ยาเสพติด ครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด">เชียงราย">จังหวัดเชียงรายเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพระดับแนวหน้า ล่าสุด สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อชุมชน โครงการนี้คือการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนานักสื่อความหมายท้องถิ่น เป้าหมายหลักคือการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนให้โดดเด่น งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 26–28 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย
บรรยากาศในวันเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคักและได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธาน นอกจากนี้ยังมี นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย เข้าร่วมด้วย งานนี้ดึงดูดทั้ง นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการสินค้าท้องถิ่น ทุกคนต่างตื่นตัวที่จะเรียนรู้การเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีเพื่อบ้านเกิด
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายหลัก:พัฒนาทักษะคนในท้องถิ่นให้เล่าเรื่องและสื่อสารจุดเด่นด้านสุขภาพของชุมชนได้อย่างน่าประทับใจ
- การเรียนรู้จากพื้นที่จริง:ผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกปฏิบัติจริงที่น้ำพุร้อนโป่งพระบาท และศูนย์เวลเนส มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง:สร้างเครือข่ายนักสื่อความหมายที่เข้มแข็ง เพื่อผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “เมืองสุขภาพ” อย่างยั่งยืน
นายเสริฐ ไชยยานันตา ได้กล่าวถึงจุดเด่นของจังหวัดเชียงรายไว้อย่างน่าสนใจมาก เขาระบุว่าเชียงรายมีต้นทุนทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายและสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่สวยงาม ศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่า หรือวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีอาหารพื้นถิ่นและสมุนไพรที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอันมีค่า สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดเป็น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้อย่างมีศักยภาพ
ด้วยเหตุนี้ การสร้างและพัฒนานักสื่อความหมายท้องถิ่นจึงเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง พวกเขาคือฟันเฟืองหลักที่จะถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของพื้นที่ไปสู่นักท่องเที่ยว การเล่าเรื่องที่ดีจะช่วยเปลี่ยนการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่พิเศษ นักท่องเที่ยวจะได้รับทั้งความรู้และความประทับใจกลับไปอย่างเต็มอิ่ม
การอบรมในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การนั่งฟังบรรยายในห้องเรียนเท่านั้น แต่มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริงเป็นหลัก ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีการค้นหาและวิเคราะห์ทุนทางชุมชนของตนเอง พวกเขาจะได้ฝึกทักษะการสื่อความหมาย การร้อยเรียงเรื่องราว และการออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยว หลักสูตรนี้ผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ได้ทันที
ลงพื้นที่จริง สัมผัสประสบการณ์เวลเนส
ไฮไลท์สำคัญของการอบรมคือการพาผู้เข้าร่วมลงพื้นที่ศึกษาดูงานในสถานที่จริงระดับท็อป สถานที่แรกคือ “น้ำพุร้อนโป่งพระบาท” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียง ที่นี่ทุกคนจะได้เรียนรู้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติมาพัฒนาเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ น้ำพุร้อนแห่งนี้มีศักยภาพสูงในการช่วยผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์คนรักสุขภาพในปัจจุบันได้อย่างดีเยี่ยม
สถานที่ต่อมาคือ “ศูนย์เวลเนส มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง” ซึ่งโดดเด่นด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่ทันสมัย ผู้เข้าร่วมจะได้ศึกษาแนวทางการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป มีการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย การสร้างสมดุลชีวิต รวมถึงการผ่อนคลายด้วยศาสตร์แห่งเสียงที่กำลังได้รับความนิยม
หลังจากได้ลงพื้นที่จริงแล้ว ผู้เข้าร่วมจะต้องนำความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดมาฝึกปฏิบัติจริง พวกเขาจะต้องทดลองค้นหาเรื่องราวเด่นๆ ของชุมชนตัวเองออกมา จากนั้นนำมาออกแบบการเล่าเรื่องและสร้างสรรค์กิจกรรมท่องเที่ยว กิจกรรมเหล่านี้ต้องเน้นให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมายต่อผู้มาเยือน
ก้าวต่อไปของเชียงรายเมืองสุขภาพ
เป้าหมายสูงสุดของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างเครือข่ายนักสื่อความหมายท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง เมื่อคนในชุมชนมีความรู้และทักษะ พวกเขาก็จะสามารถนำทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด การเล่าเรื่องราวที่มีคุณค่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ใส่ใจสุขภาพเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น
ท้ายที่สุด โครงการนี้จะช่วยสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์กลับสู่ชุมชนอย่างแท้จริง การพัฒนาบุคลากรในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดเชียงราย เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะยกระดับเมืองเชียงรายให้เป็น “เมืองสุขภาพ” ที่เติบโตอย่างยั่งยืนและพร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย– ตำรวจภูธร จังหวัดเชียงราย ร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้น ยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และ ยาไอซ์ อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ ขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดน ภาคเหนือ เพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ยาเสพติด ครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด">เชียงราย– เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอ แม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอ แม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง:รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน:หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน:เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น
การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง อาชญากรรม ข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาใน ประเทศไทย อย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่ง แม่น้ำโขง ในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว


