เชียงราย – กระทรวงคมนาคม โดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะลงพื้นที่ จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 และทางลอดแยกศูนย์ราชการ สาย ชร.1023 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2570 เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มความปลอดภัย และรองรับการเติบโตของการค้าชายแดนระหว่างไทย สปป.ลาว และจีนตอนใต้
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดเชียงราย เพื่อเร่งรัดโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งทางถนน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างอำเภอเมืองเชียงรายไปยังอำเภอ เชียงของ ซึ่งเป็นประตูหลักในการค้าขายและการท่องเที่ยวชายแดน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เมือง เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน และยกระดับศักยภาพระบบโลจิสติกส์ (การขนส่งสินค้า) เพื่อรองรับมูลค่าการค้าชายแดนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องระหว่าง ประเทศไทย สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ตามรายงานข่าวของ กรุงเทพธุรกิจ
ประเด็นสำคัญ
- พัฒนา 2 โครงการหลัก:ครอบคลุมการสร้างทางลอดบริเวณแยกศูนย์ราชการ (ชร.1023) และการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 เป็น 4 ช่องจราจร
- กำหนดเสร็จปี 2570:ทางลอดแยกศูนย์ราชการมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2570 ส่วนโครงการขยายทางหลวง 1020 จะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2570
- เน้นย้ำความปลอดภัย:กำชับให้ผู้รับจ้างติดตั้งสัญญาณเตือน ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเข้มงวดตลอดแนวพื้นที่ก่อสร้าง
เจาะลึก 2 โครงการใหญ่ ยกระดับคมนาคมเชียงราย
คณะตรวจราชการนี้นำโดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ พร้อมด้วยนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างสำคัญ 2 แห่งที่มีบทบาทต่อการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าในพื้นที่
1. โครงการทางลอดและปรับปรุงถนน สาย ชร.1023 (แยกศูนย์ราชการ)
โครงการนี้ดำเนินการโดยกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เป็นการก่อสร้างทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณจุดตัดแยกศูนย์ราชการ บนทางหลวงชนบทหมายเลข ชร.1023 มีระยะทางรวม 425.50 เมตร โดยออกแบบเป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ)
นอกจากนี้ โครงการยังรวมถึงการขยายสะพานข้ามแม่น้ำกก เพื่อเพิ่มความกว้างช่องจราจรให้มีความสม่ำเสมอตลอดเส้นทาง การปรับปรุงนี้จะช่วยขจัดปัญหาคอขวดบริเวณสี่แยกฝั่งหมิ่น ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้อย่างรวดเร็ว

2. โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย–เชียงของ
กรมทางหลวง (ดล.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาทางหลวงหมายเลข 1020 เพื่อยกระดับเส้นทางเชื่อมโยงจากอำเภอเมืองเชียงราย ผ่านอำเภอเทิง และต่อยอดไปยังอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา มุ่งหน้าสู่ด่านชายแดนบ้านฮวก โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ตอนสำคัญ:
- ตอนที่ 1 (กม.7+420 – กม.18+600):ช่วงบ้านหัวดอย ถึง บ้านใหม่ดอนลาน ระยะทาง 11.18 กิโลเมตร ปรับปรุงเป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 1421 เพื่อมุ่งสู่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ท่าเรือเชียงแสน สปป.ลาว และจีนตอนใต้
- ตอนที่ 2 (กม.18+600 – กม.30+000):ช่วงบ้านหัวดอย ถึง บ้านใหม่ดอนลาน ระยะทาง 11.40 กิโลเมตร เป็นการขยายเส้นทางหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราความเร็วในการขนส่งสินค้าอย่างปลอดภัย
รับฟังเสียงประชาชน พร้อมชูมาตรการความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากการตรวจความคืบหน้าเชิงวิศวกรรมแล้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมยังได้ให้ความสำคัญกับผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งป้ายเตือนและไฟส่องสว่างให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุยามค่ำคืน
ขณะเดียวกัน คณะทำงานยังได้เดินทางไปยังวัดสบเปา ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย เพื่อร่วมประชุมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง โดยมีนายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต 5 และนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมรับฟังข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการบูรณาการแก้ปัญหาต่อไป
การเร่งรัดและพัฒนาโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 1020 และทางลอดแยกศูนย์ราชการ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรในชีวิตประจำวันของชาวเชียงรายเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูการค้าและการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบน การเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าไปยังสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 และด่านชายแดนบ้านฮวก จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่สถานที่สำคัญ เช่น ดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า และอุทยานแห่งชาติภูซาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เปิดแล้ว”ผกาดจาดนัก ปี 2″ พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
คนขับรถบรรทุกถูกจับกุมในจังหวัดเชียงราย: ด่านตรวจของตำรวจยึดยาไอซ์ได้ 58 กิโลกรัม
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย– เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ยาเสพติด ">ขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี









