เชียงราย– คณะผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ลงพื้นที่ จังหวัดเชียงราย และ เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบวิกฤตแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษอย่างเร่งด่วน พวกเขาได้เข้าพบพูดคุยกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริม แม่น้ำสาย สำคัญ ทั้งแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และ แม่น้ำโขง การลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อรับฟังปัญหาครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569
ปัญหาสารพิษตกค้างนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชาวบ้านหลายพันครอบครัวต้องพึ่งพาน้ำจากแหล่งน้ำเหล่านี้ สำหรับทำการเกษตรและใช้ในการอุปโภคบริโภคทุกวัน ที่ผ่านมามีการตรวจพบโลหะหนักเจือปนในน้ำเกินมาตรฐานความปลอดภัยถึง 18 ครั้ง ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชนอย่างมาก (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ The Reporters )
ประเด็นสำคัญ
- สหประชาชาติลงพื้นที่ตรวจสอบ:ตัวแทนจากคณะทำงานของ UN ลงพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อตรวจสอบวิกฤตแม่น้ำปนเปื้อนโลหะหนักและรับฟังเสียงของชุมชน
- ผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้าน:แหล่งน้ำสำคัญมีสารพิษเกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อน้ำประปาหมู่บ้าน ความปลอดภัยทางอาหาร และรายได้ของชาวประมง
- การเจรจาระดับชาติเพื่อหาทางออก:ทางการไทยเตรียมเปิดโต๊ะหารือกับผู้นำเมียนมา เพื่อเร่งแก้ปัญหาเหมืองแร่ที่ปล่อยสารพิษไหลข้ามพรมแดน
ผลกระทบต่อปากท้องและความกังวลของชาวบ้าน
นายทองคำ อินพรหม ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำในอำเภอแม่สาย เปิดเผยว่าชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกเป็นห่วงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างมาก ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดคือการสะสมของสารพิษในดิน แหล่งน้ำบาดาล และห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดหาน้ำสะอาด พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลคุณภาพน้ำอย่างโปร่งใสเพื่อให้ทุกคนรับมือได้
ในขณะเดียวกัน กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในอำเภอเชียงแสน ก็กำลังเผชิญกับวิกฤตความยากลำบากอย่างหนักเช่นกัน ข่าวสารเรื่องแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษทำให้ผู้บริโภคหวาดกลัวและหยุดซื้อปลา ส่งผลให้รายได้ของพวกเขาหายไปมากกว่าครึ่ง พวกเขายังรู้สึกหวาดผวาต่อตะกอนพิษที่ถูกปล่อยมาจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย
ปัญหาความยากจนและระบบสาธารณูปโภคที่รอการแก้ไข
นายมานพ มณีรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านปากอิงใต้ในจังหวัดเชียงราย เน้นย้ำว่าระบบกรองน้ำประปาหมู่บ้านในปัจจุบัน ไม่สามารถกรองโลหะหนักอันตรายออกไปได้ ปัญหานี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเงินพอที่จะซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดมาบริโภคได้ทุกวัน พวกเขาจึงขอวิงวอนให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยเหลือ โดยการติดตั้งระบบกรองน้ำที่ได้มาตรฐานโดยด่วน
นอกจากความกังวลเรื่องน้ำปนเปื้อนสารพิษแล้ว ชาวบ้านยังมีความกังวลเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนปากแบงในประเทศลาวด้วย หากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่นี้สร้างเสร็จ อาจทำให้ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติจนเกิดน้ำท่วมหนัก ภัยพิบัตินี้อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้หมู่บ้านริมน้ำบางแห่ง ถูกน้ำล้อมรอบและตัดขาดจากการเดินทางโดยสิ้นเชิง
ก้าวต่อไปเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน
เพื่อเป็นการรวบรวมแนวทางแก้ไขปัญหา สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยได้จัดเวทีเสวนาสาธารณะขึ้น งานเสวนานี้มีผู้เชี่ยวชาญจาก UN สมาชิกวุฒิสภา และทนายความมาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ เป้าหมายหลักคือการสร้างความตระหนักรู้ในสังคม และผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ผู้นำระดับสูงของเมียนมามีกำหนดการเดินทางมาเยือนประเทศไทย วาระการพูดคุยครั้งสำคัญนี้จะครอบคลุมถึงปัญหาการทำเหมืองแร่ ที่ปล่อยสารโลหะหนักไหลลงสู่แหล่งน้ำของไทย ทุกภาคส่วนต่างมีความหวังว่า การเจรจาระหว่างประเทศครั้งนี้จะนำไปสู่ข้อตกลงที่ชัดเจน ในการปกป้องชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. สารพิษหลักที่พบในแม่น้ำแถบเชียงรายคืออะไร?
จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบว่ามีการปนเปื้อนของโลหะหนัก ซึ่งมีค่าพุ่งเกินมาตรฐานความปลอดภัยถึง 18 ครั้ง โดยมีต้นตอหลักมาจากการปล่อยน้ำเสียของเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน
2. ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้อย่างไรบ้าง?
ผลกระทบเกิดขึ้นหลายด้าน ชาวบ้านขาดแคลนน้ำประปาที่สะอาดปลอดภัย ชาวประมงสูญเสียรายได้เพราะคนเลิกซื้อปลา และเกษตรกรกังวลเรื่องสารพิษตกค้างในพืชผลทางการเกษตร
3. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำอะไรเพื่อช่วยเหลือ?
ตัวแทนจาก UN ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและรับฟังเสียงสะท้อนจากชุมชนแล้ว ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยก็เตรียมนำประเด็นปัญหานี้ ไปหารือกับผู้นำระดับสูงของเมียนมาเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาจากต้นทางอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! สองเยาวชนเชียงรายคว้า 2 เหรียญเงิน อินไลน์สปีดสเก็ตชิงแชมป์ประเทศไทย 2026
เครือข่ายประชาชนเชียงรายเรียกร้องยับยั้ง TOR ไทย-เมียนมา ชี้ไม่แก้ปัญหาเหมืองแร่แม่น้ำสายสำคัญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ตำรวจ ภูธร จังหวัดเชียงราย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลุยตรวจสถานบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืนในเขตตัวเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุ อาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและ นักท่องเที่ยว การมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหา น้ำท่วม และระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย:มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน:ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน





