เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร เชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้สกัดจับขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์เถื่อนครั้งใหญ่ การจับกุมนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของเรือสินค้าที่ล่องมาจาก แม่น้ำโขง ขบวนการนี้พยายามตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการแจ้งข้อมูลเท็จในเอกสารนำเข้า
สินค้าชุดนี้ถูกส่งมาจากประเทศจีนเพื่อเข้ามายัง ประเทศไทย ผู้ส่งออกได้สำแดงรายการสินค้าในใบขนส่งว่าเป็นเพียงผักสดธรรมดา แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ กลับพบความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน
สรุปประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดเนื้อหมู ไก่ เป็ด และเครื่องในแช่แข็งเถื่อนได้กว่า 5.2 ตัน
- แก๊งลักลอบนำเข้าใช้วิธีซุกซ่อนเนื้อสัตว์ในตู้คอนเทนเนอร์ แล้วอ้างว่าเป็นผักสด
- ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปทำลายทิ้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคระบาดที่อาจปนเปื้อนมา
เมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเปิดตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นเพื่อตรวจค้นอย่างละเอียด พวกเขาก็ต้องตกตะลึง ภายในตู้ไม่ได้มีแค่ผักสดตามที่แจ้งไว้ในเอกสารนำเข้าแต่อย่างใด สิ่งที่พบคือเนื้อสัตว์แช่แข็งจำนวนมหาศาลที่ถูกแพ็คและซุกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด
ของกลางที่ยึดได้ในครั้งนี้มีมากถึง 13 รายการ ประกอบด้วย เนื้อหมูแช่แข็ง เนื้อไก่ เป็ดทั้งตัว และเครื่องในสัตว์ต่างๆ น้ำหนักรวมของเนื้อสัตว์เถื่อนนี้สูงถึง 5,200 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีของสดประเภทอื่นๆ ปะปนมาด้วย รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 5 แสนบาท
ขั้นตอนการทำลายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
หลังจากการตรวจยึดสินค้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ด่านอาหารและยา (อย.) และด่านตรวจพืชได้เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย สินค้าทั้งหมดถูกส่งมอบให้ด่านกักกันสัตว์เชียงราย กรมปศุสัตว์ รับไปจัดการต่อ
ทางกรมปศุสัตว์มีหน้าที่รับผิดชอบในการนำเนื้อสัตว์เถื่อนเหล่านี้ไปทำลายทิ้งอย่างถูกวิธี การทำลายซากสัตว์เป็นไปตามข้อตกลงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง เนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอาจนำพาเชื้อโรคที่เป็นอันตรายมาสู่ผู้บริโภคในประเทศได้
นายชวลิต พุฒพิสุทธิ์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน เปิดเผยว่าพฤติกรรมนี้ตั้งใจหลีกเลี่ยงกฎหมายอย่างชัดเจน การสำแดงข้อมูลเท็จถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับอาหารและโรคระบาดสัตว์อีกหลายฉบับ
ผู้กระทำผิดอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเงินสูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะนี้ศุลกากรได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชียงแสนแล้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทผู้นำเข้าซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและมาตรการรับมือ
นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคแล้ว การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ เนื้อสัตว์เถื่อนมักมีราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในประเทศต้องสูญเสียรายได้ และเสียเปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม
เหตุการณ์จับกุมเนื้อเถื่อนล็อตใหญ่นี้ ทำให้หน่วยงานรัฐต้องตื่นตัวมากยิ่งขึ้นในการปกป้องสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ การสกัดกั้นตั้งแต่ด่านชายแดนจึงมีความสำคัญสูงสุด
ปัจจุบัน ด่านศุลกากรเชียงแสนได้สั่งเพิ่มมาตรการตรวจสอบรถขนส่งและเรือสินค้าทุกคันอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องเอกซเรย์คัดกรองสินค้าจากชายแดนอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้มีสินค้าปศุสัตว์เถื่อนหลุดรอดเข้ามาตีตลาดในประเทศได้อีก ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมสามารถติดตามได้จากสำนักข่าว สยามรัฐ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบศพชายปริศนาเปลือยกาย ลอยติดประตูระบายน้ำเขื่อนเชียงราย
เตือนภัยน้ำท่วม!! อ่างเก็บน้ำแม่ช้างขาว จังหวัดเชียงราย มีระดับน้ำสูง ใกล้ล้นแล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี








