เชียงราย – จังหวัดเชียงราย กำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับวิกฤตภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ทางจังหวัดได้จัดการประชุมสำคัญขึ้นที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้นำทีมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การหารือครั้งนี้เป็นการประชุมออนไลน์ร่วมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เป้าหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างเด็ดขาด นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธานสั่งการร่วมกับ 76 จังหวัดทั่วประเทศ คุณสามารถติดตามข่าวสารการเตือนภัยเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ประเด็นสำคัญ
- เชียงรายลุยแผนเชิงรุกรับมือภัยแล้งจากเอลนีโญ ตามข้อสั่งการของคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด
- คาดว่าผลกระทบเรื่องปริมาณฝนลดลงจะรุนแรงสุดในปี 2570 จึงต้องเร่งกักเก็บน้ำตั้งแต่ตอนนี้
- มุ่งเน้นให้เกษตรกรใช้ระบบสมาร์ตฟาร์มเมอร์ พร้อมเตรียมน้ำประปาสำรองไว้ใช้นานถึง 80 วัน
รัฐบาลได้แสดงความห่วงใยต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติสั่งการให้ทุกพื้นที่เร่งสำรวจจุดเสี่ยงภัยแล้งโดยด่วน การขับเคลื่อนนโยบายนี้มีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
ในด้านของข้อมูลสภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจจะยังไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงมากนักในระยะนี้ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของปริมาณฝนโดยรวมจะเริ่มลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง สัญญาณเตือนนี้บ่งบอกว่าผลกระทบที่แท้จริงจะชัดเจนอย่างเต็มที่ในช่วงปี 2570
ด้วยเหตุนี้ จังหวัดเชียงรายจึงตัดสินใจเร่งบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่บัดนี้ โดยไม่รอให้วิกฤตมาถึง การควบคุมการปล่อยน้ำและการกักเก็บน้ำอย่างรอบคอบคือกุญแจสำคัญ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้อย่างยั่งยืน
ปรับตัวสู้ภัยแล้ง ดึงเทคโนโลยีช่วยเกษตรกร
นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าฯ เชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ทางจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานวางแผนจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตและการเกษตรตลอดฤดูกาล
มาตรการหลักคือการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยลง นอกจากนี้ยังแนะนำให้ร่นระยะเวลาเพาะปลูกให้สั้นลง และนำเทคโนโลยีสมาร์ตฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) มาใช้อย่างจริงจัง อ่านนโยบายการจัดการเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ [suspicious link removed]
บูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมง
สำหรับการผลิตน้ำประปานั้น ประชาชนสามารถอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากการประปามีแผนสำรองรองรับภาวะฝนทิ้งช่วงได้นานถึง 80 วัน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และประสานการทำงานกับ กรมชลประทาน เพื่อปรับแผนการปล่อยน้ำตลอดเวลา
ทางด้านหน่วยงานความมั่นคงก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง มณฑล ทหาร บกที่ 37 (มทบ.37) ได้เตรียมกำลังพลและรถบรรทุกน้ำไว้พร้อมสรรพ หากพื้นที่ใดเริ่มขาดแคลนน้ำ ทีมช่วยเหลือก็พร้อมลงพื้นที่แจกจ่ายน้ำสะอาดเพื่อบรรเทาทุกข์ทันที
สุดท้ายนี้ ทางจังหวัดเชียงรายขอความร่วมมืออย่างจริงจังจากประชาชนทุกคน ให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด การรณรงค์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็นมาก เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตภัยแล้งครั้งนี้ไปได้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตแม่น้ำกก: “ฆาตกรเงียบ” สีแดงขุ่น ภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่กำลังทำลายล้างเชียงราย
เปิดประตูสู่ฤดูกาลแห่งความรัก: ดื่มด่ำช่วงเวลาพิเศษริมแม่น้ำกกกับแคมเปญ ‘AVEC AMOUR’ ณ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย:มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน:ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
เชียงราย - Chiang Rai News
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
เชียงราย– เกิด อุบัติเหตุทางถนน สุดสลดขึ้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อ รถกระบะ คันหนึ่งเสียหลักตกหุบเขาลึกบริเวณข้างทางอย่างรุนแรง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยผู้ประสบเหตุทั้งหมดกำลังเดินทางไปร่วมพิธีฝังศพในหมู่บ้านบนดอยสูง
อุบัติเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1093 ซึ่งเป็นเส้นทางสายภูชี้ฟ้า-เวียงแก่น บริเวณหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ตำบลปอ ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก
สรุปประเด็นสำคัญ
- รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารรวม 11 คน เสียหลักตกหุบเขาลึกประมาณ 10-20 เมตร ที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- เหตุการณ์นี้ทำให้เยาวชนชายอายุ 15 ปี เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้โดยสารบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยมีอาการสาหัส 1 ราย
- กลุ่มผู้ประสบเหตุกำลังเดินทางไปร่วมงานศพ โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและ ตำรวจ สภ.เวียงแก่น ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จุดเกิดเหตุเป็นถนนสองช่องจราจรที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชัน แม้ว่าทางโค้งบริเวณนั้นจะไม่ได้คดเคี้ยวมากนัก แต่รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิก็เสียหลักพุ่งตกขอบถนน รถได้ไถลลงไปถึงก้นหุบเขาที่ลึกกว่า 20 เมตร
สภาพรถในที่เกิดเหตุพังยับเยิน และแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงจากการกระแทกอย่างหนัก มีรอยไถลไปกับต้นไม้และหน้าผาเป็นทางยาวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้โดยสารบางคนยังคงติดอยู่ในซากรถ ในขณะที่อีกหลายคนกระเด็นออกมาอยู่ด้านนอกตัวรถ
การปฐมพยาบาลและการนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังจากเจ้าหน้าที่ลงไปถึงจุดเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเป็นเยาวชนชายอายุประมาณ 15 ปี นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย และผู้บาดเจ็บทั่วไปอีก 9 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์กู้ชีพเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งไปยังโรงพยาบาลเวียงแก่นเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ นายเฉลิมพล เกษตรโสภา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลปอ เขาได้ขับรถพาลูกบ้านนั่งทั้งในห้องโดยสารและกระบะท้ายเพื่อไปร่วมงานศพ ก่อนที่รถจะมาประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง
การสืบสวนสาเหตุและข้อควรระวังในการขับขี่
ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบร่องรอยบนพื้นถนนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พวกเขาวางแผนที่จะสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียการควบคุมรถ
เหตุการณ์สลดครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับการขับขี่รถยนต์บนเส้นทางภูเขาที่ลาดชัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ ต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และที่สำคัญคือไม่ควรบรรทุกผู้โดยสารมากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 จังหวัดเชียงราย ได้เดินหน้าเสริมความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างจริงจัง นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมเครือข่ายเตือนภัยล่วงหน้า งานนี้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่โรงแรมเวียงอินทร์ อำเภอเมืองเชียงราย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบ น้ำท่วม ">เตือนภัยน้ำท่วมและดินถล่มให้พร้อมใช้งาน
เป้าหมายหลักของการจัดงานคือการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่และเครือข่ายในพื้นที่เชียงรายและพะเยา ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำ ได้ติดตั้งสถานีเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและน้ำป่าไปแล้วถึง 2,275 สถานี การอบรมครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อให้เครือข่ายบุคคลทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ประเด็นสำคัญ
- จังหวัดเชียงรายเร่งจัดอบรมเครือข่ายเตือนภัยน้ำท่วมและดินถล่ม เพื่อสร้างความพร้อมให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร
- กรมทรัพยากรน้ำกำลังดำเนินการอัปเกรดสถานีเตือนภัย 249 แห่งที่เริ่มเสื่อมสภาพ เพื่อให้ระบบมีความแม่นยำสูงสุด
- เป้าหมายหลักคือการผสานข้อมูลจากสถานีวัดน้ำเข้ากับการทำงานของชุมชน เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างทันท่วงที
เร่งซ่อมแซมและอัปเกรดสถานีเตือนภัย
สถานีเตือนภัยหลายแห่งในพื้นที่ลาดชันและที่ราบเชิงเขา ต้องทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องมานานกว่า 5 ปี อุปกรณ์สำคัญหลายชิ้นจึงเริ่มชำรุดและเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ด้วยเหตุนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝน
กรมทรัพยากรน้ำได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพสถานีเตือนภัยจำนวน 249 แห่ง การอัปเกรดครั้งนี้จะช่วยให้ระบบกลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบที่ทันสมัยจะส่งผลให้การประเมินสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนภัยมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
สร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายชุมชน
การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจำเป็นต้องควบคู่ไปกับบุคลากรที่มีความเข้าใจในพื้นที่ การฝึกอบรมในวันนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การยกระดับศักยภาพของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน เมื่อเครือข่ายสามารถนำข้อมูลการตรวจวัดมาวิเคราะห์ได้ พวกเขาก็จะสามารถเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำได้อย่างใกล้ชิด
ในท้ายที่สุด การแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและแม่นยำคือปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเตรียมความพร้อมที่ดีย่อมช่วยป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สิ่งนี้ถือเป็นการสร้างเกราะป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาวอย่างแท้จริง





