เชียงราย – จังหวัดเชียงรายขยับมาตรการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำใน 4 ลำน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง หลังมีรายงานพบค่าสารหนูในกลุ่มตัวอย่างบางส่วน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งเร่งตรวจซ้ำและตั้งศูนย์ประสานงานกลาง พร้อมย้ำให้สื่อสารข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อลดความตื่นตระหนกและไม่ให้กระทบการท่องเที่ยว
ช่วงบ่ายวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุมธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลาง เชียงราย ">จังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพลำน้ำทั้ง 4 สาย (ครั้งที่ 2/2569) โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนมหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง หน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข ประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ในที่ประชุมมีการสรุปผลศึกษาวิจัยเบื้องต้นหลังเหตุอุทกภัย จากการเก็บตัวอย่างในกลุ่มตัวอย่าง 10 รายในพื้นที่เป้าหมาย พบค่า สารหนู (Arsenic) สูงสุดราว 1.947 mg/kg และมีบางรายที่คาดว่าอาจสูงกว่าค่ามาตรฐานสากล กลุ่มที่ถูกมองว่าเสี่ยงมากเป็นพิเศษคือเกษตรกรและผู้ที่สัมผัสน้ำต่อเนื่องเกิน 10 ปี รวมถึงเด็กและผู้สูงอายุที่มีอาการผิวหนังผิดปกติและอาการชา
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยระบุว่าข้อมูลชุดนี้ยังสรุปชัดไม่ได้ เพราะจำนวนตัวอย่างยังน้อย อีกทั้งมีปัจจัยรบกวนสำคัญคือมีการพ่นสารกำจัดศัตรูพืชในพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเก็บตัวอย่าง ซึ่งอาจทำให้ค่าที่ตรวจคลาดเคลื่อน ขณะเดียวกัน ผลตรวจน้ำดิบในบางจุดจากหน่วยงานรัฐยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานโดยรวม
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและลดผลกระทบวงกว้าง ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งเดินหน้าหลายเรื่องควบคู่กัน ดังนี้
- เร่งยืนยันผลเป็นลำดับแรกให้ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างซ้ำทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (น้ำ, ตะกอน) และตัวอย่างชีวภาพ (ปัสสาวะ, เส้นผม) โดยต้องทำตามมาตรฐาน SOP อย่างเคร่งครัด และรายงานผลเบื้องต้นภายใน 2 สัปดาห์
- ตั้งศูนย์ประสานงานกลางมอบหมายให้สำนักงานจังหวัดจัดตั้งศูนย์ข้อมูล เพื่อเชื่อมการทำงานระหว่างห้องแล็บกับหน่วยงานปกครอง ลดความซ้ำซ้อน และทำให้สื่อสารข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน
- หนุนศักยภาพห้องปฏิบัติการในพื้นที่ผลักดันให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นแล็บอ้างอิงหลัก เพื่อเร่งการวิเคราะห์โลหะหนักและลดเวลารอส่งตรวจส่วนกลาง
- เพิ่มระบบเฝ้าระวังด้านคลินิกให้โรงพยาบาลในเครือข่ายเก็บตัวอย่างจากกลุ่มเสี่ยง รวมถึงนักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว
อีกประเด็นที่ที่ประชุมให้ความสำคัญคือผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของเชียงราย ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจัดทำสื่อสื่อสาร 2 แบบควบคู่กัน คือข้อมูลเชิงวิชาการสำหรับผู้เชี่ยวชาญ และสื่อแบบอินโฟกราฟิกหรือแอนิเมชันที่เข้าใจง่ายสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเน้นคำแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง
จังหวัดย้ำว่าการสื่อสารต้องยึดข้อเท็จจริงและหลักวิทยาศาสตร์ เรื่องใดที่ยังไม่ชัดเจนยังไม่ควรสรุป จนกว่าจะได้ผลยืนยันจากแล็บอ้างอิง เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกเกินจำเป็น และไม่ทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ
สำหรับแผนระยะยาว จังหวัดเตรียมทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) เพื่อช่วยหาต้นตอของสารหนูว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเกษตรกรรม เหมืองแร่ หรือเกิดตามธรรมชาติ พร้อมติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี เพื่อดูการสะสมในห่วงโซ่อาหาร
ทั้งนี้ คณะกรรมการจะนัดประชุมติดตามอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อพิจารณาผลตรวจซ้ำ และพิจารณางบประมาณสำหรับการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารหนู
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี







