เชียงราย– เจ้าหน้าที่ตำรวจ จังหวัดเชียงราย เปิดปฏิบัติการสกัดจับ ขบวนการค้ายาเสพติด รายใหญ่อย่างดุเดือด ปฏิบัติการครั้งนี้เต็มไปด้วยความระทึกขวัญเมื่อกลุ่มคนร้ายพยายามขับรถหลบหนีและพุ่งชนรถของตำรวจถึงสองครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายไปได้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาที่ต้องการ ขนยาเสพติด "> ลักลอบขนยา เสพติดลงสู่พื้นที่ภาคกลางอย่างไม่เกรงกลัวความผิด
ประเด็นสำคัญ
- ยึดของกลางจำนวนมหาศาล:ตำรวจสามารถตรวจยึดยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) ได้มากถึง 600 กิโลกรัม ซึ่งถูกซุกซ่อนมาในรถตู้
- รวบแก๊งค้ายา 4 ราย:เจ้าหน้าที่สกัดจับผู้ร่วมขบวนการค้ายาได้ทั้งหมด 4 คน พร้อมยึดรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุรวม 4 คัน
- พฤติกรรมหลบหนีสุดระทึก:ผู้ต้องหาขับรถหลบหนีด่านตรวจและพุ่งชนรถของตำรวจถึงสองรอบ ก่อนจะจนมุมที่หน้าโรงพยาบาลพาน
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่ 18 ถึง 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ พวกเขาพบรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 3 คันขับตามกันมาบนถนนพหลโยธิน ขบวนรถนี้พยายามขับหลบเลี่ยงด่านตรวจในพื้นที่อำเภอแม่ลาวเพื่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมาย
เมื่อรถต้องสงสัยเข้าสู่พื้นที่อำเภอพาน ตำรวจชุดติดตามจึงประสานงานด่านตรวจปูแกงให้ช่วยสกัดจับ รถกระบะคันแรกถูกเรียกตรวจและสามารถจับกุมคนขับชาวลำปางได้ทันที แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดขึ้นเมื่อรถตู้และรถเก๋งที่ขับตามมาไหวตัวทัน พวกเขาตัดสินใจเลี้ยวรถหลบหนีอย่างรวดเร็ว
ฉากไล่ล่าและการเข้าสกัดจับสุดระทึก
คนขับรถตู้พยายามเร่งเครื่องหนีสุดชีวิตและพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไล่ตามมาจนพังเสียหาย เขาขับหลบหนีต่อไปตามถนนพหลโยธินจนถึงบริเวณหน้าโรงพยาบาลพาน ตำรวจจึงต้องตัดสินใจใช้รถตราโล่เข้าขวางทางเอาไว้ รถตู้คันดังกล่าวพุ่งชนซ้ำอีกครั้งจนต้องหยุดนิ่งในที่สุด
จากการตรวจค้นภายในรถตู้อย่างละเอียด ตำรวจพบกระสอบฟางจำนวน 24 ใบ ภายในบรรจุไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 600 กิโลกรัม ส่วนรถเก๋งอีกคันที่พยายามหนีก็ถูกสกัดจับไว้ได้เช่นกัน ทั้งคนขับรถตู้และรถเก๋งถูกควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมทันที ถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ได้อย่างหวุดหวิด
ปฏิบัติการปราบปรามยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น ในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง พวกเขาตามไปจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายเดียวกันได้อีก 1 รายที่จังหวัดลำพูน พร้อมกับยึดรถกระบะไว้ได้อีกหนึ่งคัน รวมผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด 4 รายตามรายงานข่าวจาก สยามรัฐ
ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางได้ถูกนำตัวส่งไปดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด การจับกุมครั้งนี้เป็นผลงานของตำรวจเชียงรายที่บูรณาการกำลังกันอย่างเข้มแข็งและรวดเร็ว นับเป็นการตัดวงจรยาเสพติดที่สำคัญและช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงภัยร้ายจากยาเสพติดที่มีต่อสังคมของเรา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ให้หมดไป ประชาชนทุกคนสามารถเป็นหูเป็นตาช่วยแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ได้เสมอ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปราศจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เจ้าหน้าที่เร่งเฝ้าระวังความเสี่ยงสารหนูปนเปื้อนในแหล่งน้ำเชียงราย
โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน
เชียงราย - Chiang Rai News
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
เชียงราย– เกิด อุบัติเหตุทางถนน สุดสลดขึ้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อ รถกระบะ คันหนึ่งเสียหลักตกหุบเขาลึกบริเวณข้างทางอย่างรุนแรง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยผู้ประสบเหตุทั้งหมดกำลังเดินทางไปร่วมพิธีฝังศพในหมู่บ้านบนดอยสูง
อุบัติเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1093 ซึ่งเป็นเส้นทางสายภูชี้ฟ้า-เวียงแก่น บริเวณหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ตำบลปอ ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก
สรุปประเด็นสำคัญ
- รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารรวม 11 คน เสียหลักตกหุบเขาลึกประมาณ 10-20 เมตร ที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- เหตุการณ์นี้ทำให้เยาวชนชายอายุ 15 ปี เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้โดยสารบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยมีอาการสาหัส 1 ราย
- กลุ่มผู้ประสบเหตุกำลังเดินทางไปร่วมงานศพ โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและ ตำรวจ สภ.เวียงแก่น ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จุดเกิดเหตุเป็นถนนสองช่องจราจรที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชัน แม้ว่าทางโค้งบริเวณนั้นจะไม่ได้คดเคี้ยวมากนัก แต่รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิก็เสียหลักพุ่งตกขอบถนน รถได้ไถลลงไปถึงก้นหุบเขาที่ลึกกว่า 20 เมตร
สภาพรถในที่เกิดเหตุพังยับเยิน และแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงจากการกระแทกอย่างหนัก มีรอยไถลไปกับต้นไม้และหน้าผาเป็นทางยาวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้โดยสารบางคนยังคงติดอยู่ในซากรถ ในขณะที่อีกหลายคนกระเด็นออกมาอยู่ด้านนอกตัวรถ
การปฐมพยาบาลและการนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังจากเจ้าหน้าที่ลงไปถึงจุดเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเป็นเยาวชนชายอายุประมาณ 15 ปี นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย และผู้บาดเจ็บทั่วไปอีก 9 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์กู้ชีพเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งไปยังโรงพยาบาลเวียงแก่นเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ นายเฉลิมพล เกษตรโสภา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลปอ เขาได้ขับรถพาลูกบ้านนั่งทั้งในห้องโดยสารและกระบะท้ายเพื่อไปร่วมงานศพ ก่อนที่รถจะมาประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง
การสืบสวนสาเหตุและข้อควรระวังในการขับขี่
ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบร่องรอยบนพื้นถนนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พวกเขาวางแผนที่จะสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียการควบคุมรถ
เหตุการณ์สลดครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับการขับขี่รถยนต์บนเส้นทางภูเขาที่ลาดชัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ ต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และที่สำคัญคือไม่ควรบรรทุกผู้โดยสารมากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 จังหวัดเชียงราย ได้เดินหน้าเสริมความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างจริงจัง นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมเครือข่ายเตือนภัยล่วงหน้า งานนี้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่โรงแรมเวียงอินทร์ อำเภอเมืองเชียงราย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบ น้ำท่วม ">เตือนภัยน้ำท่วมและดินถล่มให้พร้อมใช้งาน
เป้าหมายหลักของการจัดงานคือการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่และเครือข่ายในพื้นที่เชียงรายและพะเยา ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำ ได้ติดตั้งสถานีเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและน้ำป่าไปแล้วถึง 2,275 สถานี การอบรมครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อให้เครือข่ายบุคคลทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ประเด็นสำคัญ
- จังหวัดเชียงรายเร่งจัดอบรมเครือข่ายเตือนภัยน้ำท่วมและดินถล่ม เพื่อสร้างความพร้อมให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร
- กรมทรัพยากรน้ำกำลังดำเนินการอัปเกรดสถานีเตือนภัย 249 แห่งที่เริ่มเสื่อมสภาพ เพื่อให้ระบบมีความแม่นยำสูงสุด
- เป้าหมายหลักคือการผสานข้อมูลจากสถานีวัดน้ำเข้ากับการทำงานของชุมชน เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างทันท่วงที
เร่งซ่อมแซมและอัปเกรดสถานีเตือนภัย
สถานีเตือนภัยหลายแห่งในพื้นที่ลาดชันและที่ราบเชิงเขา ต้องทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องมานานกว่า 5 ปี อุปกรณ์สำคัญหลายชิ้นจึงเริ่มชำรุดและเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ด้วยเหตุนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝน
กรมทรัพยากรน้ำได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพสถานีเตือนภัยจำนวน 249 แห่ง การอัปเกรดครั้งนี้จะช่วยให้ระบบกลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบที่ทันสมัยจะส่งผลให้การประเมินสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนภัยมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
สร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายชุมชน
การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจำเป็นต้องควบคู่ไปกับบุคลากรที่มีความเข้าใจในพื้นที่ การฝึกอบรมในวันนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การยกระดับศักยภาพของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน เมื่อเครือข่ายสามารถนำข้อมูลการตรวจวัดมาวิเคราะห์ได้ พวกเขาก็จะสามารถเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำได้อย่างใกล้ชิด
ในท้ายที่สุด การแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและแม่นยำคือปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเตรียมความพร้อมที่ดีย่อมช่วยป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สิ่งนี้ถือเป็นการสร้างเกราะป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาวอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70
เชียงราย - Chiang Rai News
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
เชียงราย – วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างเต็มกำลัง โดยได้จัดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 งานนี้มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการเลือกตั้ง ดร.จตุรัฐชัย จินตนาสิทธิคุณ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเชียงราย เป็นผู้นำทีมจัดงานเพื่อรับประกันว่าทุกขั้นตอนจะราบรื่นที่สุด
การอบรมครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่เขต 1 ซึ่งประกอบด้วย 14 ชุมชน รวมทั้งหมด 23 หน่วยเลือกตั้ง โดยได้รับเกียรติจากนายประธาน พรหมเผ่า ผู้อำนวยการ กกต. ประจำ จังหวัดเชียงราย และนายยอด พรมลือ รองผู้อำนวยการ ลงพื้นที่สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีทีมหัวหน้างานอย่าง นางสาวนริศรา หงสกุล และนางสาวนภาวัลย์ บุญตัน ร่วมดูแลความเรียบร้อย การเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นนี้จัดขึ้นเพื่อลดข้อผิดพลาดในวันปฏิบัติงานจริง
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายหลัก:เทศบาลนครเชียงรายจัดอบรม กปน. เขต 1 ครอบคลุม 14 ชุมชน 23 หน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส
- วันเลือกตั้งจริง:การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เขต 1 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.
- เนื้อ หาการอบรม:เน้นการปฏิบัติจริงครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดคูหา การลงคะแนน ไปจนถึงการนับและรายงานผลคะแนน
ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อความถูกต้องแม่นยำ
สำหรับเนื้อหาการอบรมนั้น วิทยากรได้เน้นให้ความรู้ทั้งในส่วนของภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจำลองสถานการณ์จริง ผู้เข้าร่วมได้รับการถ่ายทอดขั้นตอนการลงคะแนนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการจัดพื้นที่คูหาเลือกตั้งให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีการสอนเทคนิคการนับคะแนนที่แม่นยำและการรายงานผลที่รวดเร็ว วิทยากรหลักประกอบด้วย นายมงคล ใบแสง นายสัมพันธ์ สุใจ และ น.ส.นภาพร จันทร์แก้ว ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์
เป้าหมายสูงสุดของการจัดอบรมคือการทำให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เขต 1 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 นี้ ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถเดินทางไปลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อได้ตั้งแต่เวลา 08.00 ถึง 17.00 น. ขอเชิญชวนชาวเชียงรายทุกคนออกมาร่วมใช้สิทธิและติดตามข่าวสาร การเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้ก้าวหน้าต่อไป





