เชียงราย– กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทย ตอนบนจะเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สภาพอากาศ - Weather
เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.

เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัยเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนใน ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงสัปดาห์นี้ ประกาศเตือนภัยฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ดังนั้นทุกคนควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 คาดว่าจะมีฝนพัดถล่มในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑลก็จะเจอกับฝนตกหนักเช่นเดียวกัน ซึ่งบางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
- พื้นที่เสี่ยงหลักครอบคลุมภาคเหนือ อีสานตอนล่าง กลาง (รวมกรุงเทพฯ) ตะวันออก และใต้
- ประชาชนควรเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและตรวจสอบข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
การเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัย
สภาพอากาศที่รุนแรงในครั้งนี้เกิดจากร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมากในหลายจังหวัด ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากคุณอยู่ในจุดเสี่ยง ควรเริ่มเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงตั้งแต่ตอนนี้
หน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้เริ่มปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้เตรียมกำลังพลสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันที
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน คุณควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นในช่วงนี้ ฝนที่ตกหนักทำให้ถนนลื่นและลดทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างรุนแรง หากไม่จำเป็นจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันอันตรายและปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด คุณสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลล่าสุดได้โดยตรงที่เว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดเวลา การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยให้คุณและครอบครัววางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในส่วนของเกษตรกร ควรเร่งหาแนวทางป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพืชผล พืชผลทางการเกษตรที่ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวอาจเน่าเสียได้หากเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน การเตรียมทางระบายน้ำที่ดีในพื้นที่เพาะปลูกจะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้มาก
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การตากฝนอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดได้ง่าย อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้านในระยะนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
สภาพอากาศ - Weather
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.

เชียงราย – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศแจ้งเตือนภัยระดับสีเหลืองและสีส้ม ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง กรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก ถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายนนี้ การแจ้งเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแบบจำลองสภาพอากาศชี้ตรงกันว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เสี่ยงทำให้เกิด น้ำท่วม ขังในเขตเมืองและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทางด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศแปรปรวนนี้จะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเกือบทุกภูมิภาค ชาวบ้านในพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ ขณะที่ชุมชนริม แม่น้ำสาย หลักควรตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เฝ้าระวัง:ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงฝนตกสะสมตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน
- ความเสี่ยงหลัก:เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำสำคัญ
- การสั่งการ:ปภ. ระดมเครื่องสูบน้ำและเรือท้องแบนประจำจุดเสี่ยง พร้อมเปิดสายด่วน 1784 รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือและอีสานเฝ้าระวังดินสไลด์ กรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำขังรอระบาย
สถานการณ์ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากผืนดินในหลายอำเภออุ้มน้ำไว้เต็มพิกัดจากฝนสัปดาห์ก่อน หากมีฝนระลอกใหม่ตกลงมาซ้ำ พื้นที่ภูเขาจะสูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำ ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำห้วยท้ายน้ำด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้รับคำสั่งให้ปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัญหาหลักคือฝนตกสะสมในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มักเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำหลักตามถนนสายสำคัญอาจเกิดน้ำท่วมขังผิวจราจร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หน่วยงานท้องถิ่นได้เริ่มพร่องน้ำในคลองสายหลักและเตรียมเครื่องผลักดันน้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว
วิเคราะห์สภาพอากาศ: ร่องมรสุมกำลังแรงตัวการฝนระลอกใหญ่
ข้อมูลล่าสุดจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบายว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ปัจจัยนี้ช่วยเติมเต็มความชื้นเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ตลอดเวลา เมื่อปะทะกับมวลอากาศเย็นจากตอนบน จึงกลั่นตัวกลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ปกคลุมประเทศไทยเกือบทั้งประเทศ
คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงพื้นบ้านควรงดออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเล ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามแผนที่คาดการณ์ปริมาณฝนแบบเรียลไทม์ได้จากระบบเรดาร์ของทางราชการ
ประชาชนควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่บรรจุเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค น้ำดื่มสะอาด และอาหารแห้งไว้ให้พร้อม ยกข้าวของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้น ที่สำคัญที่สุดคือการตัดสะพานไฟในชั้นล่างหากพบว่าระดับน้ำเริ่มท่วมเข้ามาในตัวบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
หากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัยของ ปภ. ได้ที่หมายเลข 1784ตลอด 24 ชั่วโมง หรือส่งข้อความแจ้งพิกัดน้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชัน Line ทางการ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปภ. เตือนหน้าฝน! เช็กสายไฟในบ้านด่วน ลดเสี่ยงไฟไหม้
ยึดยาบ้า 612 ล้านเม็ด! แฉกลโกงใหม่แก๊งค้ายาภาคเหนือ
สภาพอากาศ - Weather
ปภ. เตือนหน้าฝน! เช็กสายไฟในบ้านด่วน ลดเสี่ยงไฟไหม้

เชียงราย – ช่วงฤดูฝนแบบนี้ หลายพื้นที่มักเผชิญกับพายุและ ฝนตกหนัก อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ตามมาคือความชื้นสูงและปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าสู่ตัวบ้าน สถานการณ์นี้ถือว่าอันตรายมากหากน้ำไหลไปโดนปลั๊กไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงออกมาเตือนให้ทุกคนรีบเช็กระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่าหน้าฝนเป็นช่วงที่ต้องระวังภัยไฟไหม้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะบ้านเก่าที่มีอายุการใช้งานนานมักจะมีระบบไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้เจอกับความชื้นสะสมหรือน้ำฝนที่รั่วซึม จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่ายมาก ดังนั้น การหมั่นตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- หน้าฝนเพิ่มความเสี่ยงไฟไหม้จากความชื้นและน้ำฝนรั่วซึมใส่เครื่องใช้ไฟฟ้า
- ห้ามซ่อมแซมสายไฟชำรุดเอง ควรเรียกช่างผู้ชำนาญมาตรวจสอบเบรกเกอร์และสายดิน
- หากเกิดไฟไหม้จากอุปกรณ์ไฟฟ้า ห้ามใช้น้ำสาดเด็ดขาด ให้ตัดไฟและรีบหนีทันที
วิธีเช็กระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยรับหน้าฝน
การป้องกันสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการสังเกตจุดต่างๆ ภายในบ้านของคุณเอง ลองเดินสำรวจสายไฟ ปลั๊กไฟ และเต้ารับว่ามีรอยแตก สายกรอบ หรือมีรอยไหม้หรือไม่ หากพบว่าปลั๊กหลวมหรือชำรุด ให้หยุดใช้งานทันทีและห้ามซ่อมแซมด้วยตัวเองอย่างเด็ดขาด ที่สำคัญ ควรจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ห่างจากหน้าต่างหรือจุดที่เสี่ยงต่อน้ำสาดกระเซ็น
อีกเรื่องที่ห้ามละเลยคือการใช้งานปลั๊กพ่วงอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันไฟเกิน คุณไม่ควรเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟสูงๆ พร้อมกันในเต้ารับเดียว หลีกเลี่ยงการนำปลั๊กพ่วงมาต่อซ้อนกันหลายชั้น เพราะจะทำให้เกิดความร้อนสะสมจนลุกลามเป็นเพลิงไหม้ได้ นอกจากนี้ เวลาจะหยิบจับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ต้องมั่นใจว่ามือและร่างกายของคุณแห้งสนิท
แม้เราจะป้องกันอย่างดีแล้ว แต่เหตุฉุกเฉินก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอแบบไม่คาดคิด หากโชคร้ายเกิดไฟไหม้ที่มีสาเหตุมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งแรกที่ต้องจำให้แม่นคือห้ามตกใจ ข้อควรระวังสูงสุดคือ “ห้ามใช้น้ำสาดเพื่อดับไฟเด็ดขาด” เพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าและจะทำให้คุณถูกไฟดูดจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่คุณควรทำคือรีบสับคัทเอาท์หรือเบรกเกอร์เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าในบ้านทันที จากนั้นให้รีบอพยพทุกคนในครอบครัวออกจากพื้นที่เกิดเหตุให้เร็วและปลอดภัยที่สุด เมื่ออยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้ว ให้รีบโทรแจ้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิง การให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการจะช่วยระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยกว่า




