ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– เรื่องราวนี้กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมไทย เมื่อ “ครูกาหลง จบศรี” ครูชำนาญการพิเศษในจังหวัด พะเยา ต้องเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่ เธอได้ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการใช้งบประมาณ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนอย่างกล้าหาญ แต่การปกป้องผลประโยชน์ของนักเรียนกลับทำให้เธอต้องเจอกับฝันร้ายในชีวิตการทำงาน
ปัญหาหลักเกิดจากการจัดการงบอาหารกลางวันเด็กที่ส่อไปในทางทุจริต ทำให้เธอต้องพบเจอกับการถูกกลั่นแกล้งสารพัดรูปแบบ เธอถูกกลุ่มคนประท้วงขับไล่ถึงหน้าโรงเรียนอย่างเปิดเผย ยิ่งไปกว่านั้นรถยนต์ส่วนตัวยังถูกกรีดและลอบปาหินใส่จนได้รับความเสียหาย
ประเด็นสำคัญ
- เปิดโปงการทุจริต:ครูต้นเรื่องออกมาแฉปัญหาการใช้งบอาหารกลางวันเด็กและเงินสนับสนุนเด็กยากจนที่ผิดปกติ
- ถูกคุกคามชีวิตอย่างหนัก :รถยนต์ส่วนตัวถูกทำลาย และมีมวลชนรวมตัวมาขับไล่ถึงในเขตโรงเรียน
- ขอย้ายหนีแต่ถูกสกัดกั้น:ยื่นเรื่องขอย้ายกรณีพิเศษเพื่อความปลอดภัย แต่กลับถูกหน่วยงานต้นสังกัดเตะถ่วงและสกัดกั้น
เรื่องราวความขัดแย้งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 ครูกาหลงเคยร้องเรียนโรงเรียนเดิมในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ในตอนนั้นเธอพบความผิดปกติของการเบิกจ่ายงบประมาณเด็กยากจน รวมถึงงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน ปัญหานี้ถือเป็นเรื่องใหญ่จนถูกส่งไปถึงหน่วยงาน ป.ป.ช. และเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล
ต่อมาเธอได้ถูกทำเรื่องย้ายมาทำงานที่โรงเรียนบ้านร้องเชียงแรง จังหวัดพะเยา แต่เหตุการณ์ความขัดแย้งก็กลับมาซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง เธอพบเจอพิรุธในการจัดทำอาหารกลางวันของนักเรียน เธอจึงยืนหยัดปฏิเสธที่จะเซ็นชื่อตรวจรับงานเอกสาร ผลที่ตามมาคือแม่ครัวคนดังกล่าวไม่ได้รับการต่อสัญญาจ้างทำอาหาร
การคุกคามที่ทวีความรุนแรง
หลังจากที่เธอไม่ยอมเซ็นรับงานที่ไม่ถูกต้อง ความขัดแย้งก็เริ่มบานปลายและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 มีกลุ่มคนจำนวนมากออกมารวมตัวประท้วงขับไล่เธอถึงในบริเวณรั้วโรงเรียน เหตุการณ์ความวุ่นวายนี้สร้างความหวาดผวาให้กับเธอและสมาชิกในครอบครัวอย่างมาก
ด้วยความหวาดกลัวต่อความปลอดภัย เธอจึงเดินทางไปร้องขอความคุ้มครองสิทธิจากกระทรวงยุติธรรม ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้พิจารณาและประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด แต่ถึงอย่างนั้นการใช้ชีวิตประจำวันของเธอก็ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดระแวงจากผู้ไม่หวังดี
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ครูกาหลงจึงตัดสินใจทำเรื่องขอย้ายไปช่วยราชการเป็นกรณีพิเศษ เธอต้องการย้ายกลับไปสังกัดที่ สพป.เชียงราย เขต 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เธอรู้สึกปลอดภัยกว่า แต่กระบวนการย้ายกลับไม่ราบรื่น ทางหน่วยงานกลับส่งจดหมายไปสอบถามโรงเรียนปลายทางต่างๆ ล่วงหน้าว่าจะยินยอมรับเธอไปทำงานหรือไม่
วิธีการดำเนินงานแบบนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งลุกลามกว้างขึ้นไปยังพื้นที่อื่นๆ อย่างรวดเร็ว บางพื้นที่มีการนัดแนะกลุ่มชาวบ้านให้ออกมารวมตัวต่อต้านการย้ายมาของเธออย่างเปิดเผย ครูกาหลงจึงต้องเดินทางไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เทิง เพราะเธอมองว่ากระบวนการนี้ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งต่อผู้ที่กำลังถูกคุกคามชีวิต
วอนรัฐมนตรีช่วยคืนความยุติธรรมด่วน
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก ครูการองได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยตั้งคำถามถึงประเด็นสำคัญว่า การขอย้ายกรณีฉุกเฉินเนื่องจากเหตุที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตนั้น จำเป็นต้องขออนุมัติจากทางโรงเรียนต้นสังกัดล่วงหน้าหรือไม่
ครูกาหลงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเพียงแค่ทำหน้าที่ของครูผู้เสียสละและพลเมืองที่ดี ตอนนี้เธอเหลืออายุราชการอีกเพียงแค่ 9 ปีเท่านั้น สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดคือการกลับไปสอนหนังสือเด็กๆ และใช้ชีวิตดูแลครอบครัวอย่างสงบสุข เธอหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ใหญ่ในกระทรวงจะมีความเมตตา และมีคำสั่งเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเธอให้พ้นจากวิกฤตครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
ระทึกขวัญ! ชายคลั่งบุกปีนรั้วโรงเรียนหล่มสักวิทยาคม ครูฮีโร่สกัดทันก่อนเกิดเหตุสลด
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ตำรวจ ภูธร จังหวัดเชียงราย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลุยตรวจสถานบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืนในเขตตัวเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุ อาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและ นักท่องเที่ยว การมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหา น้ำท่วม และระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย:มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน:ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน





