เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำจนถึงกลางดึกของวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เกิดเหตุ พายุฤดูร้อน พัดถล่มอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของ จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภค ล่าสุด นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ในทุกอำเภอ เร่งลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด
อำเภอแม่สายอ่วมหนัก เสาวิทยุโค่นทับสายไฟ
ในส่วนของพื้นที่อำเภอ แม่สาย ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ได้รับผลกระทบจากลมพายุกรรโชกแรงอย่างหนัก ลมที่พัดกระหน่ำได้ทำให้เสาวิทยุสื่อสารของมูลนิธิพรหมวิหาร ในตำบลเวียงพางคำ หักโค่นลงมาทับสายไฟฟ้า เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ เสาวิทยุที่หักโค่นยังกีดขวางการจราจรบนถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักในการสัญจรของประชาชน
ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และทีมช่างจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อจัดการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง และซ่อมแซมระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาท่ามกลางความมืดจนถึงช่วงกลางดึก จึงสามารถกู้ระบบและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
สรุปจุดที่ได้รับผลกระทบและเส้นทางจราจร
นอกจากปัญหาเสาไฟฟ้าและเสาวิทยุโค่นล้มแล้ว แรงลมยังสร้างความเสียหายในจุดอื่นๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์และสรุปผลกระทบเบื้องต้น ดังนี้:
- ต้นไม้ใหญ่หักโค่น:เกิดเหตุต้นไม้ล้มบริเวณข้างศูนย์สายตรวจ 191 สถานีตำรวจภูธรแม่สาย
- เส้นทางจราจรถูกปิดกั้น:มีกิ่งไม้และต้นไม้ล้มขวางถนนในหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะเส้นทางสายแม่สาย-เชียงแสน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งตัดทอนกิ่งไม้และเคลียร์เส้นทางตลอดทั้งคืน จนรถยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว
- บ้านเรือนพังเสียหาย:ในพื้นที่อำเภอแม่ลาว แรงลมพายุได้พัดเอาหลังคาและโครงสร้างบ้านเรือนของชาวบ้านพังเสียหายหลายหลังคาเรือน
เร่งสำรวจพื้นที่และเยียวยาผู้ประสบภัย
ในขณะเดียวกัน ทางด้านอำเภอแม่ลาว นายภัคพงษ์ ภูเวียงจันทร์ ปลัดอำเภอแม่ลาว พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่ลาวที่ 18 (อส.อ.แม่ลาว 18) ได้ลงพื้นที่ไปดูความเสียหายในหลายตำบลด้วยตัวเอง การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นถึงสภาพบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน
ขณะนี้ทางหน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลและตัวเลขความเสียหายทั้งหมด เพื่อนำไปใช้ในการจัดสรรงบประมาณและนำสิ่งของบรรเทาทุกข์มาช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง คอยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจาก กรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจแปรปรวนรุนแรงในช่วงฤดูร้อนนี้
กำลังเป็นที่นิยม:
ตร.เชียงรายสกัดกระบะขนยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด พบพิรุธจอดมืดข้างทางก่อนถึงด่าน
ครูจังหวัดเชียงรายต่อสู้มา 8 ปี กับข้อกล่าวหาทุจริตเรื่องอาหารกลางวันในโรงเรียน
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
เชียงราย– เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหา น้ำท่วม และระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย:มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน:ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
เชียงราย - Chiang Rai News
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
เชียงราย– เกิด อุบัติเหตุทางถนน สุดสลดขึ้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อ รถกระบะ คันหนึ่งเสียหลักตกหุบเขาลึกบริเวณข้างทางอย่างรุนแรง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยผู้ประสบเหตุทั้งหมดกำลังเดินทางไปร่วมพิธีฝังศพในหมู่บ้านบนดอยสูง
อุบัติเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1093 ซึ่งเป็นเส้นทางสายภูชี้ฟ้า-เวียงแก่น บริเวณหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ตำบลปอ ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก
สรุปประเด็นสำคัญ
- รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารรวม 11 คน เสียหลักตกหุบเขาลึกประมาณ 10-20 เมตร ที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- เหตุการณ์นี้ทำให้เยาวชนชายอายุ 15 ปี เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้โดยสารบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยมีอาการสาหัส 1 ราย
- กลุ่มผู้ประสบเหตุกำลังเดินทางไปร่วมงานศพ โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและ ตำรวจ สภ.เวียงแก่น ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จุดเกิดเหตุเป็นถนนสองช่องจราจรที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชัน แม้ว่าทางโค้งบริเวณนั้นจะไม่ได้คดเคี้ยวมากนัก แต่รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิก็เสียหลักพุ่งตกขอบถนน รถได้ไถลลงไปถึงก้นหุบเขาที่ลึกกว่า 20 เมตร
สภาพรถในที่เกิดเหตุพังยับเยิน และแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงจากการกระแทกอย่างหนัก มีรอยไถลไปกับต้นไม้และหน้าผาเป็นทางยาวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้โดยสารบางคนยังคงติดอยู่ในซากรถ ในขณะที่อีกหลายคนกระเด็นออกมาอยู่ด้านนอกตัวรถ
การปฐมพยาบาลและการนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังจากเจ้าหน้าที่ลงไปถึงจุดเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเป็นเยาวชนชายอายุประมาณ 15 ปี นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย และผู้บาดเจ็บทั่วไปอีก 9 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์กู้ชีพเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งไปยังโรงพยาบาลเวียงแก่นเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ นายเฉลิมพล เกษตรโสภา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลปอ เขาได้ขับรถพาลูกบ้านนั่งทั้งในห้องโดยสารและกระบะท้ายเพื่อไปร่วมงานศพ ก่อนที่รถจะมาประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง
การสืบสวนสาเหตุและข้อควรระวังในการขับขี่
ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบร่องรอยบนพื้นถนนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พวกเขาวางแผนที่จะสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียการควบคุมรถ
เหตุการณ์สลดครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับการขับขี่รถยนต์บนเส้นทางภูเขาที่ลาดชัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ ต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และที่สำคัญคือไม่ควรบรรทุกผู้โดยสารมากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต









