เชียงราย – เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำ แม่น้ำโขง (นรข.) ประสบความสำเร็จในการสกัดกั้น อาชญากรรม ข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ พวกเขาได้เข้าจับกุมชายสองคน ที่พยายามลักลอบนำเงินสดจำนวนมากออกนอกประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณชายแดนแม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- การจับกุมผู้ต้องสงสัย:ทหารเรือจับกุมชายชาวไทยและชาวลาว หลังพบว่ามีท่าทีพิรุธบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง
- ยึดของกลางจำนวนมาก:เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดรวมกว่า 1.3 ล้านบาท ถูกมัดด้วยหนังยางและซ่อนอยู่ในสัมภาระ
- การดำเนินคดีตามกฎหมาย:ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเงินตราออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การนำของ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน ทีมเจ้าหน้าที่ได้ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว อย่างเข้มงวด
เป้าหมายหลักคือพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งมักถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบชายสองคนยืนอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน
ชายทั้งสองคนแสดงอาการลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพบเจ้าหน้าที่ ความผิดปกติและท่าทางที่มีพิรุธนี้ ทำให้ทีมลาดตระเวนตัดสินใจเข้าตรวจสอบทันที
ตรวจค้นพบเงินสดซุกซ่อนเตรียมข้ามแดน
เมื่อเจ้าหน้าที่ขอทำการตรวจค้นสัมภาระของชายทั้งสองคน พวกเขาได้พบกับหลักฐานสำคัญ ภายในกระเป๋ามีการซุกซ่อนเงินสดจำนวนมากเอาไว้เพื่อเตรียมข้ามพรมแดน
เงินสดดังกล่าวประกอบด้วยธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท และ 500 บาท จำนวนหลายมัด ธนบัตรทั้งหมดถูกรัดด้วยหนังยางอย่างแน่นหนา เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา
เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจนับอย่างละเอียด พบว่าเงินสดทั้งหมดมีมูลค่าสูงถึงกว่า 1,300,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดเงินสดทั้งหมดไว้เป็นของกลางในทันที
หลังจากการตรวจค้นพบของกลาง เจ้าหน้าที่ นรข. ได้ควบคุมตัวชายชาวไทยและชาวลาวไว้ทันที พวกเขาถูกตั้งข้อหาพยายามนำเงินสดออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง พื้นที่นี้ยังคงเป็นจุดเสี่ยงที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลบเลี่ยงกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา เพื่อปราบปรามการกระทำผิดข้ามชาติทุกรูปแบบ คุณสามารถอ่านรายละเอียดต้นฉบับได้ที่ ข่าวแนวหน้า
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง
การลักลอบนำเงินสดออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านระบบศุลกากร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ การกระทำเช่นนี้มักเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ ในภูมิภาค
รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงจึงต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นการไหลเวียนของเงินทุนผิดกฎหมาย
ประชาชนในพื้นที่ยังได้รับคำแนะนำให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที ความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยให้ชายแดนเชียงรายมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสกัดจับระทึก! แก๊งค้ายาซิ่งชนดะ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม
โรงเรียนบ้านดอยหลาน บีพีพี จังหวัดเชียงราย ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์กีฬาใหม่
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว
เชียงราย– กรมการปกครองสนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคง เปิดฉากกวาดล้างขบวนการ อาชญากรรม ข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อยุทธการ “เผยเงาเหนือ” ( ปฏิบัติการนอร์เทิร์นชาโดว์ ) เจ้าหน้าที่มุ่งเป้าตัดวงจรกลุ่ม มิจฉาชีพ ที่ใช้เอกสารปลอมและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร ขบวนการนี้ลักลอบนำคนต่างด้าวมาสวมสิทธิเพื่อทำบัตรประจำตัวของไทยโดยมิชอบในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ตำรวจ ภูธร จังหวัดเชียงราย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลุยตรวจสถานบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืนในเขตตัวเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุ อาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและ นักท่องเที่ยว การมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหา น้ำท่วม และระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป





