เชียงราย – อีกไม่กี่วันถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 คนไทยกว่า 53 ล้านคนจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป เพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นแบบกะทันหัน หลังสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 โดยนาย อนุทิน ชาญวีรกูล">อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงประกาศกำหนดวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
รอบนี้ยังมีการทำประชามติร่วมกัน เพื่อพิจารณาแนวทางเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ทำให้บรรยากาศการเมืองยิ่งร้อน โดยเฉพาะ ภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของหลายพรรค

พรรคการเมืองที่น่าจับตา
แม้มีพรรคจดทะเบียนลงสนามถึง 57 พรรค แต่กลุ่มที่ถูกมองว่ามีลุ้นกวาดที่นั่งจำนวนมาก ยังเป็นพรรคใหญ่ไม่กี่พรรค ได้แก่
- พรรคประชาชน (People’s Party)สานต่อจากพรรคก้าวไกลเดิมที่ถูกยุบพรรค จุดยืนหลักคือแนวปฏิรูป เน้นประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ และนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
- พรรคเพื่อไทย พรรคประชานิยมสายเดิมที่สืบทอดจากไทยรักไทย มีฐานเสียงแน่นในภาคเหนือและอีสาน ชูเรื่องเศรษฐกิจปากท้องและเศรษฐกิจฐานราก
- พรรคภูมิใจไทยพรรคแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เน้นสุขภาพ การพัฒนาท้องถิ่น และความมั่นคงแนวชายแดน
- พรรคพลังประชารัฐพรรคสายอนุรักษนิยม มีฐานจากกลุ่มอนุรักษนิยมและทหาร
- พรรคชาติไทยพัฒนารวมถึงพรรคอื่น ๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย เป็นต้น
ส่วนพรรคขนาดเล็กและพรรคใหม่ เช่น พรรคกล้าธรรม และอีกหลายพรรค ก็ลงแข่งขันเช่นกัน แต่โดยภาพรวมคาดว่าจะได้ที่นั่งไม่มาก
แคนดิเดตนายกฯ ที่ถูกพูดถึงมาก
รายชื่อผู้ถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีจากแต่ละพรรค ที่มีโอกาสสูงและถูกจับตาในช่วงโค้งท้าย มีดังนี้
- นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิจากพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน อายุ 38 ปี ได้แรงสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่และหลายโพล
- นายอนุทิน ชาญวีรกูลจากพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน วางภาพเรื่องความมั่นคงและงานท้องถิ่น
- นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์จากพรรคเพื่อไทย ชูชุดนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง
- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจากพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาทำงานการเมืองหวังเรียกฐานเสียงเดิม
ข้อมูลจากโพลล่าสุดของนิด้าโพลและสวนดุสิตโพล ระบุว่านายณัฐพงษ์ยังมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนนิยมราว 24 ถึง 32% โดยมีนายอนุทินและนายยศชนันท์ตามมา
กระแสความนิยมพรรคการเมืองล่าสุด
ผลสำรวจช่วงเดือนมกราคม 2569 ชี้ว่าพรรคประชาชนขึ้นนำด้วยคะแนนนิยมประมาณ 30 ถึง 34% ถัดมาคือพรรคภูมิใจไทยราว 16 ถึง 22% และพรรคเพื่อไทยราว 15 ถึง 16% อีกกลุ่มที่สำคัญคือผู้มีสิทธิที่ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ราว 14% ซึ่งทำให้ช่วงสุดท้ายยังเปลี่ยนเกมได้
ภาพรวมคือ พรรคประชาชนได้แรงส่งจากกระแสปฏิรูปและคนรุ่นใหม่ ขณะที่ภูมิใจไทยและเพื่อไทยยังยืนบนฐานเดิม ทั้งบทบาทรัฐบาลและแนวนโยบายประชานิยม
นโยบายหาเสียงเด่นของแต่ละพรรค
แต่ละพรรควางคำสัญญาไว้ต่างกันพอสมควร และใช้เป็นจุดขายหลักช่วงหาเสียง
พรรคประชาชน
- รัฐบาลภารกิจเฉพาะทาง (Mission-Driven Government)
- ฟื้นเศรษฐกิจให้แข่งขันได้ สนับสนุน SME
- ลดค่าครองชีพ ปรับระบบการศึกษาและแรงงาน
- ปรับระบบราชการ กระบวนการยุติธรรม และเดินหน้าต้านคอร์รัปชัน
- ปรับโครงสร้างประชาธิปไตย ความมั่นคงสิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยพิบัติ
- ชู “12 ภารกิจเร่งด่วน” หากได้จัดตั้งรัฐบาล
พรรคเพื่อไทย
- ดันเศรษฐกิจปากท้อง ลดค่าครองชีพ
- นโยบาย “สร้างเศรษฐีใหม่วันละ 9 คน” ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- โฟกัสเกษตรกรและแรงงาน เน้นฐานราก
- ปรับระบบการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการสังคม
พรรคภูมิใจไทย
- ความมั่นคงชายแดน และพัฒนาท้องถิ่น
- นโยบายสุขภาพ และการต่อยอดแนวกัญชาเสรี
- หนุนธุรกิจขนาดกลางและเล็ก
- เดินเรื่องเศรษฐกิจควบคู่ความสงบเรียบร้อย
พรรคพลังประชารัฐและพรรคสายอนุรักษนิยม
- รักษาเสถียรภาพสถาบันและความมั่นคง
- ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแนวทางเดิมที่คุ้นเคย

ภาคเหนือและเชียงราย, สนามที่คะแนนมีความหมาย
ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงราย เคยเป็นพื้นที่แข็งของพรรคเพื่อไทยมาหลายสิบปี เพราะนโยบายที่เข้าถึงเกษตรกรและแรงงาน ทำให้ในอดีตเพื่อไทยกวาดที่นั่งได้มากในภูมิภาคนี้
แต่การเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมากในเชียงรายและเชียงใหม่ ทำให้การแข่งขันในหลายเขตเข้มข้นขึ้น เห็นชัดในเชียงราย เขต 7 ที่เพื่อไทยยังรักษาพื้นที่ไว้ได้จากการเลือกตั้งซ่อมล่าสุด
วันนี้เพื่อไทยยังมีเครือข่ายท้องถิ่นที่แข็งแรงในหลายพื้นที่ของเชียงรายและภาคเหนือตอนล่าง ขณะที่พรรคประชาชนพยายามขยายฐาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และประเด็นที่กระทบชีวิตจริงอย่างฝุ่น PM2.5 ที่ชาวเหนือเผชิญทุกปี
คนเชียงรายจำนวนมากมองหานโยบายที่ทำได้จริงในเรื่องหมอกควัน การเกษตรที่ยั่งยืน และการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง พรรคที่ตอบโจทย์เหล่านี้ได้ชัดกว่า ย่อมได้เปรียบในคูหา
สรุป, เลือกตั้ง 2569 ที่อาจชี้ทางประเทศ
การเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกทิศทางประเทศ ระหว่างความเปลี่ยนแปลงที่หลายคนคาดหวัง กับความต่อเนื่องของฝ่ายรัฐบาลเดิม ภาคเหนือและเชียงรายยังเป็นพื้นที่ที่มีน้ำหนักในการตัดสินผลรวมของประเทศ
อย่าลืมออกไปใช้สิทธิให้ครบ เพื่อให้เสียงของเรามีความหมายกับอนาคตที่อยากเห็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พรรคการเมือง 4 พรรคได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไทยล้ำหน้า! ใช้เทคโนโลยี AI ล่าแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ
เชียงราย – เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือระบบ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้มาใช้ในการวิเคราะห์ และสามารถสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้อย่างแม่นยำ การนำเครื่องมือดิจิทัลมาสนับสนุนการทำงาน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็วกว่าเดิม ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม ระดับประเทศ
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อระบบ AI ของศูนย์อำนวยการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 ตรวจพบความผิดปกติของรถยนต์ต้องสงสัย รถยนต์กลุ่มดังกล่าวเดินทางออกมาจากพื้นที่จังหวัดพะเยาและลำปาง โดยมีเป้าหมายมุ่งหน้าผ่านจังหวัดแพร่เพื่อล่องลงสู่พื้นที่ภาคกลาง ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการด่วนให้สถานีตำรวจภูธรห้วยไร่ตั้งจุดสกัดกั้นเพื่อตรวจสอบทันที
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภูธรภาค 5 ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์และล็อกเป้าหมายรถขนยาเสพติดได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
- เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาบ้าได้จำนวนมหาศาลเกือบ 1.7 ล้านเม็ด ที่บริเวณด่านตรวจห้วยไร่ จังหวัดแพร่
- ผู้ต้องหาทั้งทีมรถขนยาและทีมรถสเกาต์นำทาง ถูกรวบตัวครบยกแก๊งขณะเตรียมส่งของไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์
ปฏิบัติการสกัดจับที่ด่านตรวจห้วยไร่
เมื่อรถเป้าหมายทั้งสองคันขับมาถึงบริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ด่านตรวจห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วจึงเริ่มปฏิบัติการทันที รถคันแรกเป็นรถกระบะอีซูซุสีเทา ทะเบียนเพชรบูรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นรถนำทาง ได้ขับผ่านด่านตรวจไปอย่างรวดเร็ว ส่วนรถยนต์โตโยต้าสีบรอนซ์ได้ขับตามมาติดๆ
เจ้าหน้าที่ประจำด่านตัดสินใจเรียกหยุดและตรวจค้นรถยนต์โตโยต้าคันดังกล่าวอย่างละเอียด ภายในรถพบผู้ต้องหาชายสองคน คือนายวิภพและนายประนอม ซึ่งเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ทั้งคู่ จากการตรวจค้นบริเวณด้านหลังรถ เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางจำนวน 9 ใบซุกซ่อนอยู่อย่างมิดชิด และเมื่อเปิดพิสูจน์จึงพบความจริงที่น่าตกใจ
ภายในกระสอบฟางเหล่านั้นบรรจุยาบ้าจำนวนมหาศาล รวมแล้วประมาณ 1.7 ล้านเม็ด ซึ่งถือเป็นการจับกุมล็อตใหญ่ที่สะเทือนวงการค้ายาเสพติด สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหา รถกระบะคันนำทางได้ขับย้อนกลับมาที่ด่านตรวจอีกครั้ง คาดว่าคนขับคงเกิดความสงสัยที่รถขนยาขับตามมาไม่ทัน
การขยายผลและอนาคตของ AI ในงานตำรวจ
การตัดสินใจขับย้อนกลับมาของรถนำทาง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับและรวบตัวผู้ต้องหาได้ยกแก๊งอย่างง่ายดาย โดยสามารถจับกุมนายสงกรานต์และนางสาวศิริชัญญา ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมสเกาต์เอาไว้ได้ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่ารับยาเสพติดมาจากจุดพักในอำเภอเมืองเชียงราย และกำลังจะนำไปส่งต่อที่จังหวัดเพชรบูรณ์
ความสำเร็จของปฏิบัติการครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ ระบบ AI ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ที่ช่วยวิเคราะห์เส้นทางของอาชญากรได้อย่างชาญฉลาด การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ แต่ยังช่วยตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่ยาเสพติดจะกระจายสู่สังคม ปัจจุบันทีมสืบสวนกำลังเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก
เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการบังคับใช้กฎหมาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาความปลอดภัยในยุคปัจจุบัน ประชาชนสามารถมั่นใจได้มากขึ้น เมื่อรู้ว่าหน่วยงานรัฐมีเครื่องมือที่ทันสมัยในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ– สถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้ประชาชน กลับกลายเป็นช่องทางทองให้ มิจฉาชีพ หาผลประโยชน์ ล่าสุดคนดังในวงการบันเทิงและโซเชียลมีเดียตกเป็นเหยื่อหลายราย เมื่อมีชายหนุ่มอ้างตัวเป็นจิตอาสาขอรับบริจาคเงิน เหตุการณ์นี้สะเทือนใจผู้ที่ตั้งใจช่วยเหลือสังคมอย่างมาก เงินบริจาคที่ควรจะได้นำไปช่วยผู้ประสบภัย กลับถูกนำไปใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว
อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม และดาราสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ไม่นิ่งนอนใจกับเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้น ทั้งสองคนได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อเอาผิดมิจฉาชีพรายนี้อย่างเด็ดขาด ผู้ก่อเหตุใช้วิธีตีสนิทและอ้างว่าจะนำเงินไปตั้งโรงครัวช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม แต่ในความเป็นจริงเขากลับนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างหน้าตาเฉย
ประเด็นสำคัญ
- อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม และ ขวัญ อุษามณี แจ้งความจับชายอ้างตัวเป็นอาสาสมัครที่ หลอกลวง เงินบริจาคน้ำท่วม
- มิจฉาชีพสร้างเรื่อง “โรงครัวทิพย์” หลอกคนดังหลายรายให้โอนเงินสมทบทุนรวมมูลค่าหลายแสนบาท
- มีผู้พบเห็นและถ่ายคลิปหลักฐานว่ามิจฉาชีพนำเงินบริจาคไปเที่ยวสถานบันเทิงอย่างสบายใจ
พฤติกรรมสุดแสบของมิจฉาชีพคราบนักบุญ
ผู้ก่อเหตุรายนี้มีฉายาในวงการว่า “ลูกเฟิร์ส” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง ในอดีตเขาเคยก่อเหตุหลอกลวงโดยอ้างตัวเป็นคนทรงเจ้าหรือร่างทรงเพื่อเรียกรับเงินมาก่อน ปัจจุบันเขามีคดีติดตัวและมีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงหลายท้องที่ แต่ก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมหลอกลวง เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เขากลับใช้โอกาสนี้ตระเวนหลอกลวงคนดังไปทั่วประเทศ
กลโกงของเขาคือการเข้ามาทำทีเป็นคนดี มีจิตอาสา และอยากช่วยเหลือสังคม เขาเสนอตัวจะจัดตั้งโรงครัวเพื่อทำอาหารกล่องแจกจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัย ความน่าเชื่อถือและการพูดจาที่หว่านล้อม ทำให้คนดังหลายคนหลงเชื่อและยอมโอนเงินสมทบทุนให้ อาจารย์เบียร์สูญเงินไปถึง 149, 000 บาท ขณะที่ขวัญ อุษามณี โอนเงินช่วยเหลือไปจำนวน 36,000 บาท
ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีคนดังอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อของโรงครัวทิพย์นี้ เปิ้ล นาคร ศิลาชัย โอนเงินร่วมบุญไป 20,000 บาท นอกจากนี้ หลวงตาสินทรัพย์ หรือ “พระสิ้นคิด” ก็ถูกหลอกลวงเงินไปเกือบ 200,000 บาท ยอดรวมความเสียหายทั้งหมดมีมูลค่าหลายแสนบาท ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง
หลักฐานมัดตัว นำเงินบุญไปเที่ยวผับ
ความจริงทั้งหมดปรากฏขึ้นเมื่อมีผู้พบเห็นชายคนดังกล่าวนำเงินที่ได้จากการบริจาคไปใช้เที่ยวเตร่ มีพลเมืองดีสามารถถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่เขากำลังเที่ยวสถานบันเทิงและดื่มกินอย่างสนุกสนานได้ หลักฐานชิ้นนี้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อาจารย์เบียร์และผู้เสียหายคนอื่นๆ ตัดสินใจดำเนินคดีตามกฎหมาย พวกเขามองว่านี่คือการซ้ำเติมผู้ประสบภัยที่กำลังลำบากอย่างหนัก
ในขณะเดียวกัน มีวัยรุ่นชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นทีมงานของผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อให้ปากคำกับตำรวจ เขาออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นคนขับรถพาผู้ก่อเหตุไปเที่ยวผับจริง โดยคืนนั้นผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาอย่างหนักและใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย
วัยรุ่นคนนี้ยังยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้โอนเงินส่วนที่เหลือคืนให้ผู้ก่อเหตุไปหมดแล้ว เขาไม่ทราบเลยว่าเงินเหล่านั้นถูกนำไปทำอะไรต่อ หรือถูกนำไปใช้จ่ายที่ไหนอีก การออกมาชี้แจงครั้งนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเงินบริจาคไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เลยแม้แต่น้อย
เสียงเตือนจากคนดัง ระวังภัยบริจาคน้ำท่วม
การเดินทางมาเข้าแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อเรียกร้องเงินของตนเองคืน แต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้ไปหลอกลวงผู้อื่นได้อีกในอนาคต ข่าวจาก Amarin TV ระบุว่า อาจารย์เบียร์ต้องการให้ผู้ก่อเหตุออกมาชี้แจงความจริงต่อหน้าสื่อและสังคม เพราะเหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้บริจาคเป็นอย่างมาก
อาจารย์เบียร์ยังฝากเตือนสติประชาชนทุกคนที่ต้องการทำบุญช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงนี้ ขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุดและตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนโอนเงิน ควรเลือกบริจาคผ่านหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรการกุศลที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกส่งถึงมือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ
ด้านดาราสาว ขวัญ อุษามณี ก็เปิดเผยว่าเธอรู้สึกเสียใจและผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เธอมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤต แต่กลับถูกคนฉวยโอกาสนำความเมตตาไปหาผลประโยชน์ คดีนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับสังคมไทยในการทำบุญผ่านระบบออนไลน์ ที่มิจฉาชีพมักแฝงตัวมาในรูปแบบของคนดีมีน้ำใจ
บทเรียนสำคัญสำหรับการทำบุญยุคดิจิทัล
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาภัยไซเบอร์และการหลอกลวงที่แนบเนียนขึ้นในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมักจะใช้ความน่าสงสารหรือสถานการณ์ภัยพิบัติมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นความเห็นใจ เมื่อประชาชนเห็นภาพน้ำท่วมหรือผู้เดือดร้อน ก็มักจะรีบโอนเงินช่วยเหลือโดยไม่ทันได้ตรวจสอบประวัติของผู้รับบริจาคให้ดีเสียก่อน
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแนะนำว่า ก่อนการบริจาคทุกครั้ง ควรขอรายละเอียดโครงการและตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับโอนให้ชัดเจน หากชื่อบัญชีเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงหรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรใดๆ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน นอกจากนี้ การติดตามผลการดำเนินงานหลังจากการบริจาคก็เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้คนฉวยโอกาสนำเงินบุญไปใช้ในทางที่ผิด
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่ามิจฉาชีพคราบนักบุญรายนี้จะได้รับโทษทางกฎหมายที่สาสมกับสิ่งที่ทำไว้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่คนไทยควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา
ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
เชียงใหม่– เหตุการณ์ระทึก ขวัญ เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อพระสงฆ์และสามเณรวัดศรีสุพรรณร่วมใจกันสวมบทฮีโร่ วิ่งไล่ จับคนร้าย ที่เข้ามาก่อเหตุขโมยตู้บริจาคถึงในวัด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยศูนย์วิทยุกองบังคับการ ตำรวจ ภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (191) ได้รับแจ้งเหตุและรีบประสานงานทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จึงรุดลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบถามพระลูกวัดทราบว่า คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เข้ามาในวัด ทำทีเหมือนเป็นคนใจบุญมาไหว้พระ ในช่วงเช้าที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังไม่มาทำงาน เมื่อพระสงฆ์เปิดประตูวิหารและประตูพระอุโบสถ คนร้ายก็ฉวยโอกาสเดินเข้าไปอุ้มตู้บริจาคเหล็กทันที โชคดีที่พระและสามเณรมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงพากันส่งเสียงตะโกนและวิ่งไล่ตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด
ประเด็นสำคัญ
- พระและสามเณรวัดศรีสุพรรณร่วมกันจับกุมโจรขโมยตู้บริจาคไว้ได้ทันควัน
- คนร้ายทิ้งรถบิ๊กไบค์วิ่งหนีเท้าเปล่า แต่ไม่รอดถูกรุมจับกุมในที่สุด
- ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าเพิ่งพ้นโทษ และมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วกว่า 5 ครั้ง
ด้วยความตกใจ คนร้ายพยายามอุ้มตู้บริจาควิ่งหนีไปยังรถบิ๊กไบค์ที่จอดเตรียมไว้ แต่กลุ่มพระและสามเณรวิ่งกรูตามมาอย่างรวดเร็วและไม่ลดละ ทำให้คนร้ายต้องตัดสินใจทิ้งรถจักรยานยนต์ แล้วพยายามหิ้วตู้หนีด้วยเท้าเปล่าออกไปนอกวัด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายคนร้ายก็หนีไม่รอดและถูกรุมจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด ส่วนเงินในตู้บริจาคนั้นมีไม่มากนัก เนื่องจากทางวัดมีกิจวัตรในการไขกุญแจเก็บเงินบริจาคออกทุกวันอยู่แล้ว
ประวัติโชกโชน: โจรบิ๊กไบค์สารภาพเคยก่อเหตุซ้ำซาก
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ ตำรวจเชียงใหม่ ได้ทำการสอบสวนผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด ซึ่งคนร้ายได้ให้การรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐาน เขายอมรับว่าเคยมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไม่มีงานทำ จึงตัดสินใจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก โดยก่อนหน้านี้ได้มาตระเวนดูลาดเลาที่วัดศรีสุพรรณอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจก่อนลงมือจริง
นอกจากนี้ คนร้ายยังสารภาพว่าได้ไปยืมรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของเพื่อนมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ เมื่อตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถเถื่อนที่ไม่มีเอกสารและไม่ได้เสียภาษีแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

