เชียงใหม่ - Chiang Mai

ตำรวจเชียงใหม่ บุกจับแก๊งอาชญากรชาวจีนกลุ่มใหญ่ในวิลล่าหรู

Published

on

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการ ตำรวจภูธรภาค 5 และ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เชียงใหม่ ได้บุกเข้าจับกุมแก๊งอาชญากรข้ามชาติที่ใช้คฤหาสน์หรูในอำเภอสารพี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นฐานปฏิบัติการ ศูนย์รับสาย และ หลอกลวง เหยื่อ

ผู้ต้องสงสัยลงทุนเช่าบ้านหลังนี้เป็นจำนวนเงินหลายแสนบาทต่อเดือน ซึ่งใช้เป็นศูนย์บัญชาการที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก เป้าหมายหลักคือการหลอกลวงเหยื่อชาวจีนทั้งใน ประเทศไทย และจีน การบุกจับครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับกิจกรรมที่น่าสงสัย นำไปสู่การจับกุมในปฏิบัติการขนาดใหญ่ครั้งนี้

📌 สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • รวบตัวผู้ต้องหาได้ 15 ราย:แบ่งเป็นชาวจีน 11 ราย และชาวเมียนมา 4 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกจับกุมขณะกำลังนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวงเหยื่อ
  • ซ่อนตัวในบ้านหรู:แก๊งนี้ยอมจ่ายค่าเช่าบ้านสูงถึงเดือนละ 70,000 – 100,000 บาท เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการและพรางตัวจากสายตาของเจ้าหน้าที่
  • จ่ายเงินเดือนด้วยคริปโต:พนักงานในแก๊งได้รับเงินเดือนคนละ 50,000 บาท โดยรับเงินผ่านระบบสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบเส้นทางการเงิน
  • ขยายผลจับกุมบอสใหญ่:เจ้าหน้าที่กำลังเร่งประสานงานกับทางการจีน เพื่อกวาดล้างผู้อยู่เบื้องหลังหรือ “บอสใหญ่” ที่คอยสั่งการมาจากต่างประเทศ

ปฏิบัติการบุกค้นบ้านหรูใจกลางเชียงใหม่

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) สนธิกำลังร่วมกับ ตม.เชียงใหม่ นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบคฤหาสน์หรูจำนวน 2 หลัง ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรชื่อดัง พื้นที่หมู่ 4 ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี

เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปในบ้านหลังแรก ภาพที่เห็นคือกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนจำนวน 10 คน (ผู้ชาย 9 คน และผู้หญิง 1 คน) กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถืออย่างขะมักเขม้น เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและทำการยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง พร้อมโทรศัพท์มือถืออีกกว่า 45 เครื่อง

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านหลังที่สองในบริเวณใกล้เคียงกัน และพบผู้ต้องสงสัยเป็นคนต่างด้าวเพิ่มอีก 5 คน ประกอบด้วยชายชาวจีน 1 คน ชายชาวเมียนมา 3 คน และหญิงชาวเมียนมา 1 คน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสถานะและประวัติการเดินทางอย่างละเอียด

กลโกงและรูปแบบการทำงานของแก๊งสแกมเมอร์

จากการตรวจสอบข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ของกลาง เจ้าหน้าที่พบหลักฐานที่น่าตกใจอย่างมาก นั่นคือบัญชีรายชื่อของลูกค้าชาวจีนที่ตกเป็นเป้าหมายหลายหมื่นราย ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแก๊งสแกมเมอร์กลุ่มนี้มีการทำงานที่เป็นระบบและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

รูปแบบการหลอกลวงที่กลุ่มนี้นิยมใช้มีหลายวิธี ได้แก่:

  • การหลอกให้ทำประกันภัย:โทรศัพท์ไปข่มขู่หรือโน้มน้าวให้เหยื่อซื้อกรมธรรม์ประกันภัยปลอม
  • การบริการแลกเปลี่ยนเงินตรา:หลอกลวงเหยื่อที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้โอนเงินเข้าบัญชีม้า
  • การหลอกเรื่องพัสดุ:ใช้มุกคลาสสิกอย่างการอ้างว่ามีพัสดุผิดกฎหมายตกค้าง เพื่อให้เหยื่อหวาดกลัวและโอนเงินเพื่อเคลียร์คดี

ข้อมูลเชิงลึกยังระบุด้วยว่า พนักงานระดับปฏิบัติการเหล่านี้จะได้รับเงินเดือนสูงถึงคนละ 50,000 บาท โดยมี “บอสใหญ่” เป็นคนคอยสั่งการตรงมาจากประเทศจีน และเพื่อป้องกันการถูกตำรวจติดตามเส้นทางการเงิน พวกเขาจึงเลือกจ่ายเงินเดือนผ่านระบบคริปโตเคอร์เรนซีเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัลของแต่ละคนโดยตรง

พิรุธที่นำไปสู่การจับกุม

สิ่งที่น่าสนใจในคดีนี้คือ ความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ ข้อมูลอ้างอิงจากสำนักข่าว MGR Online ระบุว่า ก่อนหน้านี้บ้านหรูทั้งสองหลังเคยเป็นของชาวต่างชาติมาก่อน ก่อนที่จะมีคนไทยซื้อต่อเพื่อนำมาตกแต่งและปล่อยเช่า

กลุ่มผู้เช่าชาวจีนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมที่สร้างความสงสัยให้กับคนในชุมชนหลายอย่าง เช่น:

  1. ตั้งกฎเหล็กกับเจ้าของบ้าน:พวกเขาสั่งห้ามไม่ให้เจ้าของบ้านเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านเด็ดขาด เว้นแต่จะมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  2. พฤติกรรมยามวิกาล:พนักงานเก็บขยะของหมู่บ้านสังเกตเห็นว่า ในช่วงเวลาตี 3 ถึงตี 4 คนในบ้านหลังนี้ยังคงเปิดไฟ ส่งเสียงดัง และทำกิจกรรมต่างๆ เหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน
  3. กักตุนเสบียง:มีการสั่งซื้ออาหารแห้งและน้ำดื่มเข้าไปกักตุนในบ้านจำนวนมหาศาลจนผิดปกติ เหมือนพยายามหลีกเลี่ยงการออกไปนอกบ้าน

การดำเนินคดีและก้าวต่อไปของตำรวจ

หลังจากการเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พ.ต.ท.ชัยยะ จันติ๊บ พนักงานสอบสวน สภ.สารภี ได้ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และยึดเอกสารจำนวนมากเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาชาวจีนบางส่วนเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และบางส่วนมีสถานะอยู่เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายอนุญาต (Overstay)

ตำรวจได้ตั้งข้อหาหนักกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด ได้แก่ ความผิดฐาน “อั้งยี่ ซ่องโจร และฉ้อโกง”นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ประสานงานไปยังสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรายงานผลการจับกุมอย่างเป็นทางการ

ก้าวต่อไปของตำรวจภูธรภาค 5 คือการสืบสวนขยายผล และทำงานร่วมกับทางการจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามจับกุมเครือข่ายที่เหลือ และขุดรากถอนโคนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติกลุ่มนี้ให้หมดสิ้นไป เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ

ข่าวเด่นเชียงใหม่

ซานเจย์ เนกี จากอินเดีย คว้าอันดับ 1 ในการแข่งขันสปาร์ตัน เรซ เชียงใหม่

รถตู้รับส่งนักเรียนชนกับรถกระบะในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 27 ราย

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงใหม่– วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ชุดปราบปราม อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสันทราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบขายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ถือเป็นภัยอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ล่อซื้อปืนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ ใช้ชีวิต ให้คุ้มค่า ” ซึ่งโพสต์ขายปืนลมแรงดันสูงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 2,200 คน เมื่อทีมตรวจค้นไปถึงบ้านเป้าหมาย พบว่ามี สุนัข เฝ้าบ้าน 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานที่ดุร้ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำอาหารไปหลอกล่อให้สุนัขเชื่องและเดินออกไปก่อน จึงจะสามารถบุกเข้าไปในบ้านได้อย่างปลอดภัย

ประเด็นสำคัญ 

  • ตำรวจภาค 5 บุกค้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
  • เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาหารล่อสุนัขดุร้าย 3 ตัว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาวัย 50 ปีได้สำเร็จ
  • ผู้ต้องหาสั่งอะไหล่จากอินเทอร์เน็ตมาประกอบปืนขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน

เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังบ้าน ตำรวจก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโกดังผลิตอาวุธปืนเถื่อน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายดวงจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย ทันที พร้อมยึดของกลางเป็นปืนลมแรงดันสูง (PCP) จำนวน 4 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกล้องเล็ง กระสุนหัวตะกั่ว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 17 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนอีกหลายรายการ

จากการสอบถามเบื้องต้น นายดวงจันทร์เล่าว่าตนเองเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เขาใช้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการทำปืนเถื่อนมานานกว่า 15 ปีเป็นทุนเดิม โดยมักจะสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ชื่อดัง จากนั้นก็นำอะไหล่ทั้งหมดมานั่งประกอบชิ้นส่วนในห้องหลังบ้านของตนเอง

รายได้งามจากการขายอาวุธปืนออนไลน์

หลังจากประกอบปืนเสร็จ เขาจะนำสินค้าไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยตั้งราคาอยู่ที่กระบอกละ 9,500 ถึง 11,500 บาท นายดวงจันทร์รับสารภาพว่าเขาสามารถขายปืนได้ประมาณ 2 ถึง 5 กระบอกต่อเดือน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว ขณะนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว

เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสร้างความไม่ปลอดภัยในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนและกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของประชาชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากชายคนหนึ่งที่ เมาแล้วขับ รถเก๋งพุ่งชนพนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนนอยู่รอบคูเมืองอย่างขยันขันแข็ง

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับเพื่อนร่วมงานที่ยืนเห็นเหตุการณ์ ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์และต้องเร่งนำตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ชายวัย 48 ปี ขับรถเก๋งด้วยความเมา พุ่งชนพนักงานกวาดถนนของเทศบาลนครเชียงใหม่
  • ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 67 ปี เธอถูกชนและลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
  • ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับพุ่งสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

จุดเกิดเหตุริมคูเมืองเชียงใหม่

เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นบนถนนบุญเรืองฤทธิ์ บริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุและรีบลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมกับประสานงานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง นอกจากนี้ยังพบร่างของนางสาวสมจิตร จะอือ อายุ 67 ปี พนักงานกวาดขยะของเทศบาล ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันดังกล่าว

ทีมกู้ภัยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำร่างของเธอออกมาและหวังจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด ท่ามกลางความตกใจและเสียใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกฎหมาย

จากการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันก่อเหตุขับโดยนายชุมนัดภ์ มณีศิริ อายุ 48 ปี ในตอนที่เกิดเหตุเขามีอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก เขาขับรถมาตามเส้นทางปกติก่อนจะเสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายอย่างจัง

ตำรวจไม่ได้รอช้า รีบควบคุมตัวนายชุมนัดภ์ไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของเขา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป

ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ออกมาสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้หลายเท่า ตำรวจจึงควบคุมตัวเขาไว้ดำเนินคดี ก่อนที่ทนายความของผู้ก่อเหตุจะเดินทางมายื่นเรื่องขอประกันตัวในเวลาต่อมา

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ปัญหาเมาแล้วขับที่ยังแก้ไม่หาย

อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ ชุมชนในเชียงใหม่ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางสาวสมจิตรที่ต้องมาจบชีวิตลงขณะทำงานสุจริต หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น การขับรถขณะมึนเมาสุราไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของผู้กระทำผิดด้วย

แนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผู้คนบนท้องถนนไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะความประมาทของใครบางคน การปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องพิจารณาเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนในจุดที่พนักงานต้องทำงานในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ตำรวจบุกช่วย นศ.เชียงใหม่ ถูกแก๊งคอลฯ หลอกขังตัวรีดเงิน

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ งัดมุกใหม่มาใช้หลอกลวง มิจฉาชีพ กลุ่มนี้ได้หลอกนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งให้ไปขังตัวเองอยู่ภายในห้องพักโรงแรม จากนั้นก็บังคับให้แต่งเรื่องหลอกขอเงินจากพ่อแม่เพื่อนำไปโอนต่อเข้า บัญชีม้า

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหยื่อได้รับสายโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยปลายสายอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือ พวกเขาข่มขู่ว่าบัตรประชาชนของนักศึกษาถูกนำไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งไปพัวพันกับคดี ยาเสพติด และการฟอกเงินรายใหญ่

ประเด็นสำคัญ

  • แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่เหยื่อว่าพัวพันคดีฟอกเงิน เพื่อสร้างความหวาดกลัวและบังคับให้ทำตามคำสั่ง
  • มิจฉาชีพบังคับให้นักศึกษาแยกตัวไปอยู่โรงแรมคนเดียว และต้องเปิดกล้องวิดีโอคอลทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์แกะรอยจากเบาะแสที่เพื่อนแจ้งความคนหาย จนสามารถบุกเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย

วิธีการของแก๊งนี้ถือว่าแยบยลและเล่นกับความกลัวของเหยื่ออย่างมาก พวกเขาสั่งให้นักศึกษาแยกตัวออกจากเพื่อนฝูง ห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด พร้อมทั้งให้ไปเช่าโรงแรมอยู่เพียงลำพัง นอกจากนี้ยังบังคับให้เหยื่อเปิดกล้องวิดีโอคอลทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหว

เมื่อเหยื่อถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มิจฉาชีพก็เริ่มแผนการขั้นต่อไป พวกเขาขู่ให้นำเงินมาวางประกันเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หากไม่มีเงิน ก็บังคับให้นักศึกษาแต่งเรื่องโกหกพ่อแม่เพื่อขอเงิน เช่น อ้างว่าสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้ แต่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่เป็นค่ามัดจำบัญชี

เมื่อผู้ปกครองถูกหลอกและโอนเงินไปแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพทางโทรศัพท์จะสั่งให้นักเรียนโอนเงินทั้งหมดไปยังบัญชีสำรองหลายบัญชี โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการตรวจสอบทรัพย์สิน และเงินจะถูกคืนในภายหลัง

ตำรวจแกะรอยช่วยเหลือ บุกโรงแรมก่อนสูญเงิน

โชคดีที่เพื่อนของนักศึกษารายนี้สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงได้รีบไปแจ้งความคนหายตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อแกะรอยตามหาตัว จนกระทั่งทราบว่าเหยื่อไปเปิดห้องพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่

ทันทีที่ทราบพิกัด ตำรวจและผู้ปกครองได้บุกเข้าไปให้ความช่วยเหลือที่ห้องพัก เมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในสายวิดีโอคอลเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่มาช่วย พวกเขาก็รีบกดยกเลิกข้อความทั้งหมดแล้วตัดสายหลบหนีไปทันที ทำให้นักศึกษาคนนี้รอดพ้นจากการสูญเสียเงินจำนวนมากได้อย่างหวุดหวิด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนไปยังกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษาว่า หากมีสายแปลกโทรมาข่มขู่เรื่องคดีความ ให้รีบตั้งสติและตัดสายทิ้งทันที อย่าหลงเชื่อหรือทำตามคำสั่งใดๆ หากสงสัยให้รีบปรึกษาครอบครัวหรืออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน

สำหรับผู้ปกครอง หากบุตรหลานที่เรียนอยู่ต่างจังหวัดโทรมาขอเงินก้อนใหญ่กะทันหัน ขอให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น โดยเฉพาะการอ้างเรื่องทุนการศึกษา หรือมีพฤติกรรมเก็บตัวติดต่อยาก ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางมหาวิทยาลัยหรือเพื่อนสนิทของลูกให้แน่ใจก่อนโอนเงินเสมอ

ยุคนี้มิจฉาชีพมาในหลากหลายรูปแบบและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา หากท่านรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเหยื่อ หรือไม่สามารถติดต่อบุตรหลานได้ สามารถโทรแจ้งสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Thaipoliceonline.go.th เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ผู้ซื้อบ้านในเชียงใหม่ผงะ พบศพคุณยายที่หายตัวไป

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

SOi Dog FOundation

เชียงราย - Chiang Rai News 2 hours ago

ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ

ข่าวการเมือง Politics 2 hours ago

นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ข่าวการเมือง Politics 2 hours ago

สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า

เชียงราย - Chiang Rai News 2 hours ago

บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย

ข่าว - News 1 day ago

สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

เชียงใหม่ - Chiang Mai 1 day ago

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70

เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

สลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ

เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย

ข่าว - News 4 weeks ago

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด

เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

วิกฤต “ด้วงหนวดยาว” คุกคามไร่กาแฟในเชียงราย

การเงิน -Finance 4 weeks ago

วิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

เชียงใหม่ - Chiang Mai 4 weeks ago

ระทึกกลางดึก! สาวหึงโหด ขับรถไล่ชนอดีตแฟนหนุ่มกลางถนนเชียงใหม่

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 4 weeks ago

ระทึกเชียงราย! รวบ 2 หนุ่มซุกยาบ้า 6 แสนเม็ด ร้านส่งพัสดุเอะใจกล่องหนักผิดปกติ

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
สุขภาพและการแพทย์ Health 4 weeks ago

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech 4 weeks ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

Download Our App

Trending

Design a Mobile Site
View Site in Mobile | Classic
Share by: