เชียงราย – ทุกวันนี้ การเดินทางไปทำงานต่างประเทศยังคงเป็นความหวังของใครหลายคนที่ต้องการสร้าง เนื้อ สร้างตัวและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่ความฝันนี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ให้ มิจฉาชีพ เข้ามาหาผลประโยชน์ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจในวงการแรงงาน เมื่อหนุ่มชาวอาข่าวัย 24 ปี ก่อเหตุ หลอกลวง ผู้คนนับสิบราย โดยอ้างว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลและโปรตุเกสได้ แต่สุดท้ายกลับเชิดเงินหนี ปล่อยให้เหยื่อต้องสูญเงินรวมกันจำนวนมาก
รายงานข่าวจาก MGR Online ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 30 คน ทยอยเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางาน จังหวัดเชียงราย เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน
พฤติกรรมสุดแสบ: สร้างภาพน่าเชื่อถือ ลวงเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดีย
นายกร (นามสมมติ) หนุ่มชาวอาข่า อายุ 24 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้เริ่มแผนการหลอกลวงตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา โดยใช้วิธีการเข้าหาเหยื่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตีสนิทในงานเลี้ยง การประกาศผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กจัดหางาน และการอาศัยเครือข่ายคนรู้จักแนะนำต่อๆ กันไป เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อเหยื่อเริ่มสนใจและหลงเชื่อ นายกรจะอ้างว่าตนเองมีช่องทางและสามารถดำเนินการพาส่งไปทำงานในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะที่ประเทศอิสราเอลและโปรตุเกส พร้อมอ้างว่ามีสัญญาจ้างงานระยะยาวถึง 5 ปี 3 เดือน จากนั้นเขาจะเริ่มเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการต่างๆ อย่างเป็นระบบ
รายการค่าใช้จ่ายที่มิจฉาชีพแอบอ้างเพื่อเรียกเก็บเงิน มีดังนี้:
- ค่าดำเนินการขอวีซ่า:ประมาณ 9,800 บาท
- ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพ:ประมาณ 4,550 – 4,650 บาท
- เงินมัดจำเบื้องต้นเพื่อจองสิทธิ์:5,000 บาท
- ค่าใบสมัครและจัดการเอกสาร:สูงถึง 25,000 บาท
เบ็ดเสร็จแล้ว เหยื่อแต่ละคนต้องสูญเสียเงินให้กับนายหน้าเถื่อนรายนี้ตั้งแต่ 5,000 บาท ไปจนถึง 83,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนถูกหลอกให้โอนเงินในขั้นตอนใดบ้าง
เมื่อความจริงปรากฏ: ฝันสลายแถมถูกข่มขู่
หลังจากที่ผู้เสียหายได้โอนเงินและส่งมอบเอกสารสำคัญไปให้แล้ว เมื่อถึงกำหนดเวลาที่จะต้องเดินทาง นายกรกลับเงียบหายและพยายามพูดจาบ่ายเบี่ยงมาตลอด เมื่อเหยื่อพยายามทวงถามถึงความคืบหน้าบ่อยเข้า มิจฉาชีพรายนี้ก็เริ่มแสดงท่าทีเปลี่ยนไป จากเดิมที่พูดจาหว่านล้อม ก็กลายเป็นการตอบโต้ด้วยความรุนแรง
สิ่งที่ทำให้ผู้เสียหายเจ็บใจมากที่สุดคือ เมื่อทวงถามเงินคืน นายกรได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์มาข่มขู่เหยื่ออย่างหน้าตาเฉยว่า จะไม่คืนเงินให้เด็ดขาด หากอยากได้เงินคืน ก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเองตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เย้ยหยันกฎหมายเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่เอาจริง! นำทีมเดินสายแจ้งความ 11 โรงพักทั่วประเทศ
หลังจากรับทราบเรื่องราวความเดือดร้อน นายชินกร สถิตเลิศพิภัทร์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ ประจำสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งบันทึกการสนทนาผ่านไลน์ ข้อความในเฟซบุ๊ก คลิปวิดีโอใน TikTok รวมถึงสลิปการโอนเงินทุกรายการ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำผู้เสียหายเดินสายแจ้งความดำเนินคดีกับนายกร เพื่อยับยั้งไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้หลบหนี หรือไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่นได้อีก โดยเบื้องต้นมีการแจ้งความไปแล้วถึง 11 สถานีตำรวจ ในหลายจังหวัด ได้แก่:
- พื้นที่จังหวัดเชียงราย:สภ.แม่จัน, สภ.แม่ยาว, สภ.แม่ฟ้าหลวง, สภ.เมืองเชียงราย, สภ.บ้านดู่ และ สภ.แม่สรวย
- พื้นที่จังหวัดอื่นๆ:สภ.เมืองอุดรธานี (จ.อุดรธานี), สภ.โพธิ์ตาก และ สภ.เมืองหนองคาย (จ.หนองคาย), สภ.เมืองระยอง (จ.ระยอง) และ สภ.พานทอง (จ.ชลบุรี)
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมตั้งข้อหาหนัก ทั้งการเป็นธุระจัดหาแรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การโฆษณาหลอกลวงประชาชนผ่านสื่อสาธารณะ และข้อหาฉ้อโกง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการออกหมายเรียก และเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ การรู้เท่าทันกลโกงจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังวางแผนไปทำงานต่างประเทศ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้:
- ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานรัฐเสมอ:ก่อนจ่ายเงินหรือเซ็นเอกสารใดๆ ต้องตรวจสอบชื่อบริษัทจัดหางาน หรือชื่อนายหน้ากับ “กรมการจัดหางาน” ทุกครั้ง ว่าได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่
- ระวังการโฆษณาชวนเชื่อบนโซเชียลมีเดีย:อย่าหลงเชื่อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก หรือ TikTok ที่อ้างว่าได้เงินเดือนสูงเกินจริง หรือมีขั้นตอนที่ง่ายดายจนผิดสังเกต
- ห้ามโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวเด็ดขาด:บริษัทจัดหางานที่ถูกต้อง มักจะให้ทำธุรกรรมผ่านบัญชีของบริษัทที่ตรวจสอบได้ การให้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ถือเป็นความเสี่ยงสูงมาก
- สอบถามข้อมูลที่ถูกต้อง:หากมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถามสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 เพื่อรับข้อมูลที่เชื่อถือได้
การเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากจะช่วยให้คุณได้รับค่าตอบแทนที่คุ้มค่าและเป็นธรรมแล้ว ยังช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของคุณในต่างแดนอีกด้วย อย่าปล่อยให้ความฝันของครอบครัว ต้องถูกทำลายโดยมิจฉาชีพที่หวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว
หากใครพบเบาะแส หรือเคยตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงในลักษณะนี้ สามารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันที เพื่อร่วมกันกวาดล้างคนผิดให้หมดไปจากสังคม
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ชาวบ้านเชียงรายเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
อาสาสมัครและวิศวกรทหารกำลังสร้างกำแพงกระสอบทรายขนาดใหญ่เพื่อป้องกันน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี









