ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

ฟุตบอล โลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ– เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม">ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกค้นเป้าหมายสำคัญในย่านบางแค กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเยาวชน

เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจสอบบ้านพักจำนวน 2 หลังภายในซอยเพชรเกษม 63 ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐ ในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

ประเด็นสำคัญ

  • การจับกุมเครือข่ายใหญ่:ตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้าน 2 หลังในย่านบางแค พร้อมรวบตัวผู้ค้ารายใหญ่ได้ 2 ราย
  • ยึดของกลางมูลค่ามหาศาล:ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์กว่า 50,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเงินสดอีก 4.8 ล้านบาท
  • จุดเสี่ยงใกล้ชุมชน:แหล่งกระจายสินค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางที่สุด

การเข้าตรวจค้นครั้งนี้นำทีมโดย พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนจาก บก.สอท.2 อย่างเต็มกำลัง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ น.ส.สุมาพร วัย 40 ปี และนายพีรพล แฟนหนุ่มวัย 28 ปี ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้กระจายสินค้าในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ

จุดแรกที่เจ้าหน้าที่บุกค้น ถูกใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าและสถานที่แพ็คของเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า ส่วนจุดที่สองเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้ต้องหา ที่นี่เองที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดจำนวนกว่า 4.8 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นเงินหมุนเวียนจากการทำธุรกิจสีเทานี้

นอกจากเงินสดแล้ว ยังพบเครื่องพอทและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหลากหลายกลิ่น ทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบเติม รวมของกลางทั้งหมดกว่า 50,000 ชิ้น สินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 10 ล้านบาทเลยทีเดียว คุณสามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกได้จาก ข่าวต้นฉบับของไทยรัฐ

ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

ขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยสู่ระดับหัวจ่าย

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการทำงานอย่างหนักของชุดสืบสวนไซเบอร์ ตำรวจเริ่มต้นจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ก่อนจะแกะรอยและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดพวกเขาก็ทราบถึงแหล่งกบดานของเอเย่นต์รายใหญ่นี้

ผู้ต้องหาทั้งสองรายยอมรับว่า สินค้าบางส่วนถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่บางส่วนเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับที่เคยถูกทลายไปก่อนหน้านี้ การจับกุมครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของขบวนการ

พล.ต.ท.นิรันดร เน้นย้ำว่า การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากสถานที่เก็บสินค้าอยู่ใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เยาวชนจะเข้าถึงสิ่งเสพติดเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

บทลงโทษและการดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย ได้แก่ การช่วยซ่อนเร้นและจำหน่ายสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจน

ข้อหาดังกล่าวครอบคลุมถึงการห้ามขาย หรือให้บริการสินค้าประเภทบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรง ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวพร้อมของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า จะไม่หยุดการกวาดล้างเพียงเท่านี้ ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่ยังคงลอยนวลอยู่ ปฏิบัติการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น

รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน การเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ทำได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้การป้องกันเป็นไปได้ยากขึ้นหากขาดกฎหมายที่เข้มงวด

การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการซื้อขาย เพื่อทำลายวงจรธุรกิจนี้ให้สิ้นซาก

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ สำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลกำไรจากธุรกิจผิดกฎหมาย กฎหมายไทยมีบทลงโทษที่เด็ดขาด และเจ้าหน้าที่ก็พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยไร้ควันพิษสำหรับอนาคตของชาติ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย

ตำรวจไซเบอร์จับกุมอินฟลูเอนเซอร์ OnlyFans ฐานโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์และเผยแพร่วิดีโอโป๊

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน

โบเตน ประเทศลาว– ทางการ สปป.ลาว เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง อาชญากร รม">อาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ โดยบุกทลายเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางเมืองบ่อเต็น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา ขณะกำลังก่อเหตุหลอกลวงประชาชนผ่านโลกออนไลน์

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังระบาดหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การบุกจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการจัดการกับกลุ่ม มิจฉาชีพ ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

สรุปประเด็นสำคัญ  

  • รวบผู้ต้องหากว่าร้อยชีวิต:ตำรวจ สปป.ลาว บุกจับแก๊งสแกมเมอร์ 135 คน พบมีคนไทยร่วมขบวนการถึง 22 คน
  • ยึดของกลางจำนวนมาก:พบคอมพิวเตอร์เกือบ 200 เครื่อง โทรศัพท์มือถือเกือบ 2,000 เครื่อง พร้อมเงินสดหลากหลายสกุลเงิน
  • เตือนภัยกลโกง:มิจฉาชีพใช้มุก หลอกลงทุน แชร์ลูกโซ่ และแอปพลิเคชันพนันปลอม เพื่อหลอกดูดเงินจากเหยื่อ

หน่วยเฉพาะกิจตำรวจแขวงหลวงน้ำทา ร่วมกับตำรวจเขตบ่อเต็น ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ พวกเขาบุกเข้าไปยังอาคารสภาการค้าสากล ซึ่งเป็นตึกสูง 10 ชั้น อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม ติดกับชายแดนประเทศจีน ซึ่งเป็นทำเลที่กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้กบดาน

เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปถึงชั้นที่ 10 ก็พบกับกลุ่มผู้ต้องหากำลังนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทุกคนถูกจับกุมตัวไว้ได้ทันที โดยไม่ทันได้ตั้งตัวหรือหลบหนี การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรัดกุมและรวดเร็วมาก

จากรายงานของสื่อข่าว MGR Online ระบุว่าผู้ต้องหาทั้งหมด 135 คน มีหลากหลายสัญชาติปะปนกันไป ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 73 คน และผู้หญิง 62 คน ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าขบวนการดังกล่าวมีเครือข่ายขนาดใหญ่มาก

เจาะลึกสัญชาติผู้ต้องหา และของกลางมหาศาล

สำหรับผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ถูกจับกุม พบว่าเป็นชาวเวียดนามมากที่สุดถึง 82 คน รองลงมาคือชาวไทยจำนวน 22 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้ชาย 10 คนและผู้หญิง 12 คน นอกจากนี้ยังมีชาวลาว 21 คน ชาวจีน 8 คน และชาวกัมพูชาอีก 2 คน

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์ ที่ใช้ในการกระทำความผิดได้เป็นจำนวนมหาศาล ของกลางประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ 182 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือมากถึง 1,902 เครื่อง สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือหลัก ที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อผ่านโลกออนไลน์

นอกจากอุปกรณ์ไอทีแล้ว ตำรวจยังพบตู้เซฟจำนวน 8 ตู้ ซุกซ่อนอยู่ภายในอาคาร เมื่อเปิดออกดูพบเงินสดหลากหลายสกุลเงิน ทั้งเงินกีบ เงินบาท เงินหยวน เงินดอลลาร์ และเงินดอง รวมมูลค่าหลายล้านบาท

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า แก๊งสแกมเมอร์กลุ่มนี้ ใช้วิธีการหลอกลวงที่หลากหลายและแนบเนียน พวกเขามักจะสร้างโปรไฟล์ปลอมบนโซเชียลมีเดีย เพื่อตีสนิทและชักชวนให้เหยื่อนำเงินมาลงทุน การหลอกลวงมักจะอ้างว่า เหยื่อจะได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินจริง

กลโกงอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ การหลอกทำแชร์ลูกโซ่ และการอ้างว่าส่งของมีค่ามาให้ แต่ต้องโอนค่าภาษีล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์การพนัน หรือแอปพลิเคชันปลอม เพื่อหลอกให้คนโอนเงินเข้ามาเล่นแล้วเชิดเงินหนี

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน

แฉกลยุทธ์มิจฉาชีพ และแนวทางการดำเนินคดี

ปัจจุบัน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัว ส่งไปยังกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทา เพื่อเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย ของทางการลาวอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ทางการลาวได้ประสานไปยังสถานทูต ของแต่ละประเทศเพื่อให้รับทราบเรื่องราวแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนทุกคน ให้ระมัดระวังการลงทุน ที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนหรือข้อเสนอที่ดูดีเกินไป หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยบนโลกออนไลน์ ควรหยุดคุยและรีบแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องตกเป็นเหยื่อ

การปราบปรามขบวนการเหล่านี้ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์ มักจะย้ายฐานปฏิบัติการไปตามแนวชายแดนเพื่อหลบหนี รัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงต้องจับมือกันกวาดล้างอย่างจริงจัง

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่าย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ก็พัฒนารูปแบบไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน การมีสติและรู้เท่าทันกลโกง จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากภัยเงียบเหล่านี้ได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

จับแก๊งมิจฉาชีพได้แล้ว!! ตำรวจจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเชียงราย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ยามรักษาความปลอดภัยผับถูกแทง!! ตำรวจจับกุมชายอายุ 26 ปี ในจังหวัดลำปาง

Naree Srisuk

Published

on

ยามรักษาความปลอดภัยผับถูกแทง!!

ลำปาง – เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุชายวัย 26 ปีใช้อาวุธมีดแทงพนักงานสถานบันเทิงบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ บนถนนสุเรนทร์ เขตเทศบาลนครลำปาง โดยผู้ก่อเหตุสารภาพว่าต้องการแก้แค้นแทนเพื่อน ทหาร ที่ถูกการ์ดคุมร้านทำร้ายเมื่อคืนก่อนหน้า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันทีพร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน หลังได้รับแจ้งเหตุ ทำร้ายร่างกาย ด้วยอาวุธมีดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ บนถนนสุเรนทร์ ใจกลางเมืองลำปาง ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสาหัสคือ นายเนติธร อายุ 23 ปี พนักงานสถานบันเทิง มีแผลถูกแทงเข้าที่แผ่นหลังด้านซ้าย ทางเจ้าหน้าที่ กู้ภัย สว่างลำปางจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลลำปางอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังมีนายณัฐภูมิ อายุ 21 ปี พนักงานสถานบันเทิงอีกราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการเข้าไปช่วยห้ามปราม โดยมีบาดแผลถลอกที่นิ้วมือ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายเทพบดี อายุ 26 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมยึดของกลางเป็นมีดสั้นปลายแหลมจำนวน 1 เล่ม

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ:ชายวัย 26 ปี บุกใช้อาวุธมีดแทงพนักงานสถานบันเทิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนสุเรนทร์ อำเภอเมืองลำปาง
  • ปมแก้แค้นแทนเพื่อน:ผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าต้องการแก้แค้นแทนเพื่อนทหาร ที่ถูกการ์ดคุมร้านทำร้ายร่างกายจากเหตุทะเลาะวิวาทเมื่อคืนก่อนหน้า
  • รวบตัวดำเนินคดี:ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้พร้อมมีดของกลาง และเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเทพบดี ผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่าตนพกมีดออกจากบ้านเพื่อมาดักเจอและแก้แค้นกลุ่มการ์ดของสถานบันเทิง ให้กับ พลทหารสิทธิชัย อายุ 23 ปี เพื่อนสนิทที่เดินทางมาด้วยกัน โดยก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายได้บังเอิญพบกันที่หน้าร้านสะดวกซื้อ จนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่นายเทพบดีจะชักมีดเข้าไล่แทงคู่กรณี

แค้นแทนเพื่อน! หนุ่มวัย 26 ควักมีดไล่แทงการ์ดผับดังลำปาง บาดเจ็บสาหัสหน้าร้านสะดวกซื้อ

การดำเนินคดีและความคืบหน้าทางกฎหมาย

สืบเนื่องจากคืนวันที่ 28 กรกฎาคม พลทหารสิทธิชัย ได้ก่อความวุ่นวายภายในสถานบันเทิงขณะมึนเมา โดยมีพฤติกรรมเป่าลูกโป่งส่งเสียงรบกวนลูกค้า ซึ่งคาดว่าเป็นแก๊สหัวเราะ ทั้งยังชักปืนบีบีกันออกมาข่มขู่การ์ดประจำร้าน ส่งผลให้เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น จนพลทหารสิทธิชัย เพื่อน และการ์ดร้านได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาระงับเหตุในคืนดังกล่าว

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้แจ้งข้อหากับนายเทพบดี ในความผิดเกี่ยวกับการใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สำหรับ พลทหารสิทธิชัย ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหูซ้ายจากเหตุการณ์ตะลุมบอน ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลลำปางเพื่อรักษาอาการบาดแผล ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 32 ได้เดินทางเข้าร่วมสอบปากคำ เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องเป็นกำลังพลในสังกัด ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องรายอื่นต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

คนขับรถบรรทุกถูกจับกุมในจังหวัดเชียงราย: ด่านตรวจของตำรวจยึดยาไอซ์ได้ 58 กิโลกรัม

จับแก๊งมิจฉาชีพได้แล้ว!! ตำรวจจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเชียงราย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี

Naree Srisuk

Published

on

แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี

ลำปาง– เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงนำโดย “ซ้อเนย” รุม ทำร้ายร่างกาย จนหมดสติและชักเกร็ง บริเวณใกล้ห้างโลตัส สาขาสบตุ๋ย จังหวัดลำปาง สาเหตุหลักมาจากความหึงหวงที่เพื่อนชายเข้ามาพูดคุยกับผู้เสียหาย ล่าสุดผู้เป็นแม่ทนไม่ไหวต้องบินด่วนจาก ฟุตบอล โลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด โดยยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุดเพื่อความปลอดภัยของลูก

ความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจขึ้นที่จังหวัดลำปาง เมื่อนางบี (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่ ต้องรีบเดินทางจาก กรุงเทพมหานคร เพื่อมาทวงความยุติธรรมให้กับลูกสาว เด็กหญิงซี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงรุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณกลางดึก

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แม่ของผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังจากเห็นคลิปวิดีโอที่ลูกสาวถูกทำร้ายจนสลบคาที่ เธอรู้สึกตกใจและหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของลูกอย่างมาก จึงตัดสินใจพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง ทันที เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

ประเด็นสำคัญ  

  • เหตุการณ์ระทึก:เด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ และรุมทำร้ายจนหมดสติและชักเกร็ง บริเวณถนนใกล้ห้างโลตัส สบตุ๋ย จังหวัดลำปาง
  • ผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจ:แก๊งก่อเหตุนำโดย น.ส.เนย อายุ 19 ปี หรือ “ซ้อเนย” ลงมืออย่างอุกอาจเพราะหึงหวงที่เพื่อนชายของตนเองมาพูดคุยแสดงความสนใจผู้เสียหาย
  • การทวงความยุติธรรม:แม่ของผู้เสียหายบินตรงจากกรุงเทพฯ เพื่อเข้าแจ้งความเอาผิด โดยยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสาวถูกตามมาทำร้ายซ้ำ

เหตุการณ์อันน่าตกใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายกำลังเดินทางกลับบ้านในช่วงกลางคืนพร้อมกับเพื่อนรุ่นพี่ชั้น ม.5 จำนวน 2 คน หลังจากเลิกทำงานพิเศษล่วงเวลาและแวะเติมน้ำมันที่บริเวณสามแยกโรงน้ำแข็งเมืองลำปาง เมื่อขี่รถผ่านซอยใกล้ห้างโลตัส สาขาสบตุ๋ย กลุ่มวัยรุ่นหญิงประมาณ 4 คนได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบอย่างกระชั้นชิด

เด็กหญิงวัย 15 ปี ระบุว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ น.ส.เนย อายุ 19 ปี หรือที่วัยรุ่นในพื้นที่รู้จักกันในฉายา “ ซ้อเนย ” พร้อมด้วยเพื่อนอีกคนที่ชื่อแคท ทั้งสองคนได้ตรงเข้ามารุมตบ เตะ และกระทืบผู้เสียหายอย่างรุนแรงแบบไม่ยั้งมือ การทำร้ายร่างกายดำเนินไปจนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดสติ และมีอาการชักเกร็งลงไปกองกับพื้น ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะพากันหลบหนีไปในความมืด

แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี

พยานถูกข่มขู่และแรงจูงใจในการก่อเหตุ

เพื่อนนักเรียนชั้น ม.5 ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เธอเห็นการกระทำอันป่าเถื่อนทั้งหมด และพยายามจะเข้าไปห้ามปรามเพื่อช่วยรุ่นน้อง แต่กลับถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุข่มขู่และสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว หลังจากกลุ่มคนร้ายหนีไป เธอจึงตั้งสติและรีบพาผู้เสียหายซ้อนท้ายจักรยานยนต์กลับบ้านที่อำเภอเกาะคาทันที

ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองลำปาง แต่ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกดักทำร้ายซ้ำ จึงไม่กล้าเดินทางไปตรวจรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่ามาจากปัญหาความหึงหวงส่วนตัว หลังจากมีเพื่อนชายเข้ามาพูดคุยหรือแสดงความสนใจในตัวผู้เสียหาย ทำให้ “ซ้อเนย” เกิดความไม่พอใจอย่างหนัก จึงนัดแนะพรรคพวกมาก่อเหตุดังกล่าว

นอกเหนือจากบาดแผลทางร่างกายที่รุนแรงจนถึงขั้นหมดสติและชักเกร็งแล้ว สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือผลกระทบทางจิตใจของผู้เสียหาย การถูกรุมทำร้ายในที่สาธารณะโดยกลุ่มคนที่อายุมากกว่า สร้างความบอบช้ำทางจิตใจอย่างมหาศาล เด็กวัยเพียง 15 ปีต้องเผชิญกับความหวาดผวาและความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ความกลัวนี้รุนแรงถึงขั้นที่ผู้เสียหายไม่กล้าเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา

บาดแผลที่มองไม่เห็นเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า หรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) ได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเยียวยาจิตใจ แม่ของผู้เสียหายได้แสดงให้เห็นถึงความรักและความเข้มแข็ง ด้วยการบินข้ามจังหวัดมาปกป้องลูกสาวทันทีที่ทราบเรื่อง ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการช่วยให้ผู้เสียหายรู้สึกปลอดภัยอีกครั้ง

ข้อหาที่ผู้ก่อเหตุอาจได้รับและกระบวนการทางกฎหมาย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว โดยพบว่า น.ส.เนย มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลชมพู อำเภอเมืองลำปาง ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง และติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองรายมาสอบปากคำ การกระทำของ น.ส.เนย และพวก ถือเป็นความผิดร้ายแรงทางอาญา ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

ในมุมมองทางกฎหมาย ผู้ก่อเหตุอาจต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง ความผิดแรกคือการร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หากผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าบาดแผลมีความรุนแรงมาก ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งมีโทษจำคุกที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การข่มขู่พยานที่พยายามเข้าช่วยเหลือยังอาจมีความผิดฐานข่มขู่บังคับจิตใจผู้อื่นอีกด้วย การดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดจะช่วยเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคมและป้องกันการลอกเลียนแบบ

คดีของแก๊ง “ซ้อเนย” เป็นเพียงหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นไทย ปัจจุบันเยาวชนหลายคนมักใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา และเลือกที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อกลั่นแกล้งหรือทำร้ายผู้อื่น การกระทำเหล่านี้มักถูกบันทึกเป็นคลิปวิดีโอและส่งต่อในโลกออนไลน์ ซึ่งยิ่งเป็นการทำร้ายผู้เหยื่อซ้ำเติมในพื้นที่ดิจิทัล ปัญหานี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการเลียนแบบพฤติกรรมจากสื่อสังคมออนไลน์ สภาพแวดล้อมที่เติบโตมา รวมถึงการขาดทักษะในการจัดการอารมณ์

ปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นไทยที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นไทยที่ทวีความรุนแรงขึ้น

หลายครั้งที่เยาวชนผู้ก่อเหตุมักคิดว่าตนเองมีพรรคพวกเยอะ หรือเป็นที่รู้จักในพื้นที่ จึงกล้าลงมือทำร้ายคนอื่นโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เหมือนดั่งกรณีของ “ซ้อเนย” ที่มีฉายาเป็นที่รู้จักในกลุ่มวัยรุ่นลำปาง สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมาใส่ใจ และหาทางป้องกันปัญหาอาชญากรรมในเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง

เพื่อเป็นการปกป้องบุตรหลานจากเหตุการณ์เลวร้าย พ่อแม่ผู้ปกครองควรเริ่มต้นจากการสร้างบรรยากาศภายในบ้านที่อบอุ่นและเปิดกว้าง ให้เด็กกล้าพูดคุยและปรึกษาปัญหาทุกเรื่องโดยไม่รู้สึกว่าถูกตัดสิน หมั่นสังเกตความผิดปกติทั้งทางร่างกาย เช่น รอยฟกช้ำตามตัว และความผิดปกติทางพฤติกรรม เช่น การเก็บตัว ไม่อยากไปโรงเรียน หรือมีความหวาดระแวงผิดปกติ

หากพบว่าบุตรหลานตกเป็นเหยื่อความรุนแรง พ่อแม่ต้องเป็นที่พึ่งพิงหลักและรีบให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจอย่างใกล้ชิด ต้องพาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อเก็บหลักฐาน และเข้าแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด การปล่อยผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไป อาจทำให้ผู้กระทำผิดได้ใจและไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่น ดังที่แม่ของผู้เสียหายในคดีนี้ได้ตัดสินใจลุกขึ้นมาสู้เพื่อความยุติธรรมของลูกสาว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

ชายอายุ 21 ปี ถูกจับกุมในจังหวัดลำปาง ในข้อหาปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่อำเภอและหลอกลวงประชาชนเป็นเงินกว่า 200,000 บาท

Continue Reading

SOi Dog FOundation

เชียงใหม่
เชียงใหม่ - Chiang Mai 1 day ago

เกิดเหตุทะเลวิวาทรุนแรงบนถนนในเชียงใหม่!! นักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวบ้านปะทะกัน

เชียงรายเดินหน้า
ข่าวธุรกิจ Business 1 day ago

เชียงรายเดินหน้า “หมอหนี้ชุมชน” กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น
เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น

สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก
ข่าวกีฬา Sports 1 day ago

สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก “สุราษฎร์ธานีเกมส์”

ด่วน! น้ำป่าหลากท่วมดอยหลวง เชียงราย ผู้ว่าฯ สั่งระดมเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ
เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

ด่วน! น้ำป่าหลากท่วมดอยหลวง เชียงราย ผู้ว่าฯ สั่งระดมเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

เกิดเหตุปล้นทองครั้งใหญ่ที่เชียงราย!! โจรติดอาวุธหลบหนีไปพร้อมเงิน 13 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เกิดเหตุปล้นทองครั้งใหญ่ที่เชียงราย!! โจรติดอาวุธหลบหนีไปพร้อมเงิน 13 ล้านบาท

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด vs แอสตัน วิลล่า
ข่าวกีฬา Sports 2 days ago

พรีวิวบิ๊กแมตช์: บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ดวลเดือด แอสตัน วิลล่า ศึกฟุตบอลกระชับมิตร 2026

โมเดลเชียงราย!
เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

โมเดลเชียงราย! “บ้านฟาร์มสัมพันธกิจ” ชูธรรมนูญหมู่บ้านต้านยาเสพติดด้วยพลังชุมชน

สุดสลด! กระบะเสียหลักพุ่งชนบ้านกลางดึก พรากชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

สุดสลด! กระบะเสียหลักพุ่งชนบ้านกลางดึก พรากชีวิต “น้องภีม” วัย 11 ขวบ ที่เชียงราย

ชาวบ้านเชียงรายบุกสถานกงสุลเมียนมาร์ เรียกร้องให้นายมิน อ่อง ไหลง์ หยุดยั้งการปล่อยสารพิษจากเหมืองแร่ของจีน
เชียงใหม่ - Chiang Mai 2 days ago

ชาวบ้านเชียงรายบุกสถานกงสุลเมียนมาร์ เรียกร้องให้นายมิน อ่อง ไหลง์ หยุดยั้งการปล่อยสารพิษจากเหมืองแร่ของจีน

Huge Fuel Price Drop in Chiang Rai
ข่าวธุรกิจ Business 4 weeks ago

ราคาน้ำมันลดลงวันนี้!! ราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดเชียงรายลดลง 2.56 บาทต่อลิตร

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

ชายชาวเชียงรายถูกจับกุมหลังก่อเหตุยิงกันในครอบครัว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 2 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

อัปเดต: เหตุการณ์ยิงกันในครอบครัวที่เชียงรายส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ
เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ

รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime 4 weeks ago

รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

เชียงรายร่วมมือกับลาวในการต่อสู้กับโรคปากและเท้าเปื่อยสายพันธุ์ SAT1
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

เชียงรายร่วมมือกับลาวในการต่อสู้กับโรคปากและเท้าเปื่อยสายพันธุ์ SAT1

ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime 4 weeks ago

ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายช่วยส่งเสริมส้มโอเวียงแก่น: ดาวเด่นด้านการส่งออกระดับโลกดวงใหม่
ข่าวอาชญากรรม - Crime 4 weeks ago

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายช่วยส่งเสริมส้มโอเวียงแก่น: ดาวเด่นด้านการส่งออกระดับโลกดวงใหม่

เชียงรายก้าวล้ำ! เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกวัย สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ยั่งยืน
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

เชียงรายก้าวล้ำ! เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกวัย สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ยั่งยืน

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ
สุขภาพและการแพทย์ Health 4 weeks ago

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Download Our App

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: