โรงเรียน ขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย-เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ สังคมมักจะเริ่มต้นด้วยการจับผิดและตั้งคำถามว่าใครคือต้นเหตุของวิกฤตครั้งนี้ แต่คำถามที่สำคัญต่อการลดความสูญเสียในอนาคตมากกว่านั้น คือระบบเตือนภัยและโครงสร้างพื้นฐานของเราพร้อมรับมือกับ “ฝนรูปแบบใหม่” ได้ดีแค่ไหน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย ต้องเผชิญกับภัยพิบัติน้ำท่วมที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตของประชาชนอย่างมหาศาล
ตั้งแต่เหตุการณ์ น้ำท่วมแม่สาย ใน จังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2567 น้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ในปี 2568 และล่าสุดคือน้ำท่วมฉับพลันที่จังหวัดน่านในปี 2569 แม้ทั้งสามพื้นที่จะมีความแตกต่างกันอย่างมาก แต่กลับมีสัญญาณเตือนภัยที่เหมือนกัน ฝนในปัจจุบันกำลังตกหนักมากขึ้น กระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ และนำพามวลน้ำมหาศาลลงสู่พื้นที่ด้านล่างในช่วงเวลาที่สั้นลงจนระบบระบายน้ำไม่สามารถทำงานได้ทัน
ประเด็นสำคัญ
- ฝนเปลี่ยนรูปแบบอย่างชัดเจน:ภาวะโลกร้อนทำให้เกิดฝนตกหนักและกระจุกตัวรุนแรงขึ้น จนระบบระบายน้ำตามธรรมชาติและโครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้
- ความเสียหายเกิดจากปัจจัยที่ซับซ้อน:น้ำท่วมไม่ได้เกิดจากฝนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงลักษณะภูมิประเทศ มวลน้ำข้ามพรมแดน และการขยายตัวของเมืองที่ขวางทิศทางน้ำไหล
- ต้องแก้ปัญหาด้วยฐานข้อมูลจริง:การรับมือในอนาคตต้องเลิกหาคนผิด แต่หันมาวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องการจัดการป่าไม้ การเกษตร และการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ

เชียงราย: บทเรียนเรื่องมวลน้ำข้ามแดนและทางน้ำคอขวด
เหตุการณ์น้ำท่วมเชียงรายในช่วงเดือนกันยายน 2567 ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของมวลน้ำข้ามพรมแดน วิกฤตครั้งนี้เป็นผลพวงมาจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “ยางิ” แม้ศูนย์กลางของพายุจะไม่ได้เคลื่อนตัวผ่านประเทศไทยโดยตรง แต่เมื่อพายุขึ้นฝั่งที่เวียดนามและอ่อนกำลังลง ก็ได้ก่อให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในบริเวณประเทศลาวและเมียนมา มวลน้ำมหาศาลจากประเทศเพื่อนบ้านจึงไหลบ่าเข้าสู่แม่น้ำสายและแม่น้ำกกอย่างรวดเร็ว
ตามรายงานของ เว็บไซต์ข่าวกรุงเทพธุรกิจ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจากหน่วยงาน GISTDA ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ทางน้ำบริเวณอำเภอแม่สายมีความคดเคี้ยวสูงมาก และบางจุดยังมีลักษณะแคบเป็นคอขวด เมื่อฝนตกหนักในพื้นที่ภูเขาไหลมาบรรจบกับน้ำจากต้นน้ำ พร้อมด้วยโคลนและตะกอนจำนวนมหาศาล ความเสียหายจึงรุนแรงมาก เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 45,000 ครัวเรือนใน 6 อำเภอ
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การประเมินสถานการณ์น้ำในจังหวัดชายแดน จะดูแค่ปริมาณฝนในประเทศอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ระบบเตือนภัยในอนาคตจำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณฝนและระดับน้ำข้ามพรมแดนด้วย เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมพร้อมรับมือได้ทันท่วงที ไม่ใช่รอจนกว่ามวลน้ำจะไหลมาถึงหน้าบ้านแล้วจึงค่อยแจ้งเตือน
หาดใหญ่: เมืองปลายน้ำที่ต้องรับภาระหนักจากทุกทิศทาง
สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2568 นั้น มีลักษณะการเกิดภัยพิบัติที่แตกต่างจากเชียงรายอย่างสิ้นเชิง ปัญหานี้เกิดจากฝนที่ตกหนักซ้ำเติมในพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่องหลายวัน ข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติระบุว่า พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างหลายแห่งมีปริมาณฝนสะสม 10 วันเกิน 1,000 มิลลิเมตร ขณะที่เมืองหาดใหญ่เองก็มีฝนสะสมมากกว่า 600 มิลลิเมตรในเวลาเพียงแค่ 3 วัน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 เสียอีก
ฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ดินอิ่มตัวอย่างเต็มที่ และไม่สามารถอุ้มน้ำหรือดูดซับน้ำเพิ่มได้อีก น้ำฝนส่วนใหญ่จึงกลายเป็นน้ำไหลบ่าอยู่บนผิวดิน ขณะเดียวกัน หาดใหญ่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งต้องรับน้ำจากคลองหลายสายพร้อมกัน เมื่อมวลน้ำไหลลงมาสู่เมืองที่มีถนนและตึกรามบ้านช่องหนาแน่น เมืองจึงตกอยู่ในสภาพที่น้ำไหลมาเร็วแต่ระบายออกได้ช้ามาก
บทเรียนจากเมืองหาดใหญ่สอนให้เรารู้ว่า แม้พื้นที่ต้นน้ำจะยังมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และมีอ่างเก็บน้ำหรือพื้นที่แก้มลิงคอยช่วยชะลอน้ำ แต่ทุกระบบบนโลกล้วนมีขีดจำกัด เมื่อเมืองต้องเผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจนปริมาณน้ำเกินความสามารถในการรองรับ ปัญหาน้ำท่วมที่รุนแรงก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ
น่าน: ฝนตกหนักฉับพลันกับข้อถกเถียงเรื่องพื้นที่เกษตรกรรม
ในส่วนของจังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 พื้นที่อำเภอปัวต้องเผชิญกับวิกฤตฝนตกหนักมากถึง 339.6 มิลลิเมตรภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง การที่ฝนตกหนักและกระจุกตัวในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนรวมถึงพื้นที่ทำการเกษตรอย่างฉับพลัน
เมื่อเกิดน้ำท่วมที่น่าน หลายคนมักจะพุ่งเป้าไปที่การปลูกข้าวโพดบนพื้นที่สูงและปัญหาภูเขาหัวโล้น แต่ข้อมูลล่าสุดจาก GISTDA กลับระบุว่า พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดน่านลดลงเหลือประมาณ 336,723 ไร่ ซึ่งลดลงจากข้อมูลเดิมกว่าหนึ่งแสนไร่ นับเป็นการลดลงของพื้นที่ทำไร่ข้าวโพดมากเป็นอันดับสองของประเทศ เป็นรองเพียงแค่จังหวัดเพชรบูรณ์เท่านั้น
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมป่าไม้ยังระบุว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่ป่าไม้สูงถึงร้อยละ 61 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ในขณะเดียวกัน ภาครัฐและชาวบ้านก็กำลังร่วมมือกันฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมผ่านโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ดังนั้น การด่วนสรุปว่าพื้นที่เกษตรกรรมคือสาเหตุเดียวของน้ำท่วม จึงเป็นเรื่องที่ยังไม่สอดคล้องกับฐานข้อมูลทั้งหมด
ทางรอดของไทยในวิกฤตน้ำท่วมและการเตือนภัยล่วงหน้า
ฝนที่ตกหนักแบบสุดขั้วเป็นเพียงตัวกระตุ้นให้เกิดภัยพิบัติ แต่ระดับความรุนแรงของความเสียหายนั้น ถูกกำหนดโดยปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ทั้งความลาดชันของพื้นที่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน การขยายตัวของเมืองที่ขวางทางน้ำ และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ หากเราพยายามอธิบายปัญหาน้ำท่วมด้วยสาเหตุเพียงข้อเดียว เราก็อาจจะเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาที่ผิดพลาดได้
แต่ละพื้นที่มีโจทย์ที่ต้องเร่งแก้ไขแตกต่างกันออกไป เชียงรายต้องเน้นการพูดคุยและเชื่อมโยงข้อมูลน้ำกับประเทศเพื่อนบ้าน หาดใหญ่ต้องเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำในเขตเมือง ส่วนจังหวัดน่านต้องเร่งพัฒนาระบบพยากรณ์ฝนระยะสั้นและการเตือนภัยระดับชุมชนให้แม่นยำยิ่งขึ้น
วิกฤตน้ำท่วมจากทั้งสามจังหวัดกำลังส่งข้อความเตือนภัยถึงเราทุกคนว่า สภาพอากาศในวันนี้ไม่เหมือนอดีตอีกต่อไป โครงสร้างพื้นฐานที่เรามีอยู่ก็ถูกออกแบบมาจากข้อมูลเก่า โจทย์ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้จึงไม่ใช่การมัวแต่หาว่าใครคือคนผิด แต่คือการนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดมากางดู เพื่อเปลี่ยนจุดอ่อนให้กลายเป็นความพร้อม ก่อนที่พายุลูกต่อไปจะเดินทางมาถึง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จังหวัดน่านกำลังฟื้นตัวหลังจากน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน 21,000 หลัง
ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นคุกคามเชียงราย!! เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอเทิง
สภาพอากาศ - Weather
เตือนฉบับ 5! อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วม
เชียงราย– กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทย ตอนบนจะเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สภาพอากาศ - Weather
เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.
โรงเรียน ขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัยเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนใน ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงสัปดาห์นี้ ประกาศเตือนภัยฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ดังนั้นทุกคนควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 คาดว่าจะมีฝนพัดถล่มในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึงภาคเหนือ ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑลก็จะเจอกับฝนตกหนักเช่นเดียวกัน ซึ่งบางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
- พื้นที่เสี่ยงหลักครอบคลุมภาคเหนือ อีสานตอนล่าง กลาง (รวมกรุงเทพฯ) ตะวันออก และใต้
- ประชาชนควรเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและตรวจสอบข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
การเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัย
สภาพอากาศที่รุนแรงในครั้งนี้เกิดจากร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมากในหลายจังหวัด ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากคุณอยู่ในจุดเสี่ยง ควรเริ่มเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงตั้งแต่ตอนนี้
หน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้เริ่มปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้เตรียมกำลังพลสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันที
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน คุณควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นในช่วงนี้ ฝนที่ตกหนักทำให้ถนนลื่นและลดทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างรุนแรง หากไม่จำเป็นจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันอันตรายและปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด คุณสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลล่าสุดได้โดยตรงที่เว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดเวลา การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยให้คุณและครอบครัววางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในส่วนของเกษตรกร ควรเร่งหาแนวทางป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพืชผล พืชผลทางการเกษตรที่ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวอาจเน่าเสียได้หากเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน การเตรียมทางระบายน้ำที่ดีในพื้นที่เพาะปลูกจะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้มาก
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การตากฝนอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดได้ง่าย อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้านในระยะนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
สภาพอากาศ - Weather
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.
นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศแจ้งเตือนภัยระดับสีเหลืองและสีส้ม ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง กรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก ถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายนนี้ การแจ้งเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแบบจำลองสภาพอากาศชี้ตรงกันว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเมืองและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทางด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศแปรปรวนนี้จะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเกือบทุกภูมิภาค ชาวบ้านในพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ ขณะที่ชุมชนริมแม่น้ำสายหลักควรตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เฝ้าระวัง:ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงฝนตกสะสมตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน
- ความเสี่ยงหลัก:เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำสำคัญ
- การสั่งการ:ปภ. ระดมเครื่องสูบน้ำและเรือท้องแบนประจำจุดเสี่ยง พร้อมเปิดสายด่วน 1784 รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือและอีสานเฝ้าระวังดินสไลด์ กรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำขังรอระบาย
สถานการณ์ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากผืนดินในหลายอำเภออุ้มน้ำไว้เต็มพิกัดจากฝนสัปดาห์ก่อน หากมีฝนระลอกใหม่ตกลงมาซ้ำ พื้นที่ภูเขาจะสูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำ ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำห้วยท้ายน้ำด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้รับคำสั่งให้ปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัญหาหลักคือฝนตกสะสมในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มักเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำหลักตามถนนสายสำคัญอาจเกิดน้ำท่วมขังผิวจราจร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หน่วยงานท้องถิ่นได้เริ่มพร่องน้ำในคลองสายหลักและเตรียมเครื่องผลักดันน้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว
วิเคราะห์สภาพอากาศ: ร่องมรสุมกำลังแรงตัวการฝนระลอกใหญ่
ข้อมูลล่าสุดจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบายว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ปัจจัยนี้ช่วยเติมเต็มความชื้นเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ตลอดเวลา เมื่อปะทะกับมวลอากาศเย็นจากตอนบน จึงกลั่นตัวกลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ปกคลุมประเทศไทยเกือบทั้งประเทศ
คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงพื้นบ้านควรงดออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเล ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามแผนที่คาดการณ์ปริมาณฝนแบบเรียลไทม์ได้จากระบบเรดาร์ของทางราชการ
ประชาชนควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่บรรจุเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค น้ำดื่มสะอาด และอาหารแห้งไว้ให้พร้อม ยกข้าวของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้น ที่สำคัญที่สุดคือการตัดสะพานไฟในชั้นล่างหากพบว่าระดับน้ำเริ่มท่วมเข้ามาในตัวบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
หากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัยของ ปภ. ได้ที่หมายเลข 1784ตลอด 24 ชั่วโมง หรือส่งข้อความแจ้งพิกัดน้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชัน Line ทางการ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด

