เชียงราย– เจ้าหน้าที่ ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) ร่วมกับทหาร กองกำลังผาเมือง เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยสามารถตรวจยึดยาไอซ์ลอตใหญ่ได้สำเร็จ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ในอำเภอเวียงเชียงรุ่ง เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญและส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ นำไปสู่การสืบสวนและในที่สุดก็จับกุมผู้กระทำผิดได้
ประเด็นสำคัญ
- ยึดของกลางลอตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 300 กิโลกรัม ซึ่งถูกซุกซ่อนอำพรางไว้ในรถยนต์ส่วนบุคคล
- รวบผู้ต้องสงสัยทันควัน:มีการควบคุมตัวชาย 2 คนที่เดินเข้ามาใกล้รถต้องสงสัย แม้ในเบื้องต้นทั้งคู่จะยังคงให้การปฏิเสธก็ตาม
- อายัดยานพาหนะเครือข่าย:เจ้าหน้าที่ทำการยึดรถยนต์เพิ่มเติมอีก 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลต่อไป
การจับกุมครั้งนี้เริ่มต้นจากการสืบทราบข่าวกรองเชิงลึก ขบวนการค้ายาเสพติดได้วางแผนใช้เส้นทางสายรองในการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมหาศาล เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งชุดปฏิบัติการ นปส.เชียงราย และหน่วยข่าวกรองทหารจากกองกำลังผาเมือง
เป้าหมายหลักในการลาดตระเวนคือพื้นที่ตำบลดงมหาวัน อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อมาจากอำเภอเชียงแสนและอำเภอแม่จัน เส้นทางเหล่านี้มักถูกใช้เป็นช่องทางผ่านเพื่อลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
เมื่อถึงเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ก็ตรวจพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ มีขบวนรถยนต์หลายคันพร้อมรถจักรยานยนต์ขับมุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้านเป้าหมาย ชุดปฏิบัติการจึงตัดสินใจบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เพื่อเข้าตรวจสอบในทันที
ค้นพบยาไอซ์ซุกซ่อน ในป่าละเมาะข้างทาง
จากการกระจายกำลังค้นหาบริเวณป่าละเมาะข้างทาง เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีเขียว ป้ายทะเบียนจังหวัดพะเยา จอดทิ้งไว้อย่างมีพิรุธ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียดภายในรถ ก็พบกระสอบฟางจำนวน 9 ใบวางซุกซ่อนอยู่
เมื่อเปิดกระสอบฟางออกดู เจ้าหน้าที่ก็พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุอยู่ภายใน น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 300 กิโลกรัม ถือเป็นการตรวจยึดยาเสพติดลอตใหญ่ที่สกัดกั้นความเสียหายได้อย่างทันท่วงที
หลังจากนั้นไม่นาน มีชาย 2 คนเดินเข้ามาใกล้บริเวณรถเก๋งคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและเข้าควบคุมตัวเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายยังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ทราบเรื่องยาเสพติดที่ซ่อนอยู่ในรถเลย
เดินหน้าขยายผล ตรวจยึดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายา
แม้ผู้ต้องสงสัยจะให้การปฏิเสธ แต่หลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุก็มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดเพียงแค่การยึดยาไอซ์และจับกุมผู้ต้องสงสัยเท่านั้น แต่ยังเดินหน้าขยายผลอย่างต่อเนื่องเพื่อทลายเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก
ชุดปฏิบัติการได้ทำการตรวจยึดยานพาหนะที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้เพิ่มเติม ประกอบด้วยรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีเทา, รถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ, รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ อีกหนึ่งคัน
ของกลางและผู้ต้องสงสัยทั้งหมดถูกส่งมอบให้หน่วยปราบปรามยาเสพติดเชียงรายรับช่วงต่อ การสืบสวนหลังจากนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสาวถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เซ็นทรัลเชียงรายฉลองวันแม่ด้วยกิจกรรมพิเศษ”โยคะสำหรับคุณแม่ที่ใส่ใจสุขภาพ”
สะพานข้ามแม่น้ำลาวในอำเภอแม่สวาย จังหวัดเชียงราย ถูกปิดใช้งานเนื่องจากสะพานพังถล่ม
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี








