เชียงราย – เรื่องท่องเที่ยวเชียงรายวันนี้ไม่ได้มีแค่หมอกบนดอยหรือคาเฟ่วิวสูง ๆ แล้ว จังหวัดเริ่มลงรายละเอียดที่กระทบประสบการณ์จริงมากขึ้น เช่น สภาพถนน ทางเข้าพื้นที่ และจุดบริการช่วยเหลือหน้างาน เพราะทั้งหมดเป็นตัวกำหนดว่าทริปจะราบรื่นหรือเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดเที่ยว
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อทิตาธร วันชัย ธนาวงศ์ ประธานองค์การบริหารส่วน ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย (อบจ.) ลงพื้นที่ จุดล่องแพไม้ไผ่ในอำเภอแม่สรวย โดยมีผู้นำท้องถิ่นร่วมต้อนรับและหารือแนวทางดูแลพื้นที่
ระหว่างลงพื้นที่ ประธาน อบจ. สั่งการให้ทีมช่างเร่งปรับเกรดถนนและบดอัดช่วงที่ชำรุด เพื่อเตรียมรับฤดูกาลท่องเที่ยวธรรมชาติที่มักคึกคักในหน้าร้อน และช่วงวันหยุดยาว
การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังสะท้อนภาพใหญ่จากตัวเลขท่องเที่ยวทั้งจังหวัดด้วย แม้ภาพรวมปี 2025 จะเติบโต แต่จำนวน นักท่องเที่ยว ต่างชาติกลับลดลง ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับการวางแผนปี 2026
สิ่งที่เห็นจากหน้างาน และสิ่งที่ตัวเลขทั้งปีบอกเรา
ภาพรวมที่ชัดขึ้นมี 3 เรื่องที่เชื่อมกัน
อย่างแรก โครงสร้างพื้นฐานมีผลต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่น กิจกรรมกลางแจ้งอย่างล่องแพไม้ไผ่แบบเปียก น้ำสนุกก็จริง แต่การเดินทางต้องปลอดภัยก่อน โดยเฉพาะถนนหลักและทางเชื่อมเข้าแหล่งกิจกรรม
อย่างที่สอง เชียงรายยังพึ่งพาตลาดคนไทยเป็นหลัก นักท่องเที่ยวไทยคิดเป็น 89.2% ของผู้มาเยือนทั้งหมด และสร้างรายได้ท่องเที่ยว 86.3%
อย่างที่สาม การลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้ เพราะจำนวนลดลง 15.13% และรายได้ลดลง 12.89% ตัวเลขนี้กระทบผู้ประกอบการที่พึ่งกำลังซื้อจากต่างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ตามเส้นทางท่องเที่ยวหลัก
ที่ จุดล่องแพแม่สรวย ประธาน อบจ. ย้ำให้เร่งนำเครื่องจักรหนักเข้าปรับระดับและบดอัดถนนที่เสียหาย เพราะถนนที่เรียบขึ้นช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ทันที โดยเฉพาะช่วงที่รถนักท่องเที่ยวเพิ่ม
แก่นของเรื่องนี้เข้าใจง่าย เส้นทางไปแหล่งเที่ยวควรเป็นส่วนหนึ่งของทริปที่ดี ไม่ใช่ด่านทดสอบความอดทน และเมื่อถนนพัง ผลกระทบไม่ได้หยุดที่นักท่องเที่ยว เพราะชาวบ้านใช้ถนนเส้นเดียวกันไปทำงาน ไป โรงเรียน และขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน
ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย Nakorn Chiang Rai ประธาน อบจ. ระบุว่าล่องแพไม้ไผ่เปียกแม่สรวยเป็นหมุดหมายสำคัญช่วงหน้าร้อนของเชียงราย ดังนั้น อบจ. จึงจัดกำลังและอุปกรณ์ เช่น รถเกรดและรถบด เพื่อปรับปรุงทั้งเส้นทางหลักและถนนเชื่อมให้ได้มาตรฐานพื้นฐาน
เป้าหมายคือทำให้การขับขี่ปลอดภัยขึ้น ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ก็เดินทางสะดวกขึ้น และขนส่งผลผลิตเกษตรได้คล่องกว่าเดิม ซึ่งช่วยหนุนรายได้ชุมชนที่ผูกกับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

จุดบริการนักท่องเที่ยวจะช่วยได้ ก็ต่อเมื่อทำจริงและพร้อมจริง
นอกจากงานถนน การลงพื้นที่ยังพูดถึงสวัสดิภาพนักท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่นหารือเรื่องการตั้งจุดบริการและศูนย์ประสานงาน เช่น จุดปฐมพยาบาล และบูธช่วยเหลือหน้างาน
อย่างไรก็ตาม ศูนย์ประสานงานจะสร้างความมั่นใจได้ ต้องมีองค์ประกอบครบ ทั้งคนที่ผ่านการอบรม อุปกรณ์ที่พร้อมใช้ ช่องทางสื่อสารที่ชัด และขั้นตอนปฏิบัติที่ง่าย ป้ายกับโต๊ะอย่างเดียวไม่พอ เพราะกิจกรรมทางน้ำและพื้นที่คนหนาแน่นต้องมีแผนรับเหตุฉุกเฉินที่ใช้ได้จริง เพื่อให้ความสนุกไม่มาพร้อมความเสี่ยงเกินจำเป็น
สถิติท่องเที่ยวช่วง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2025 ระบุว่า เชียงรายต้อนรับนักท่องเที่ยว 6,463,147 คน เพิ่มขึ้น 2.88% จากปี 2024 ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.36%
เมื่อรายได้โตเร็วกว่าจำนวนคน ก็สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอาจสูงขึ้น หรือกิจกรรมและบริการมูลค่าสูงมีสัดส่วนมากขึ้นในเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัด
เจาะลึกแล้วพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
- นักท่องเที่ยวไทย:5,765,564 คน (89.2%) สร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท(86.3%)
- นักท่องเที่ยวต่างชาติ:697,583 คน (10.8%) สร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท(13.7%)
พูดอีกแบบคือ คนไทยยังเป็นตลาดหลัก เชียงรายจึงต้องพัฒนาประสบการณ์สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศต่อไป และในเวลาเดียวกันก็ต้องวางแผนฟื้นตลาดต่างชาติให้ตรงกลุ่มมากขึ้น
เมื่อเทียบกับปี 2024 การท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2025 ลดลงทั้งจำนวนและรายได้ โดยจำนวนผู้มาเยือนลด 15.13% และรายได้ลด 12.89%
จุดนี้สำคัญมากกับบางชุมชนและผู้ประกอบการ เพราะหลายธุรกิจพึ่งรายจ่ายจากต่างชาติ หรืออยู่บนเส้นทางที่เคยมีกรุ๊ปทัวร์ต่างชาติจำนวนมาก ถึงรายได้รวมของจังหวัดจะเพิ่ม แต่ถ้าโตไม่ทั่วถึง บางพื้นที่ก็อาจตามไม่ทัน และข้อมูลรายเดือนก็ชี้ว่าการท่องเที่ยวไม่ได้ขึ้นลงเป็นเส้นตรง
ฝั่งนักท่องเที่ยวไทย เดือนมกราคมมีจำนวนสูงสุดที่ 644,347 คน ทำรายได้ 4,885.26 ล้านบาท ส่วนเดือนกันยายนต่ำสุดที่ 330,826 คน รายได้ 2,601.18 ล้านบาท
ด้านรายได้ก็ไม่ได้เดินตามจำนวนคนเสมอไป เดือนธันวาคมทำรายได้สูงสุด ทั้งที่จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยกว่ามกราคม
ฝั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดือนธันวาคมสูงสุดที่ 83,236 คน ทำรายได้ 1,081.34 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนต่ำสุดที่ 37,754 คน รายได้ 393.42 ล้านบาท
ดังนั้น แผนท่องเที่ยวควรแยกเป็น 2 ทางให้ชัด ทางหนึ่งเน้นเพิ่มจำนวนผู้มาเยือน อีกทางเน้นเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคน เพราะสองอย่างนี้ไม่ได้เกิดพร้อมกันเสมอ
ไตรมาส 4 และไตรมาส 1 ยังเป็นช่วงพีกของเชียงราย
เมื่อมองรายไตรมาส ช่วงที่แข็งแรงที่สุดของเชียงรายคือไตรมาส 4 (ตุลาคมถึงธันวาคม) ที่ 28.7% ของทั้งปี และไตรมาส 1 (มกราคมถึงมีนาคม) ที่ 28.7% เช่นกัน ภาพนี้ย้ำว่าเชียงรายยังพึ่งแรงส่งตามฤดูกาล โดยเฉพาะปลายปีต่อเนื่องต้นปี ส่วนกลางปีมักต้องมีกิจกรรมหรือแคมเปญช่วยกระตุ้น
เพราะเหตุนี้ การปรับถนนและระบบบริการในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างแม่สรวยจึงไม่ใช่งานซ่อมทั่วไป แต่เป็นการช่วยยืดฤดูกาลท่องเที่ยวให้ยาวขึ้น และลดการพึ่งพาช่วงพีกสั้น ๆ
ในชีวิตจริง ถนนที่ดีช่วยมากกว่าความสะดวกของนักท่องเที่ยว เพราะยังลดต้นทุนการเดินทางของคนในพื้นที่ ทำให้เข้าถึงบริการสาธารณะได้ง่าย และช่วยขนส่งสินค้าเกษตรไปตลาดได้ทันเวลา
เมื่อการท่องเที่ยวต้องหนุนรายได้ชุมชน สิ่งที่เห็นผลเร็วที่สุดมักเริ่มจากเรื่องพื้นฐาน ความปลอดภัย ความสะดวก และการดูแลเมื่อไปถึงหน้างาน คือเหตุผลที่การทำจุดปฐมพยาบาล จุดประสานงาน และซ่อมถนนก่อนเข้าฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลดีกับทุกคน ทั้งช่วงวันหยุดคนแน่น และวันทำงานปกติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระดับ “โลหะหนัก” ในแม่น้ำของเชียงรายยังคงสูงกว่ามาตรฐาน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ตำรวจ ภูธร จังหวัดเชียงราย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลุยตรวจสถานบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืนในเขตตัวเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุ อาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและ นักท่องเที่ยว การมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
เชียงราย– เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหา น้ำท่วม และระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย:มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน:ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน





