เชียงราย– ช่วงนี้ใครที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือต้องเตรียมร่มและเสื้อกันฝนให้พร้อม! กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศล่าสุด สำหรับ จังหวัดเชียงราย และ จังหวัดทางภาคเหนือ ของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย โดยจะมีผลตั้งแต่เวลา 12:00 น. ของวันนี้ (13 สิงหาคม 2569) ไปจนถึงเวลา 12:00 น. ของวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ข้อมูลล่าสุดระบุว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทางการเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและ น้ำป่าไหลหลาก
สำหรับสภาพอากาศโดยรวมในพื้นที่ภาคเหนือช่วงนี้ คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นร้อยละ 60 ถึง 70 ของพื้นที่ พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษได้แก่ จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน และตาก โดยคาดว่าอุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ 23-27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ 30-35 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ ยังมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมด้วยความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกชุกหนาแน่น:ภาคเหนือและเชียงรายจะมีฝนฟ้าคะนอง 60-70% ของพื้นที่ตลอดช่วง 13-15 สิงหาคมนี้
- เฝ้าระวังน้ำท่วม:ประชาชนต้องระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
- อุณหภูมิและลม:อากาศค่อนข้างเย็นสบายด้วยอุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส พร้อมมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน
จังหวัดเชียงรายยังคงเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงหลักที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง สภาพอากาศในตัวเมืองเชียงรายจะมีความชื้นสัมพัทธ์สูงถึง 90% ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะได้ง่าย ท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยเมฆเป็นส่วนมาก และอาจมีปริมาณฝนสะสมที่ต้องเฝ้าระวังตลอดทั้งวัน ใครที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ อุณหภูมิในเชียงรายช่วงนี้จะค่อนข้างคงที่ โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในช่วงกลางวันประมาณ 31-32 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในพื้นที่ลุ่มหรือพื้นที่รับน้ำ ทางการจึงขอความร่วมมือให้ชาวเชียงรายติดตามข่าวสารจาก กรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิดในช่วงสุดสัปดาห์นี้
คำแนะนำสำหรับการรับมือมรสุมในภาคเหนือ
สาเหตุหลักของสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักในช่วงนี้ มาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของประเทศ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาคเหนือต้องรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังบนท้องถนนเป็นพิเศษ เนื่องจากถนนอาจลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นอาจลดลงเหลือ 10 กิโลเมตร
การเตรียมตัวรับมือกับฝนตกหนักไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มต้นด้วยการพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอเมื่อต้องออกจากบ้าน นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบทิศทางของที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่มีสิ่งของจำเป็นไว้ล่วงหน้า เพื่อความไม่ประมาทในทุกสถานการณ์
ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและภาคการเกษตร
แน่นอนว่าสภาพอากาศเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงานหรือการใช้ชีวิตนอกบ้าน เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือควรเตรียมแผนรับมือเพื่อปกป้องพืชผลทางการเกษตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกหนักเกินไปอาจทำให้เกิดน้ำขังและส่งผลให้พืชผลเสียหายได้
ในทางกลับกัน ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับการเติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ สิ่งนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมอยู่เสมอคือหัวใจสำคัญ ที่จะช่วยให้เราก้าวผ่านสภาพอากาศช่วงฤดูมรสุมนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและไร้กังวล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ดุเดือดกลางดึก! ตชด. เชียงราย ไล่ล่ารถซิ่งฝ่าด่าน ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนกรณีเจ้าอาวาสวัดแม่คำสูญเสียเงิน 8.7 ล้านบาท
สภาพอากาศ - Weather
เตือนฉบับ 5! อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วม

เชียงราย– กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทย ตอนบนจะเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สภาพอากาศ - Weather
เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.

เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัยเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนใน ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงสัปดาห์นี้ ประกาศเตือนภัยฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ดังนั้นทุกคนควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 คาดว่าจะมีฝนพัดถล่มในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑลก็จะเจอกับฝนตกหนักเช่นเดียวกัน ซึ่งบางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
- พื้นที่เสี่ยงหลักครอบคลุมภาคเหนือ อีสานตอนล่าง กลาง (รวมกรุงเทพฯ) ตะวันออก และใต้
- ประชาชนควรเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและตรวจสอบข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
การเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัย
สภาพอากาศที่รุนแรงในครั้งนี้เกิดจากร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมากในหลายจังหวัด ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากคุณอยู่ในจุดเสี่ยง ควรเริ่มเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงตั้งแต่ตอนนี้
หน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้เริ่มปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้เตรียมกำลังพลสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันที
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน คุณควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นในช่วงนี้ ฝนที่ตกหนักทำให้ถนนลื่นและลดทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างรุนแรง หากไม่จำเป็นจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันอันตรายและปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด คุณสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลล่าสุดได้โดยตรงที่เว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดเวลา การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยให้คุณและครอบครัววางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในส่วนของเกษตรกร ควรเร่งหาแนวทางป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพืชผล พืชผลทางการเกษตรที่ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวอาจเน่าเสียได้หากเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน การเตรียมทางระบายน้ำที่ดีในพื้นที่เพาะปลูกจะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้มาก
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การตากฝนอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดได้ง่าย อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้านในระยะนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
สภาพอากาศ - Weather
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.

ตำรวจ เชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย– กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศแจ้งเตือนภัยระดับสีเหลืองและสีส้ม ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง กรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก ถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายนนี้ การแจ้งเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแบบจำลองสภาพอากาศชี้ตรงกันว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เสี่ยงทำให้เกิด น้ำท่วม ขังในเขตเมืองและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทางด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศแปรปรวนนี้จะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเกือบทุกภูมิภาค ชาวบ้านในพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ ขณะที่ชุมชนริมแม่น้ำสายหลักควรตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เฝ้าระวัง:ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงฝนตกสะสมตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน
- ความเสี่ยงหลัก:เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำสำคัญ
- การสั่งการ:ปภ. ระดมเครื่องสูบน้ำและเรือท้องแบนประจำจุดเสี่ยง พร้อมเปิดสายด่วน 1784 รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือและอีสานเฝ้าระวังดินสไลด์ กรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำขังรอระบาย
สถานการณ์ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากผืนดินในหลายอำเภออุ้มน้ำไว้เต็มพิกัดจากฝนสัปดาห์ก่อน หากมีฝนระลอกใหม่ตกลงมาซ้ำ พื้นที่ภูเขาจะสูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำ ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำห้วยท้ายน้ำด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้รับคำสั่งให้ปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัญหาหลักคือฝนตกสะสมในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มักเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำหลักตามถนนสายสำคัญอาจเกิดน้ำท่วมขังผิวจราจร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หน่วยงานท้องถิ่นได้เริ่มพร่องน้ำในคลองสายหลักและเตรียมเครื่องผลักดันน้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว
วิเคราะห์สภาพอากาศ: ร่องมรสุมกำลังแรงตัวการฝนระลอกใหญ่
ข้อมูลล่าสุดจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบายว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ปัจจัยนี้ช่วยเติมเต็มความชื้นเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ตลอดเวลา เมื่อปะทะกับมวลอากาศเย็นจากตอนบน จึงกลั่นตัวกลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ปกคลุมประเทศไทยเกือบทั้งประเทศ
คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงพื้นบ้านควรงดออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเล ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามแผนที่คาดการณ์ปริมาณฝนแบบเรียลไทม์ได้จากระบบเรดาร์ของทางราชการ
ประชาชนควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่บรรจุเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค น้ำดื่มสะอาด และอาหารแห้งไว้ให้พร้อม ยกข้าวของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้น ที่สำคัญที่สุดคือการตัดสะพานไฟในชั้นล่างหากพบว่าระดับน้ำเริ่มท่วมเข้ามาในตัวบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
หากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัยของ ปภ. ได้ที่หมายเลข 1784ตลอด 24 ชั่วโมง หรือส่งข้อความแจ้งพิกัดน้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชัน Line ทางการ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด





