เชียงราย – เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 จังหวัดเชียงราย ได้ริเริ่มโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ โดยมีการประชุม ณ ห้องประชุมชมกิตติ ศาลาว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์มลพิษในพื้นที่
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมถึงคณะทำงานจากโครงการ Clean Air Asia เป้าหมายหลักคือการจัดการปัญหา มลพิษทางอากาศ และตรวจสอบสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกอย่างเร่งด่วน
Key Takeaways (ประเด็นสำคัญ):
- ผนึกกำลังนานาชาติ:เชียงรายร่วมมือกับญี่ปุ่นและเครือข่ายนานาชาติ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันข้าม พรมแดน และมลพิษทางน้ำแบบยั่งยืน
- น้ำแม่ยาวปลอดภัย:ผลการทดสอบน้ำในตำบลแม่ยาวล่าสุดยืนยันว่า ไม่มีสารพิษตกค้างเกินเกณฑ์มาตรฐาน สร้างความสบายใจให้ชุมชน
- เกษตรยุคใหม่ไร้การเผา:เตรียมประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และโมเดลทำเกษตรปลอดการเผา เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและลดฝุ่นควัน
ความร่วมมือข้ามชาติเพื่ออากาศสะอาด
ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตชาวเหนือมาอย่างยาวนาน ในการประชุมครั้งนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญจากนักวิจัยหลายประเทศ ทั้งตัวแทนจากออสเตรเลียและบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษจากต่างชาติ
นางสาวศิวพร รังสิยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการคุณภาพอากาศ เปิดเผยถึงความร่วมมือกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่นมีความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือเชียงรายจัดการปัญหา มลพิษทางอากาศ (Air Pollution) ทั้งภายในประเทศและปัญหาข้ามแดน
ปัจจุบันแผนการทำงานได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าเดิม ไม่ได้มองแค่เรื่องฝุ่นควันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแก้ปัญหาน้ำเสีย การจัดการขยะ และการปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างครบวงจร
โมเดลการเกษตรยุคใหม่จากญี่ปุ่น
เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นถูกนำมาเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหา เนื่องจากญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและรับมือภัยพิบัติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะรูปแบบการทำเกษตรที่ยั่งยืนและปลอดภัย
จากการศึกษาดูงานในพื้นที่ปลูกข้าวชั้นนำของญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 เดือน พบว่าพวกเขาใช้แนวคิดการปลูกข้าวโดยไม่เผาเลย การใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาสนับสนุนเกษตรกร ทำให้ชาวนามีรายได้ดีและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก
สำหรับ ประเทศไทย การนำแนวคิดนี้มาใช้อาจต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพพื้นที่ลุ่มน้ำโขง โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุการเกษตร เช่น การนำฟางข้าวมาใช้ประโยชน์แทนการเผาทิ้ง
เทคโนโลยี AI กับการยกระดับเกษตรกร
การแก้ปัญหาในระยะยาวจำเป็นต้องวางระบบอย่างครบวงจร ตั้งแต่เทคโนโลยีที่ใช้ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์และการหาตลาดรองรับ นอกจากนี้อาจต้องมีการลงทุนด้านเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรให้ทันสมัย
การเข้าสู่ยุคของ AI และเทคโนโลยีจะช่วยให้เกษตรกรทำงานเหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลผลิตและรายได้ที่สูงขึ้น หากความร่วมมือนี้สำเร็จ จะช่วยแก้ปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดนที่เรื้อรังมานานกว่า 20 ปีได้
ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของภูมิภาคในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม หากเราสามารถจัดการปัญหาในพื้นที่ตัวเองได้สำเร็จ ก็จะสามารถขยายผลไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไปได้
ลงพื้นที่ตำบลแม่ยาว ตรวจคุณภาพน้ำ
ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน คณะทำงานได้ลงพื้นที่เทศบาลตำบลแม่ยาว เพื่อพบปะชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พื้นที่นี้ถือเป็นด่านแรกที่รับน้ำจากแม่น้ำกก ซึ่งชาวบ้านกังวลเรื่องสารปนเปื้อนจากกิจกรรมทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน
น.ส.ศิริรัตน์ สันธิ ปลัดเทศบาลตำบลแม่ยาว กล่าวว่า ปัญหาน้ำปนเปื้อนสร้างความวิตกกังวลให้ชาวบ้านอย่างมาก แต่จากการร่วมกันนำตัวอย่างน้ำจากหลายแหล่งไปตรวจวิเคราะห์ พบข่าวดีที่น่าโล่งใจ
ผลตรวจล่าสุดจากทุกหน่วยงานยืนยันชัดเจนว่า ไม่พบสารพิษตกค้างในระดับที่เกินมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา น้ำบาดาล หรือน้ำในแม่น้ำกก ทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้น้ำได้อย่างปลอดภัย
แนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนเพื่อชุมชน
แม้ผลตรวจจะออกมาดี แต่ทุกภาคส่วนยังคงเดินหน้าหาทางป้องกันในระยะยาว มีการนำเสนอชุดกรองน้ำต้นแบบ เพื่อเป็นโมเดลนำร่องให้ชุมชนนำไปต่อยอดและใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ตำบลแม่ยาวต้องการผลักดันต่อไปคือ การติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบรายงานผลทันที (Real-time) ระบบนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจที่ยั่งยืนให้กับประชาชนในการใช้น้ำอุปโภคบริโภคทุกวัน
นอกจากนี้ ยังมีการดึงกลุ่ม อสม. ในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม พวกเขาจะถูกฝึกอบรมให้เป็นแกนหลักในการเรียนรู้ และร่วมบริหารจัดการระบบตรวจสอบคุณภาพน้ำด้วยตัวเองเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน
ความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมคือชีวิต
พันเอกสิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน. จังหวัดเชียงราย เน้นย้ำว่า ปัญหาสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำไม่ใช่แค่เรื่องของธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงในชีวิต สุขภาพ และการดำรงชีพของประชาชน
การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาชน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้าง คุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน ให้กับคนเชียงรายและพื้นที่ลุ่มน้ำโขง
ท้ายที่สุด การสนับสนุนข้อมูล องค์ความรู้ และงานวิจัยอย่างจริงจัง จะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องทรัพยากร และสร้างความปลอดภัยให้กับทุกคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดตัวแผน’ความปลอดภัยด้านอาหาร’ ปี 2026 มุ่งสู่ความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน
ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ์คนไทย! จับอดีตปลัดเชียงราย โยงทุนเทาข้ามชาติ ซื้อบัตร 1 แสนบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี







