เชียงราย – เทศบาลนครเชียงรายร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เตรียมเปลี่ยนแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาให้ประชาชนใน 4 อำเภอของ จังหวัดเชียงราย ภายในปี 2570 โดยจะหันไปใช้น้ำจาก “แม่น้ำลาว” แทน “แม่น้ำกก” เนื่องจากพบว่าแม่น้ำกกมีสาร โลหะหนัก และ สารหนู เจือปน ซึ่งถูกปล่อยมาจากเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา การตัดสินใจครั้งนี้จัดทำขึ้นเพื่อปกป้องสุขภาพของชาวบ้าน และรับประกันว่าชุมชนจะมีน้ำสะอาดใช้อย่างยั่งยืน
ปัญหานี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการตรวจพบสารโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนู ปะปนอยู่ในแม่น้ำกก สารพิษเหล่านี้ไหลมาจากเหมืองแร่ที่อยู่บริเวณต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา แม้ว่าทาง กปภ. จะออกมายืนยันว่าระบบกรองน้ำประปาในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำความสะอาดน้ำจนนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัยไร้อันตราย แต่เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทางเทศบาลจึงไม่อยากรับความเสี่ยงในระยะยาว ตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ ระบุว่าหน่วยงานท้องถิ่นต้องการสร้างความมั่นใจให้ชาวเมืองและ นักท่องเที่ยว จึงเร่งดำเนินโครงการหาแหล่งน้ำแห่งใหม่ทันที
นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ร่วมประชุมกับทีมงานและบริษัทที่ปรึกษา เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าแม่น้ำลาวเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและมีกระแสน้ำไหลอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของคนในพื้นที่
ดังนั้น โครงการนี้จึงมีแผนที่จะต่อท่อส่งน้ำจากฝายแม่ลาวของกรมชลประทานเชียงราย เพื่อดึงน้ำดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำประปาโดยตรง เทศบาลนครเชียงรายพร้อมสนับสนุนการวางแนวท่อผ่านเขตตัวเมือง เพื่อให้โครงการนี้สำเร็จและใช้งานได้จริงโดยเร็วที่สุด
ประโยชน์ที่ชาวเชียงรายจะได้รับ
หากโครงการขยายระบบประปาและเปลี่ยนแหล่งน้ำนี้สร้างเสร็จตามเป้าหมาย จะเกิดผลดีต่อประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างเห็นได้ชัด ดังนี้
- เพิ่มกำลังการผลิตน้ำ:ระบบใหม่จะสามารถผลิตน้ำประปาได้มากถึง 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากเดิมที่ผลิตได้เพียง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
- น้ำสะอาดและปลอดภัย:ชาวบ้านไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีตกค้าง ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว
- กระจายน้ำได้กว้างไกลขึ้น:โครงการนี้จะครอบคลุมการให้บริการแก่หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นถึง 24 แห่ง ช่วยให้ชาวบ้านใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว อำเภอเวียงชัย และอำเภอพาน มีน้ำประปาใช้อย่างทั่วถึง
- ส่งเสริมการท่องเที่ยว:เมื่อแหล่งน้ำมีความปลอดภัย นักท่องเที่ยวก็จะมีความมั่นใจในการมาพักผ่อนและท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายมากขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชน
การปรับเปลี่ยนแผนรับมือเรื่องน้ำของจังหวัดเชียงรายในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของประชาชน การเลือกใช้แม่น้ำลาวแทนแม่น้ำกก ไม่เพียงแต่ช่วยหลีกเลี่ยงมลพิษจากนอกประเทศ แต่ยังเป็นการวางรากฐานความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับอนาคต
ข่าวเด่นเชียงราย
แผ่นดินไหวเชียงราย: แรงสั่นสะเทือนขนาด 2.4 เขย่าอำเภอพานกลางดึก ไร้ความเสียหาย
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสั่งการให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยพายุฤดูร้อนรุนแรง
เชียงราย - Chiang Rai News
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
เชียงราย– เกิด อุบัติเหตุทางถนน สุดสลดขึ้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อ รถกระบะ คันหนึ่งเสียหลักตกหุบเขาลึกบริเวณข้างทางอย่างรุนแรง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยผู้ประสบเหตุทั้งหมดกำลังเดินทางไปร่วมพิธีฝังศพในหมู่บ้านบนดอยสูง
อุบัติเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1093 ซึ่งเป็นเส้นทางสายภูชี้ฟ้า-เวียงแก่น บริเวณหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ตำบลปอ ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก
สรุปประเด็นสำคัญ
- รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารรวม 11 คน เสียหลักตกหุบเขาลึกประมาณ 10-20 เมตร ที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- เหตุการณ์นี้ทำให้เยาวชนชายอายุ 15 ปี เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้โดยสารบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยมีอาการสาหัส 1 ราย
- กลุ่มผู้ประสบเหตุกำลังเดินทางไปร่วมงานศพ โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและ ตำรวจ สภ.เวียงแก่น ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จุดเกิดเหตุเป็นถนนสองช่องจราจรที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชัน แม้ว่าทางโค้งบริเวณนั้นจะไม่ได้คดเคี้ยวมากนัก แต่รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิก็เสียหลักพุ่งตกขอบถนน รถได้ไถลลงไปถึงก้นหุบเขาที่ลึกกว่า 20 เมตร
สภาพรถในที่เกิดเหตุพังยับเยิน และแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงจากการกระแทกอย่างหนัก มีรอยไถลไปกับต้นไม้และหน้าผาเป็นทางยาวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้โดยสารบางคนยังคงติดอยู่ในซากรถ ในขณะที่อีกหลายคนกระเด็นออกมาอยู่ด้านนอกตัวรถ
การปฐมพยาบาลและการนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังจากเจ้าหน้าที่ลงไปถึงจุดเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเป็นเยาวชนชายอายุประมาณ 15 ปี นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย และผู้บาดเจ็บทั่วไปอีก 9 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์กู้ชีพเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งไปยังโรงพยาบาลเวียงแก่นเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ นายเฉลิมพล เกษตรโสภา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลปอ เขาได้ขับรถพาลูกบ้านนั่งทั้งในห้องโดยสารและกระบะท้ายเพื่อไปร่วมงานศพ ก่อนที่รถจะมาประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง
การสืบสวนสาเหตุและข้อควรระวังในการขับขี่
ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบร่องรอยบนพื้นถนนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พวกเขาวางแผนที่จะสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียการควบคุมรถ
เหตุการณ์สลดครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับการขับขี่รถยนต์บนเส้นทางภูเขาที่ลาดชัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ ต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และที่สำคัญคือไม่ควรบรรทุกผู้โดยสารมากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 จังหวัดเชียงราย ได้เดินหน้าเสริมความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างจริงจัง นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมเครือข่ายเตือนภัยล่วงหน้า งานนี้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่โรงแรมเวียงอินทร์ อำเภอเมืองเชียงราย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบ น้ำท่วม ">เตือนภัยน้ำท่วมและดินถล่มให้พร้อมใช้งาน
เป้าหมายหลักของการจัดงานคือการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่และเครือข่ายในพื้นที่เชียงรายและพะเยา ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำ ได้ติดตั้งสถานีเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและน้ำป่าไปแล้วถึง 2,275 สถานี การอบรมครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อให้เครือข่ายบุคคลทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ประเด็นสำคัญ
- จังหวัดเชียงรายเร่งจัดอบรมเครือข่ายเตือนภัยน้ำท่วมและดินถล่ม เพื่อสร้างความพร้อมให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร
- กรมทรัพยากรน้ำกำลังดำเนินการอัปเกรดสถานีเตือนภัย 249 แห่งที่เริ่มเสื่อมสภาพ เพื่อให้ระบบมีความแม่นยำสูงสุด
- เป้าหมายหลักคือการผสานข้อมูลจากสถานีวัดน้ำเข้ากับการทำงานของชุมชน เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างทันท่วงที
เร่งซ่อมแซมและอัปเกรดสถานีเตือนภัย
สถานีเตือนภัยหลายแห่งในพื้นที่ลาดชันและที่ราบเชิงเขา ต้องทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องมานานกว่า 5 ปี อุปกรณ์สำคัญหลายชิ้นจึงเริ่มชำรุดและเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ด้วยเหตุนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝน
กรมทรัพยากรน้ำได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพสถานีเตือนภัยจำนวน 249 แห่ง การอัปเกรดครั้งนี้จะช่วยให้ระบบกลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบที่ทันสมัยจะส่งผลให้การประเมินสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนภัยมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
สร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายชุมชน
การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจำเป็นต้องควบคู่ไปกับบุคลากรที่มีความเข้าใจในพื้นที่ การฝึกอบรมในวันนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การยกระดับศักยภาพของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน เมื่อเครือข่ายสามารถนำข้อมูลการตรวจวัดมาวิเคราะห์ได้ พวกเขาก็จะสามารถเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำได้อย่างใกล้ชิด
ในท้ายที่สุด การแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและแม่นยำคือปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเตรียมความพร้อมที่ดีย่อมช่วยป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สิ่งนี้ถือเป็นการสร้างเกราะป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาวอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70
เชียงราย - Chiang Rai News
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
เชียงราย – วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างเต็มกำลัง โดยได้จัดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 งานนี้มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการเลือกตั้ง ดร.จตุรัฐชัย จินตนาสิทธิคุณ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเชียงราย เป็นผู้นำทีมจัดงานเพื่อรับประกันว่าทุกขั้นตอนจะราบรื่นที่สุด
การอบรมครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่เขต 1 ซึ่งประกอบด้วย 14 ชุมชน รวมทั้งหมด 23 หน่วยเลือกตั้ง โดยได้รับเกียรติจากนายประธาน พรหมเผ่า ผู้อำนวยการ กกต. ประจำ จังหวัดเชียงราย และนายยอด พรมลือ รองผู้อำนวยการ ลงพื้นที่สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีทีมหัวหน้างานอย่าง นางสาวนริศรา หงสกุล และนางสาวนภาวัลย์ บุญตัน ร่วมดูแลความเรียบร้อย การเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นนี้จัดขึ้นเพื่อลดข้อผิดพลาดในวันปฏิบัติงานจริง
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายหลัก:เทศบาลนครเชียงรายจัดอบรม กปน. เขต 1 ครอบคลุม 14 ชุมชน 23 หน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส
- วันเลือกตั้งจริง:การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เขต 1 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.
- เนื้อ หาการอบรม:เน้นการปฏิบัติจริงครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดคูหา การลงคะแนน ไปจนถึงการนับและรายงานผลคะแนน
ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อความถูกต้องแม่นยำ
สำหรับเนื้อหาการอบรมนั้น วิทยากรได้เน้นให้ความรู้ทั้งในส่วนของภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจำลองสถานการณ์จริง ผู้เข้าร่วมได้รับการถ่ายทอดขั้นตอนการลงคะแนนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการจัดพื้นที่คูหาเลือกตั้งให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีการสอนเทคนิคการนับคะแนนที่แม่นยำและการรายงานผลที่รวดเร็ว วิทยากรหลักประกอบด้วย นายมงคล ใบแสง นายสัมพันธ์ สุใจ และ น.ส.นภาพร จันทร์แก้ว ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์
เป้าหมายสูงสุดของการจัดอบรมคือการทำให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เขต 1 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 นี้ ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถเดินทางไปลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อได้ตั้งแต่เวลา 08.00 ถึง 17.00 น. ขอเชิญชวนชาวเชียงรายทุกคนออกมาร่วมใช้สิทธิและติดตามข่าวสาร การเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้ก้าวหน้าต่อไป







