Come Play with Us, Illus Illy Come Play with Us นิทรรศการโดยศิลปิน 15 คนจากกลุ่มศิลปินภาพประกอบ Illus Illy
งานเปิด วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 16:00 น. เป็นต้นไป
จัดแสดงที่ หางปุย อาร์ต สเปซ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย
ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม — 31 พฤษภาคม 2569
เปิดให้บริการวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ 10:00 – 18:00 น.
และนอกเหนือเวลาดังกล่าว ทักแชทมานัดหมายล่วงหน้าได้ทาง ig.me/m/hangpui
กิจกรรมพิเศษ — เมษายน 2569 “เรื่องสั้นในอากาศ ฉบับที่ 10” ในความร่วมมือกับ เหล็กหมาดการพิมพ์
เวิร์กช็อป — วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 งานพิมพ์ Risograph เบื้องต้น โดย Line Per Inch
ในท่ามกลางอากาศอันน่าเหน็ดเหนื่อย หางปุย จัดงานสนุกเล็กๆ ส่งกรอบรูปใบจิ๋ว ให้กลุ่ม illus illy หาทาง ‘เล่น’ อย่างเต็มที่ในฐานะศิลปินภาพประกอบ ปลดปล่อยสีสันและเรื่องราวตามสไตล์ของแต่ละคนออกมากว่า 150 ภาพ ทั้งความสุข ความเหงา เรื่องของบ้าน ความรัก กาลเวลา เทพธิดา บรรดาแมว สายการบินผี ฯลฯ และแม้ว่าขนาดกรอบจะจำกัดเพียงกระดาษ A7 (ราว 7×10 cm) แต่ความสร้างสรรค์ของพวกเธอและเขายังมากมายเกินกว่าเพียงภาพวาด โดยยังมีงานทดลองพ้นกรอบภาพประกอบอีก 2 โปรเจ็คด้วยกัน
ในนิทรรศการนี้ คุณจะได้พบกับผลงานจากสมาชิกกลุ่ม illus illy ถึง 15 คนด้วยกัน
chintaparchu(ปาริฉัตร ชูราศรีเวช) ผู้วาด ‘เด็กหญิงชินตา’ กลับมาด้วยความสดใสที่แปลกตาด้วยสีสดจากวัสดุธรรมชาติเก็บตก เศษปีกผีเสื้อและใบไม้แห้งผสมกับภาพวาดชุด ‘ปีกแห่งพฤกษา’ ของเธออย่างลงตัว
Cgram_canvas(สุรยุทธ์ จิตมโนวรรณ์) บอกลางานวาดชั่วคราว มารวบรวมมวลสารทำเครื่องรางขับไล่สารหนูในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย ปกป้องผู้เช่าบูชา ต้านภัยมลพิษจากผู้ไร้ความรับผิดชอบ
papyrus.s(สุดารัตน์ สาโรจน์จิตติ) เก็บแรงบันดาลใจจากเทศกาลตรุษจีน ในกองผลไม้ไหว้เจ้า เธอพบเหล่านักษัตรตัวจิ๋ววิ่งเล่นกัน จึงวาดออกมาเป็นชุดผลงานภาพสีชอล์กสุดน่ารัก
Jeannie D.(ดลพักตร์ ชัยถาวร) ชุดภาพสีน้ำความสุขเล็กๆ ของหญิงสาวผู้เพลิดเพลินไปกับของกินไม่ซ้ำเมนู
Ag(ธัญวีร์ เพ็งรัตน์) I’m blessed—let’s get whimsical! โดดออกจากงานภาพคุมโทนในครั้งก่อนมาสนุกสนานกับเทคนิคที่หลากหลายขึ้น แล้วเริงระบำอย่างเป็นตัวของตัวเอง
TODAYIDRAW(รัชนี ลือดารา) ชุดภาพแมวดำขี้เล่น อันน่าตื่นเต้นด้วยส่วนรองรับภาพวาดที่เธอทำขึ้นเองจากการถักและสานไหมพรมเข้ากับกระดาษสี
Lw_ LanWann(ชรินรัตน์ สิงห์หันต์) ‘น้องกล่อง’ ของเธอได้ก้าวออกจากภาพวาดมาสู่สามมิติให้เราล้วงค้นเข้าไปในหัว สัมผัสกับโลกส่วนตัวแล้วประกอบ-รื้อเสียงในหัวของคนคนหนึ่ง
CHAYA V.(ชยพล ทุนอินทร์) ศิลปิน-นักเขียน ขอเล่าเรื่องราวชุด ‘Loveless Room’ ที่คำนึงถึงความรักของผู้สิ้นชีพอย่างเดียวดายในห้องเช่า ซึ่งครั้งนี้เขาได้เพิ่มงานทำมือ-เย็บปัก เพิ่มความโรแมนติกลงไปในงานด้วย
kitchen_kit(กิตติ์สินี ธันวรักษ์กิจ) นำความสนใจในช่วงนี้ที่เธอมีต่อดวงชะตาและพลังในการเยียวยามาทำสำรับไพ่ 12 ราศีในฉบับของเธอเองขึ้นมา พร้อมเปิดให้ pre-order กันในงาน
Racharin.Lab(รชรินทร์ อินธุระ) ต้อนรับการมาถึงของปีนี้ด้วยชุดภาพวาดม้าที่ได้แรงบันดาลจาก The Horse in Motion ของ Muybridge เสี้ยวประวัติศาสตร์แห่งภาพยนตร์และอิลลัสเตรชัน
poptanan(ธนนันท์ ใจสว่าง) เก็บสิ่งละอันพันละน้อยที่ทำให้ บ้าน เป็น บ้าน มาร้อยเรียงเป็นภาพชุดสุดอบอุ่น
Poypoy(พจวรรณ พันธ์จินดา) รูปวาดเล่นถึงท้องฟ้า ดวงดาว และวันคืนเก่าๆ ที่มีใจกลางอยู่บนความคิดถึง ‘Remember to JiJi’
และขอแนะนำสมาชิกใหม่อีก 3 คน
Yim Roar(สุธามาศ พลมา) ‘ยิ้มรอ’ มาร่วมแสดงงานด้วยเป็นครั้งแรก กับผลงานชุด ‘Rhythm of Azure Life and Differing Tracks’ เด็กสาว แมวบ้าน และหอยทาก
ROUNDABOUT(ศักดิ์สิทธิ์ สิงทยม) ศิลปินรุ่นใหม่ที่มาร่วมด้วยงานภาพจุดหมึกขาว-ดำ ท้าทายจินตนาการ ที่ส่วนขาวก้าวพ้นกรอบออกมาเล่นกับเราด้วย
Lamoon(ละมุน มุกดาประกร) เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ขอเรียนเชิญท่านผู้โดยสาร ขึ้นเครื่องของสายการบินผี ออกเดินทางไปด้วยกัน
นอกเหนือไปจากนิทรรศการแห่งการเล่นกับภาพประกอบแล้ว illus illy ยังได้ร่วมมือกับ เหล็กหมาดการพิมพ์ นำโปรเจ็ค “เรื่องสั้นในอากาศ” กลับมาอีกครั้ง งานรวมเรื่องสั้นไร้รอยหมึก ปราศจากตัวอักษร ที่คุณจะได้อ่าน-รับรู้ได้ ก็ต่อเมื่อมาพบกับผู้เขียน โปรเจ็คนี้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2013 โดย อุเทน มหามิตร และ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ แห่ง Angkrit Gallery เชียงราย โดยฉบับล่าสุดนี้นับเป็นฉบับที่ 10 ออกแบบปกโดย อุเทน เจ้าสำนักเหล็กหมาดฯ และจะทำการจำหน่ายในช่วงต้นนิทรรศการ จำกัดเพียง 10 เล่มเท่านั้น และจะนัดหมายมาอ่านกันระหว่างเดือนเมษายน ที่ หางปุย (โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และการสมัครเข้าร่วม ได้ทาง Instagram: instagr.am/hangpui และ Facebook: fb.me/HangpuiArtSpace)
about the collective
Illus illyเป็นกลุ่มศิลปินภาพประกอบในเชียงรายที่ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2023 จำนวนสมาชิกแปรผันตามสะดวกในแต่ละกิจกรรม พวกเธอและเขาได้ริเริ่มโครงการมากมายที่ทำให้งานสร้างสรรค์และศิลปะภาพประกอบเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวเชียงรายมากขึ้น ทั้งการสำรวจเมืองด้วยการเดินวาดภาพใน ‘ประกอบภาพวาดเมือง’ (2023) กับทาง Grow Home Stay and Space วาดใหม่สัตว์ในตำนานท้องถิ่นเมืองเชียงรายที่ได้กลายไปเป็นฟิกเกอร์ในโครงการ ‘Art Toy Chiang Rai’ (2023) ของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม CRRU ก่อนจะปรับเป็นสแตนดี้ต้อนรับผู้มาเยือนที่สนามบินเชียงรายในช่วง Thailand Biennale 2023 The Open World และล่าสุดขยายร่างเป็นประติมากรรมขนาดเท่าคนใน ‘The Park of Mythical Creatures’ (2026) ที่สิงห์ปาร์ค ให้คนรุ่นใหม่ได้ใกล้ชิดจินตภาพของรากเหง้าทางวัฒนธรรมท้องถิ่น
ในช่วง Thailand Biennale 2023 ที่เชียงราย Illus Illy ยังได้ชวนผู้ประกอบการในจังหวัดทดลองทำบรรจุภัณฑ์สินค้าฉบับพิเศษจากภาพวาดที่ขยายอัตลักษณ์ทั้งเมืองและสินค้าไปสู่ทิศทางใหม่ๆ อีกทั้งยังได้ร่วมโครงการ ‘Shared Residence’ ของ Poklong Anading ศิลปินรับเชิญของ Thailand Biennale แบ่งปันงานศิลปะให้ยืม-คืนกันได้ที่ห้องสมุดรถไฟ
ปีถัดมา หลังมหาอุทกภัยน้ำกก ทางกลุ่มได้ร่วมกับ ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติจังหวัดเชียงราย ทำโครงการ ‘หมีเกย วาดหวัง ฟื้นฟู: เจียงฮายบ้านเฮา’ (2024) เก็บตุ๊กตาที่ลอยตามน้ำนับร้อยตัวจากพื้นที่เกาะลอยมาฟื้นฟูแล้วจัดวางเป็นนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเชียงราย เพื่อตามหาเจ้าของ ซ่อมแซมกำลังใจของผู้คน และในปี 2025 Illus Illy ได้ขยับขยายงานไปสู่สื่อสิ่งพิมพ์ นำเสนอซีนที่รวบยอดงานภาพจากความสนใจของแต่ละคนในนิทรรศการ ‘Zinewich’ ที่บ้านสิงหไคลฯ นับเป็นกลุ่มศิลปินเชียงรายที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง ทำงานด้วยความตระหนักต่อวัฒนธรรมและสังคม และเดินหน้าท้าทายตนเองไปในทิศทางใหม่อยู่เสมอ
ติดตามได้ที่ facebook.com/illusilly | instagram.com/illus_illy_cei
เชียงราย - Chiang Rai News
โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
เชียงราย– จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในระบบการศึกษา เมื่อจำนวนเด็กวัยเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระดับชั้นประถมศึกษา นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งในพื้นที่ชนบทและบนดอยสูงกำลังเสี่ยงที่จะถูกยุบหรือควบรวมกิจการ สิ่งนี้ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลอย่างมากว่าอนาคตของเด็กๆ จะเป็นอย่างไร
แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง วิกฤตนี้อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การลดลงของจำนวนเด็กหมายความว่าภาครัฐสามารถจัดสรรงบประมาณใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มคุณภาพการศึกษาต่อหัวให้เด็กเชียงรายอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
ประเด็นสำคัญ
- สถิติชี้ชัดว่าจำนวนนักเรียนระดับชั้นประถมทั่วประเทศลดลงกว่า 4.49 แสนคนภายในเวลาเพียงแค่ 4 ปี
- การยุบโรงเรียนบนดอยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ระยะทางการเดินทาง และภาษาแม่ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์
- จำนวนเด็กที่ลดลงคือโอกาสทองที่รัฐบาลจะสามารถจัดสรรงบประมาณต่อหัวให้สูงขึ้นและตรงจุดมากขึ้น
สถิติเด็กลดลง สะท้อนโจทย์ใหญ่ด้านการศึกษา
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ระบุชัดเจนว่า จำนวนนักเรียนใน ประเทศไทย กำลังลดลงอย่างน่าตกใจ ในช่วงปีการศึกษา 2565 ถึง 2569 มีนักเรียนหายไปจากระบบถึง 6.79 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบห้าแสนคน
เฉพาะระดับประถมศึกษาเพียงอย่างเดียว มีจำนวนเด็กนักเรียนลดลงไปมากกว่า 3 แสนคน ตัวเลขที่ลดลงนี้ไม่ได้หมายความว่าภาระงานด้านการศึกษาของรัฐจะน้อยลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างคำถามใหญ่เรื่องคุณภาพการเรียนการสอน
รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เด็กกลุ่มเล็กๆ ในชนบทจะได้รับการศึกษาที่ดีเท่าเทียมกับที่อื่นหรือไม่ พวกเขาจะมีครูสอนครบทุกชั้นและมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยเหมือนเด็กในเมืองใหญ่หรือเปล่า นี่คือโจทย์ที่ท้าทายมากในยุคปัจจุบัน
บริบทเชียงรายกับความซับซ้อนของโรงเรียนบนดอย
ปัญหาการยุบหรือควบรวมโรงเรียนในจังหวัดเชียงรายมีความซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่นของประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากโรงเรียนหลายแห่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง พื้นที่ชนบทห่างไกล หรือตามแนวชายแดน การเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กๆ
การใช้เกณฑ์จำนวนเด็กเพียงอย่างเดียวเพื่อยุบโรงเรียนจึงไม่ควรนำมาใช้แบบเดียวกันทั้งจังหวัด หากยุบโรงเรียนแล้วเด็กต้องเดินทางไกลขึ้น ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด หรือผู้ปกครองต้องเสียค่าเดินทางแพงขึ้น นั่นจะกลายเป็นการผลักภาระให้ครอบครัวที่ยากจนอย่างไม่เป็นธรรม
รายงานสถานการณ์จาก UNICEF Thailand ชี้ว่าเด็กในชุมชนเปราะบางยังมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา คุณภาพการเรียนรู้ของพวกเขายังคงถูกกำหนดโดยฐานะทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรของโรงเรียน และอุปสรรคด้านภาษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โรงเรียนขนาดเล็กคือหัวใจของชุมชนชายขอบ
สำหรับหลายหมู่บ้านบนดอย โรงเรียนประถมไม่ได้เป็นแค่สถานที่สำหรับเรียนหนังสือตามหลักสูตรเท่านั้น แต่มันคือศูนย์กลางของชุมชนที่คอยดูแลชีวิตและสุขภาพของเด็กๆ พวกเขาได้กินอาหารกลางวันที่มีประโยชน์ ได้รับวัคซีนพื้นฐาน และได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน
โรงเรียนยังเป็นด่านแรกที่ช่วยคัดกรองปัญหาต่างๆ ในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความรุนแรง หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ครูในโรงเรียนเล็กๆ เหล่านี้คือคนที่ใกล้ชิดและเข้าใจบริบทชีวิตของเด็กแต่ละคนมากที่สุด
ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจควบรวมโรงเรียน รัฐต้องลงพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบอย่างละเอียดเสียก่อน ต้องพิจารณาถึงระยะทางจริง ความปลอดภัยบนท้องถนน ในฤดูฝน ตลอดจนความแตกต่างทางภาษาและชาติพันธุ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กต้องสูญเสียโอกาสในการเรียน
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดสรรงบประมาณใหม่
ในมุมมองเชิงบวก เมื่อจำนวนเด็กในระบบน้อยลง รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรใช้โอกาสนี้ในการจัดสรรงบประมาณให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น หากจำนวนเงินงบประมาณยังคงเท่าเดิมแต่จำนวนเด็กน้อยลง งบสนับสนุนต่อหัวของนักเรียนก็ควรจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถนำไปใช้พัฒนาคุณภาพอาหารกลางวัน จัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย และจ้างครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน นี่คือการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการสร้างอนาคตของชาติ
จังหวัดเชียงรายควรเร่งจัดทำแผนที่ข้อมูลโรงเรียนระดับตำบล เพื่อสำรวจความต้องการและเติมเต็มทรัพยากรให้ตรงจุดที่สุด การศึกษาที่มีคุณภาพคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าพวกเขาจะเกิดหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม
บทบาทของชุมชนในการอุ้มชูการศึกษา
การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานรัฐได้เพียงฝ่ายเดียว ชุมชนและผู้ปกครองในพื้นที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางของโรงเรียนด้วย เสียงของคนในพื้นที่คือข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการสะท้อนปัญหาที่แท้จริง
ผู้นำชุมชนสามารถทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อออกแบบหลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต หากมีการควบรวมโรงเรียนจริง ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องรถรับส่งนักเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะเดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัยในทุกฤดูกาล
ท้ายที่สุดแล้ว การยุบหรือคงไว้ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กต้องยึดผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง ข้อมูลข่าวสารจาก นครเชียงรายนิวส์ ช่วยย้ำเตือนให้สังคมตระหนักว่า เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องมุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้กับเด็กเชียงรายทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
เชียงราย– ชาวบ้านและชุมชนลุ่มน้ำในอำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางน้ำอย่างหนักในขณะนี้ ปัญหานี้มีต้นตอมาจากการปล่อยสารเคมีของเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่ไหลข้าม พรมแดน มา สารพิษเหล่านี้กำลังทำลายวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง
ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ ผู้เข้าร่วมงานต่างวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล อย่างหนัก พวกเขามองว่ารัฐบาลยังแก้ปัญหาล่าช้าและไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
ประเด็นสำคัญ
- มลพิษทำลายเศรษฐกิจ:สาร โลหะหนัก จากเหมืองกระทบแหล่งน้ำทำกิน พื้นที่เกษตรกว่า 65,000 ไร่ และทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกที่พัก
- จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา:ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐบาลของนายกฯ อนุทิน เร่งหาแหล่งน้ำสำรองและตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง
- เสนอมาตรการขั้นเด็ดขาด:นักวิชาการเสนอใช้มาตรการ “1 เปิด 3 ตัด” ระงับการนำเข้าและส่งออกแร่เพื่อกดดันเหมืองในเมียนมา
วิกฤตน้ำปนเปื้อนกระทบปากท้องและการท่องเที่ยว
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกกว่า 65,000 ไร่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำแม่สาย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกษตรกรขาดความมั่นใจและไม่รู้ว่าจะหาน้ำสะอาดมาใช้ทดแทนได้จากที่ไหน หากน้ำประปาปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก
นอกจากนี้ ปัญหาน้ำเสียยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอำเภอแม่สาย ตัวแทนชุมชนสายลมจอยเปิดเผยว่า มีกรุ๊ปทัวร์ยกเลิกการจองห้องพักในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ไปแล้วถึงสองกลุ่ม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อความปลอดภัยในพื้นที่ลดลงอย่างมาก
วิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านลุ่มน้ำก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน ในอดีตชาวบ้านสามารถจับปลา หาปู และเก็บพืชผักริมน้ำมาทำอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ปัจจุบันไม่มีใครกล้าลงไปในน้ำหรือนำผลผลิตจากแหล่งน้ำมาบริโภคอีกแล้ว
เสียงสะท้อนจากสภาและตัวแทนประชาชน
นักการเมืองในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาแล้ว เธอได้ตั้งกระทู้ถามและประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อผลักดันให้ปัญหาเหมืองเมียนมาเป็นวาระแห่งชาติ
ด้าน น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาวิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลเช่นเดียวกัน เธอมองว่ารัฐบาลยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนี้เท่าที่ควร เธอจึงได้เสนอแผนการทำงานแบ่งเป็นสามระยะเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
แผนดังกล่าวเริ่มจากการดูแลเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้และการตรวจสุขภาพของประชาชนในระยะเร่งด่วน จากนั้นจึงทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหมืองและสารเคมีในระยะกลาง ส่วนในระยะยาวคือการผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่เวทีเจรจาระดับภูมิภาคและนานาชาติ
ทางออกและข้อเสนอแนะสู่อนาคต
ภาควิชาการได้เสนอแนวทางที่น่าสนใจเพื่อกดดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ดร.สืบสกุล กิจนุกร จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการค้าแร่ระหว่างประเทศ เขาเสนอมาตรการที่เรียกว่า “1 เปิด 3 ตัด” เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้เจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน
มาตรการนี้คือการเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและส่งออกแร่ รวมถึงเครื่องจักรและสารเคมีที่ใช้ทำเหมือง ส่วนมาตรการ “ตัด” คือการระงับการนำเข้าแร่จากเมียนมา ระงับการส่งออกสารเคมีไปเมียนมา และห้ามขนส่งแร่ผ่านไทยไปยังประเทศจีน
ข้อเสนอทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการเหมืองต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลคุณภาพน้ำได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือความหวาดระแวงและความไม่มั่นใจ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคุณภาพน้ำกระจัดกระจายและมาจากหลายหน่วยงาน ทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าควรเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งใด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดการวิกฤตนี้อย่างเร่งด่วน
หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่ในอำเภอแม่สายเท่านั้น แต่มันจะลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขของจังหวัดเชียงรายทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำประเทศต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ภัยเงียบ! สารหนูในแม่น้ำกกและสายยังสูงเกินเกณฑ์
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช
เชียงราย– เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาครั้งสำคัญขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ กิจกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและทำความสะอาดบริเวณหนองบัว ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น
จุดประสงค์หลักของงานคือการฟื้นฟูแหล่งน้ำและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ งานจิตอาสาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันนวมินทรมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ทุกภาคส่วนต่างพร้อมใจกันทำงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต่างมีรอยยิ้มและมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อสังคมและชุมชนของตนเอง
ประเด็นสำคัญ
- ผู้นำลงพื้นที่จริง:ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายนำทีมข้าราชการและประชาชนทำความสะอาดหนองบัวอย่างใกล้ชิด
- ใช้นวัตกรรมท้องถิ่นแก้ปัญหา:มีการนำเรือดันวัชพืชฝีมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมาใช้ฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สะอาดขึ้น
- รำลึกถึงรัชกาลที่ 9:กิจกรรมปล่อยปลาและพัฒนาพื้นที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสร้างความยั่งยืน
นวัตกรรมฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อชุมชน
ปฏิบัติการกำจัดวัชพืชที่หนองบัวครั้งนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมอาสาสมัครไปทดสอบเรือดันวัชพืชแบบพิเศษ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยบุคลากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การใช้เรือลำนี้ช่วยเร่งกระบวนการทำความสะอาดและลดแรงงานคนได้อย่างมาก เปลี่ยนทางน้ำที่เคยตื้นเขินและเต็มไปด้วยวัชพืชให้กลายเป็นแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย
สร้างความยั่งยืนให้ระบบนิเวศและชุมชน
นอกจากการจัดเก็บขยะและวัชพืชแล้ว กลุ่มจิตอาสายังได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดลงสู่หนองบัว การปล่อยปลาครั้งนี้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น หนองบัวจึงไม่เป็นเพียงแค่หนองน้ำธรรมดา แต่ยังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญของอำเภอเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนอีกด้วย
กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในจังหวัดเชียงรายได้อย่างชัดเจน การร่วมมือกันไม่เพียงแต่ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้จักหวงแหนธรรมชาติ การดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในระยะยาว ความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

