมี การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขาเต็มไปด้วยความยากลำบากและหวาดระแวง พวกเขาไม่สามารถใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้เหมือนเดิม
การแก้ปัญหานี้จึงต้องการความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน รัฐบาลท้องถิ่นและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมต้องลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำและดินอย่างต่อเนื่อง การให้ความรู้และแนวทางป้องกันแก่ชาวบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ชาวอำเภอแม่สายหวังว่าเสียงสะท้อนจากการประท้วงครั้งนี้จะดังไปถึงผู้มีอำนาจระดับสูง พวกเขาต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่การรับปากหรือการแก้ปัญหาชั่วคราว การจัดการปัญหาโคลนพิษอย่างยั่งยืนจะช่วยคืนชีวิตที่สงบสุขให้กับชาวบ้านได้อีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พม่าผ่อนปรนนำเข้าสินค้า ด่านแม่สายกลับมาคึกคัก
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ตำรวจ ภูธร จังหวัดเชียงราย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลุยตรวจสถานบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืนในเขตตัวเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุ อาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและ นักท่องเที่ยว การมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
เชียงราย– เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหา น้ำท่วม และระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย:มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน:ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน





