เชียงราย – ช่วงเช้าของวันที่ 7 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย เมื่อชาวบ้านพบศพชายถูกยิงเสียชีวิตกลางป่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณทางเข้าสวนป่าสัก เส้นทางไปบ่อขยะด้านหลังเทศบาลตำบลบ้านดู่ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างหมู่ 6 และหมู่ 18 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ จาก สภ.บ้านดู่ พร้อมด้วยทีมพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช และหน่วยกู้ภัย ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบทันที สภาพศพเบื้องต้นพบว่าเป็นชายอายุประมาณ 34 ปี ซึ่งมีข้อมูลระบุว่าอาจเป็นชาวจังหวัดอุดรธานีที่เดินทางมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ภาคเหนือ
ประเด็นสำคัญ
- พบร่างชายอายุ 34 ปี ชาวอุดรธานี ถูกยิงเสียชีวิตกลางป่าสัก ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย
- ผู้เสียชีวิตถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด แต่ไม่พบปลอกกระสุนและโทรศัพท์มือถือในบริเวณที่เกิดเหตุ
- พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดทิ้งไว้ ห่างจากศพประมาณ 100 เมตร โดยตำรวจกำลังเร่งตามล่าตัวคนร้าย
ผู้เสียชีวิตแต่งกายอย่างมิดชิดด้วยเสื้อร่มแขนยาว กางเกงยีนส์ และสวมรองเท้าสไตล์เดินป่า นอกจากนี้เขายังสะพายกระเป๋าเป้และกระเป๋าคาดอกติดตัวไว้ด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นภายในกระเป๋า พบเพียงเงินเหรียญจำนวนหนึ่งและนาฬิกาข้อมือติดตัวเท่านั้น สิ่งที่น่าสงสัยอย่างยิ่งคือโทรศัพท์มือถือของผู้ตายกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
จากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น แพทย์พบรอยกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาด เจาะเข้าที่บริเวณศีรษะจำนวน 1 นัด ที่น่าแปลกใจคือเจ้าหน้าที่ไม่พบปลอกกระสุนตกอยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุเลย นอกจากนี้ สภาพพื้นที่โดยรอบก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หรือบาดแผลจากการถูกทำร้ายด้วยวิธีอื่นบนร่างกายของผู้เสียชีวิตเลยแม้แต่น้อย
พบเบาะแสสำคัญ รถจักรยานยนต์ต้องสงสัย
ห่างออกไปจากจุดที่พบศพประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่พบเบาะแสเพิ่มเติมที่อาจนำไปสู่การไขคดีนี้ได้ บริเวณปากทางเข้าที่ติดกับถนนสายหลัก มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งจอดทิ้งไว้ ซึ่งคาดว่าเป็นรถของผู้ตายเอง ที่บริเวณแฮนด์รถยังมีอุปกรณ์ยึดจับโทรศัพท์มือถือติดตั้งอยู่ด้วย
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลรถจักรยานยนต์คันนี้อย่างละเอียดที่สุด พวกเขาต้องการทราบถึงประวัติ อาชีพ และที่อยู่แน่ชัดของผู้ตายจากป้ายทะเบียนรถ ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าผู้เสียชีวิตรายนี้อาจเช่าห้องพัก หรืออาศัยอยู่ในละแวกจังหวัดเชียงรายมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
ตำรวจเดินหน้าสืบสวน ล่าตัวมือปืน
เหตุการณ์สุดช็อกนี้ถูกเปิดเผยเมื่อชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งกำลังเดินทางไปสวนของตนในตอนเช้าตรู่ ก็ต้องตกใจเมื่อพบศพนอนอยู่ในป่าไม้สัก พวกเขาตั้งสติได้อย่างรวดเร็วและโทรแจ้งสถานีตำรวจบันดูเพื่อขอ ให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ทางด้าน พ.ต.อ. อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผู้กำกับการ สภ.บ้านดู่ ได้สั่งการให้ทีมงานสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวอย่างรัดกุมที่สุด ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเข้าออกป่า และเรียกตัวบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุและตามจับกุมมือปืนมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
เร่งไขปมสังหารและหาตัวผู้กระทำผิด
คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากเหตุอุกฉกรรจ์เกิดขึ้นใกล้กับเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชน ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกไปตามจุดต่างๆ เพื่อหาพยานแวดล้อมเพิ่มเติมที่อาจเห็นเหตุการณ์ หรือพบเห็นบุคคลต้องสงสัยในคืนก่อนเกิดเหตุ
นอกจากนี้ ทีมพิสูจน์หลักฐานยังได้เก็บรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอจากบริเวณรถจักรยานยนต์ของผู้ตายอย่างละเอียด ทุกเบาะแสมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ปัญหาชู้สาว หรือประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจที่ผู้ตายอาจเข้าไปเกี่ยวข้องก่อนหน้านี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี







