โบเตน ประเทศลาว– ทางการ สปป.ลาว เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง อาชญากรรม ทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ โดยบุกทลายเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางเมืองบ่อเต็น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา ขณะกำลังก่อเหตุ หลอกลวง ประชาชนผ่านโลกออนไลน์
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังระบาดหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การบุกจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการจัดการกับกลุ่ม มิจฉาชีพ ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
สรุปประเด็นสำคัญ
- รวบผู้ต้องหากว่าร้อยชีวิต:ตำรวจ สปป.ลาว บุกจับแก๊งสแกมเมอร์ 135 คน พบมีคนไทยร่วมขบวนการถึง 22 คน
- ยึดของกลางจำนวนมาก:พบคอมพิวเตอร์เกือบ 200 เครื่อง โทรศัพท์มือถือเกือบ 2,000 เครื่อง พร้อมเงินสดหลากหลายสกุลเงิน
- เตือนภัยกลโกง:มิจฉาชีพใช้มุก หลอกลงทุน แชร์ลูกโซ่ และแอปพลิเคชันพนันปลอม เพื่อหลอกดูดเงินจากเหยื่อ
หน่วยเฉพาะกิจตำรวจแขวงหลวงน้ำทา ร่วมกับตำรวจเขตบ่อเต็น ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ พวกเขาบุกเข้าไปยังอาคารสภาการค้าสากล ซึ่งเป็นตึกสูง 10 ชั้น อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม ติดกับชายแดนประเทศจีน ซึ่งเป็นทำเลที่กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้กบดาน
เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปถึงชั้นที่ 10 ก็พบกับกลุ่มผู้ต้องหากำลังนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทุกคนถูกจับกุมตัวไว้ได้ทันที โดยไม่ทันได้ตั้งตัวหรือหลบหนี การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรัดกุมและรวดเร็วมาก
จากรายงานของสื่อข่าว MGR Online
ระบุว่าผู้ต้องหาทั้งหมด 135 คน มีหลากหลายสัญชาติปะปนกันไป ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 73 คน และผู้หญิง 62 คน ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าขบวนการดังกล่าวมีเครือข่ายขนาดใหญ่มาก
เจาะลึกสัญชาติผู้ต้องหา และของกลางมหาศาล
สำหรับผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ถูกจับกุม พบว่าเป็นชาวเวียดนามมากที่สุดถึง 82 คน รองลงมาคือชาวไทยจำนวน 22 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ชาย 10 คนและผู้หญิง 12 คน นอกจากนี้ยังมีชาวลาว 21 คน ชาวจีน 8 คน และชาวกัมพูชาอีก 2 คน
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์ ที่ใช้ในการกระทำความผิดได้เป็นจำนวนมหาศาล ของกลางประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ 182 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือมากถึง 1,902 เครื่อง สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือหลัก ที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อผ่านโลกออนไลน์
นอกจากอุปกรณ์ไอทีแล้ว ตำรวจยังพบตู้เซฟจำนวน 8 ตู้ ซุกซ่อนอยู่ภายในอาคาร เมื่อเปิดออกดูพบเงินสดหลากหลายสกุลเงิน ทั้งเงินกีบ เงินบาท เงินหยวน เงินดอลลาร์ และเงินดอง รวมมูลค่าหลายล้านบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า แก๊งสแกมเมอร์กลุ่มนี้ ใช้วิธีการหลอกลวงที่หลากหลายและแนบเนียน พวกเขามักจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนโซเชียลมีเดีย เพื่อตีสนิทและชักชวนให้เหยื่อนำเงินมาลงทุน การหลอกลวงมักจะอ้างว่า เหยื่อจะได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินจริง
กลโกงอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ การหลอกทำแชร์ลูกโซ่ และการอ้างว่าส่งของมีค่ามาให้ แต่ต้องโอนค่าภาษีล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์การพนัน หรือแอปพลิเคชันปลอม เพื่อหลอกให้คนโอนเงินเข้ามาเล่นแล้วเชิดเงินหนี

แฉกลยุทธ์มิจฉาชีพ และแนวทางการดำเนินคดี
ปัจจุบัน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัว ส่งไปยังกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทา เพื่อเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย ของทางการลาวอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ทางการลาวได้ประสานไปยังสถานทูต ของแต่ละประเทศเพื่อให้รับทราบเรื่องราวแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนทุกคน ให้ระมัดระวังการลงทุน ที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนหรือข้อเสนอที่ดูดีเกินไป หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยบนโลกออนไลน์ ควรหยุดคุยและรีบแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องตกเป็นเหยื่อ
การปราบปรามขบวนการเหล่านี้ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์ มักจะย้ายฐานปฏิบัติการไปตามแนวชายแดนเพื่อหลบหนี รัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงต้องจับมือกันกวาดล้างอย่างจริงจัง
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่าย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ก็พัฒนารูปแบบไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน การมีสติและรู้เท่าทันกลโกง จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากภัยเงียบเหล่านี้ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
จับแก๊งมิจฉาชีพได้แล้ว!! ตำรวจจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
เชียงราย – ตำรวจภูธรภาค 5 เดินหน้าทลายเครือข่าย ยาเสพติด ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถสกัด จับยาบ้า ล็อตใหญ่รวมจำนวนเกือบ 3 ล้านเม็ดได้อย่างทันท่วงที กลุ่มผู้ต้องหาพยายามซุกซ่อนของกลางอย่างแนบเนียนในรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไปได้
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากการผสานกำลังพล ข่าวกรองเชิงลึก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว วิธีการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอย ขบวนการค้ายาเสพติด ได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่และเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถยึดยาบ้าได้ 2 ล็อตใหญ่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2.8 ล้านเม็ด
- ผู้ต้องหาใช้เทคนิคดัดแปลงรถยนต์ทำช่องลับ และซุกซ่อนยาเสพติดไว้ใต้พืชผลทางการเกษตร
- ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยีสืบสวนมาใช้คู่กับงานข่าวกรองที่แม่นยำ
ยึดยาบ้ามหึมา 2.5 ล้านเม็ดที่แพร่
คดีแรกของการกวาดล้างเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้ 2 ราย คือ นายทินบัติ และนายจิรายุ ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย พวกเขาถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ขณะกำลังลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดจนพบยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 2.5 ล้านเม็ด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะที่มีการเจาะทำช่องลับเพื่ออำพรางสายตา นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 คัน ไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป
กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีขับรถไปตามเส้นทางรองเพื่อหวังหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายนี้อย่างใกล้ชิด การนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางมาใช้ ช่วยให้สกัดจับขบวนการนี้ได้สำเร็จก่อนที่ยาเสพติดทั้งหมดจะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
รวบอีกคดีที่เชียงราย ยึดเพิ่ม 3 แสนเม็ด
ถัดมาเพียงแค่วันเดียว ในวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นชาวอำเภอเมืองเชียงราย เขาถูกรวบตัวได้อย่างทันควันขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพาน จังหวัดเชียงราย
การตรวจค้นตัวรถในครั้งนี้ ตำรวจพบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 เม็ด ซุกซ่อนมากับรถยนต์อย่างมิดชิด แม้ว่าผู้ต้องหาจะพยายามใช้เทคนิคตบตาเจ้าหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และทำตัวกลมกลืนกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ถูกจับพิรุธและรวบตัวได้ในที่สุด
การจับกุมอย่างต่อเนื่องทั้งสองคดี แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่มักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถ และปรับแผนการป้องกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้สามารถรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้ได้
นโยบายปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้วยตนเอง ท่านได้กล่าวชื่นชมการทำงานอันเข้มแข็งของตำรวจภูธรภาค 5 ที่สามารถบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
ท่านได้เน้นย้ำว่า พื้นที่ชายแดนภาคเหนือถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นยาเสพติด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์และเฝ้าระวัง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และลดความเสี่ยงในการสูญเสียของกำลังพลได้อย่างมหาศาล
ในอนาคต สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะมุ่งเน้นที่การสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สิน และตัดวงจรการเงินของเครือข่ายยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อกวาดล้างปัญหานี้ให้หมดไปอย่างยั่งยืน





