เชียงราย – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงของ จังหวัดเชียงราย และ พะเยา หลังคาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายจะเพิ่มสูงขึ้นและอาจล้นตลิ่ง
การแจ้งเตือนโดยตรงช่วยให้ชุมชนเตรียมขนย้ายสิ่งของและวางแผนอพยพได้ทันเวลา โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ประเด็นสำคัญ
- ปภ. ส่งข้อความ Cell Broadcast เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงของเชียงรายและพะเยา
- เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเตรียมแผนอพยพและซักซ้อมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
- รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนได้รับงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อใช้รับมือและป้องกัน น้ำท่วม ในพื้นที่เร่งด่วน
ปภ. รายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำลาวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอาจล้นตลิ่งจนกระทบชุมชนริมแม่น้ำ ลำน้ำสาขา รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำ
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ตำบลป่าอ้อดอนไชยและตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย รวมถึงชุมชนโดยรอบ
คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
ประชาชนควรติดตามระดับน้ำและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการดังนี้
- ย้ายสิ่งของขึ้นไปไว้ในที่สูง
- นำรถยนต์ไปจอดในพื้นที่ปลอดภัย
- เก็บของมีค่าและเอกสารสำคัญให้มิดชิด
- ระวังสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจสัมผัสน้ำ
- ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้ยาก
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้นำชุมชนทันทีเมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือน
ปภ. ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ AIS, True และ NT ส่งข้อความ Cell Broadcast เตือนความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งไปยังประชาชนในตำบลป่าอ้อดอนไชยและตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย
เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินไปยังพื้นที่สูง หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นควรปฏิบัติตามแผนอพยพของชุมชนอย่างเคร่งครัด
แม่น้ำร่องช้างในพะเยาระดับน้ำเพิ่ม เตือนชุมชนริมฝั่ง
ปภ. ยังแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำร่อง ช้าง ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสล้นตลิ่ง กระทบชุมชนริมแม่น้ำ ลำน้ำสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้เคียง
พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง ได้แก่ ตำบลบุญเกิด ตำบลดอนศรีชุม และตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา รวมถึงพื้นที่โดยรอบ
ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามสถานการณ์น้ำ ย้ายทรัพย์สินและรถยนต์ขึ้นที่สูง ป้องกันเอกสารสำคัญและของมีค่าให้ปลอดภัย อีกทั้งควรระวังไฟฟ้ารั่วและตรวจสอบคนในครอบครัวหรือเพื่อนบ้านที่อาจต้องการความช่วยเหลือ
ปภ. ร่วมกับ AIS, True และ NT ส่งข้อความ Cell Broadcast แจ้งเตือนความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งไปยังประชาชนในตำบลบุญเกิด ตำบลดอนศรีชุม และตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
ประชาชนสามารถแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือผ่าน LINE บัญชี “DDPM Incident Reporting 1784
” โดยเพิ่ม LINE ID @1784DDPM
นอกจากนี้ ยังสามารถโทรแจ้งสายด่วนนิรภัย ปภ. หมายเลข 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือเสี่ยงฝนตกหนักระหว่างวันที่ 11 ถึง 13 สิงหาคม 2569
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 ออกคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วัน ระหว่างวันที่ 11 ถึง 13 สิงหาคม 2569 โดยบางพื้นที่อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ
วันที่ 11 สิงหาคม 2569
พื้นที่สีส้ม เสี่ยงฝนตกหนักมากกว่า 90 มิลลิเมตร
- ตาก: อุ้มผาง
พื้นที่สีเหลือง เสี่ยงฝนตกหนัก 35 ถึง 90 มิลลิเมตร
- เชียงใหม่: อมก๋อย
- น่าน: ปัว, ท่าวังผา, เชียงกลาง, สันติสุข, บ่อเกลือ
- พะเยา: ปง
- เชียงราย: เวียงแก่น
- แม่ฮ่องสอน: แม่สะเรียง, แม่ลาน้อย, สบเมย
- นครสวรรค์: แม่วงก์
- ตาก: แม่ระมาด, ท่าสองยาง, แม่สอด, พบพระ
- พิษณุโลก: นครไทย, ชาติตระการ, วัดโบสถ์
- เพชรบูรณ์: วังโป่ง
วันที่ 12 สิงหาคม 2569
พื้นที่สีส้ม เสี่ยงฝนตกหนักมากกว่า 90 มิลลิเมตร
- พะเยา: เชียงคำ, ปง
- เชียงราย: แม่จัน, เชียงแสน, แม่สาย
พื้นที่สีเหลือง เสี่ยงฝนตกหนัก 35 ถึง 90 มิลลิเมตร
- เชียงใหม่: อมก๋อย
- ลำปาง: แจ้ห่ม
- แพร่: สอง
- น่าน: เมืองน่าน, แม่จริม, บ้านหลวง, ปัว, ท่าวังผา, เวียงสา, ทุ่งช้าง, เชียงกลาง, สันติสุข, บ่อเกลือ, สองแคว, ภูเพียง, เฉลิมพระเกียรติ
- พะเยา: จุน, เชียงม่วน, ภูซาง
- เชียงราย: เมืองเชียงราย, เชียงของ, เทิง, พญาเม็งราย, แม่ฟ้าหลวง, เวียงเชียงรุ้ง, ดอยหลวง
- แม่ฮ่องสอน: แม่สะเรียง
- ตาก: ท่าสองยาง
วันที่ 13 สิงหาคม 2569
พื้นที่สีส้ม เสี่ยงฝนตกหนักมากกว่า 90 มิลลิเมตร
- ลำปาง: แม่เมาะ
- แพร่: ลอง, หนองม่วงไข่
- แม่ฮ่องสอน: เมืองแม่ฮ่องสอน, ปาย, ปางมะผ้า
พื้นที่สีเหลือง เสี่ยงฝนตกหนัก 35 ถึง 90 มิลลิเมตร
- เชียงใหม่: อมก๋อย, เวียงแหง, กัลยาณิวัฒนา, เมืองเชียงใหม่, แม่แจ่ม, เชียงดาว, ดอยสะเก็ด, แม่แตง, สะเมิง
- ลำปาง: เมืองลำปาง, เกาะคา
- อุตรดิตถ์: ท่าปลา
- แพร่: เมืองแพร่, ร้องกวาง, สูงเม่น, สอง
- น่าน: ปัว, เชียงกลาง, นาหมื่น
- พะเยา: เชียงม่วน, ปง
- แม่ฮ่องสอน: ขุนยวม, แม่สะเรียง, แม่ลาน้อย, สบเมย
- ตาก: แม่ระมาด, ท่าสองยาง, แม่สอด, พบพระ, อุ้มผาง
- เพชรบูรณ์: วิเชียรบุรี, หนองไผ่
คาดการณ์ปริมาณฝนสะสม 3 วัน ระหว่างวันที่ 11 ถึง 13 สิงหาคม 2569
พื้นที่สีแดง ปริมาณฝนสะสมมากกว่า 200 มิลลิเมตร
- แม่ฮ่องสอน: ปาย
พื้นที่สีส้ม ปริมาณฝนสะสม 150 ถึง 200 มิลลิเมตร
- แม่ฮ่องสอน: เมืองแม่ฮ่องสอน, ปางมะผ้า
ประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงควรติดตามประกาศสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมในพื้นที่ต่ำ
นายจเดศ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า หน่วยงานรับมือภัยพิบัติในท้องถิ่นยังคงซักซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยน้ำท่วม!! อ่างเก็บน้ำแม่ช้างขาว จังหวัดเชียงราย มีระดับน้ำสูง ใกล้ล้นแล้ว
ลุกเป็นไฟ! ดราม่าคัดเลือก อสม. เชียงราย ชาวบ้านงัดข้อระเบียบ ขอเลือกตั้งทั้งหมู่บ้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
เชียงราย– เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดเชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหา น้ำท่วม และระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่ง แม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่:เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย:มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน:ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
เชียงราย - Chiang Rai News
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
เชียงราย– เกิด อุบัติเหตุทางถนน สุดสลดขึ้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อ รถกระบะ คันหนึ่งเสียหลักตกหุบเขาลึกบริเวณข้างทางอย่างรุนแรง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยผู้ประสบเหตุทั้งหมดกำลังเดินทางไปร่วมพิธีฝังศพในหมู่บ้านบนดอยสูง
อุบัติเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1093 ซึ่งเป็นเส้นทางสายภูชี้ฟ้า-เวียงแก่น บริเวณหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ตำบลปอ ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก
สรุปประเด็นสำคัญ
- รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารรวม 11 คน เสียหลักตกหุบเขาลึกประมาณ 10-20 เมตร ที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- เหตุการณ์นี้ทำให้เยาวชนชายอายุ 15 ปี เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้โดยสารบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยมีอาการสาหัส 1 ราย
- กลุ่มผู้ประสบเหตุกำลังเดินทางไปร่วมงานศพ โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและ ตำรวจ สภ.เวียงแก่น ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จุดเกิดเหตุเป็นถนนสองช่องจราจรที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชัน แม้ว่าทางโค้งบริเวณนั้นจะไม่ได้คดเคี้ยวมากนัก แต่รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิก็เสียหลักพุ่งตกขอบถนน รถได้ไถลลงไปถึงก้นหุบเขาที่ลึกกว่า 20 เมตร
สภาพรถในที่เกิดเหตุพังยับเยิน และแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงจากการกระแทกอย่างหนัก มีรอยไถลไปกับต้นไม้และหน้าผาเป็นทางยาวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้โดยสารบางคนยังคงติดอยู่ในซากรถ ในขณะที่อีกหลายคนกระเด็นออกมาอยู่ด้านนอกตัวรถ
การปฐมพยาบาลและการนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังจากเจ้าหน้าที่ลงไปถึงจุดเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเป็นเยาวชนชายอายุประมาณ 15 ปี นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย และผู้บาดเจ็บทั่วไปอีก 9 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์กู้ชีพเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งไปยังโรงพยาบาลเวียงแก่นเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ นายเฉลิมพล เกษตรโสภา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลปอ เขาได้ขับรถพาลูกบ้านนั่งทั้งในห้องโดยสารและกระบะท้ายเพื่อไปร่วมงานศพ ก่อนที่รถจะมาประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง
การสืบสวนสาเหตุและข้อควรระวังในการขับขี่
ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบร่องรอยบนพื้นถนนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พวกเขาวางแผนที่จะสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียการควบคุมรถ
เหตุการณ์สลดครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับการขับขี่รถยนต์บนเส้นทางภูเขาที่ลาดชัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ ต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และที่สำคัญคือไม่ควรบรรทุกผู้โดยสารมากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต





