เชียงราย – เทศบาลตำบลเวียง อำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย ประกาศเตรียมบูรณะและปิดทอง “พระพุทธนวล้านตื้อ” ณ บริเวณ สามเหลี่ยมทองคำ เพื่อให้ศูนย์รวมจิตใจแห่งนี้กลับมางดงามสมบูรณ์ การดำเนินงานนี้จะมีการกั้นพื้นที่ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยในระหว่างการซ่อมแซม ทางเทศบาลจะรีบแจ้งกำหนดการเปิดให้เข้าสักการะตามปกติทันทีเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
หากใครมีแผนเดินทางไปเที่ยวเชียงแสนในช่วงนี้ อาจจะต้องเผื่อเวลาและเผื่อใจไว้สักนิด ทางเทศบาลตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน ได้ออกมาแจ้งข่าวสำคัญให้ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และนักท่องเที่ยวทุกคนได้ทราบ ตอนนี้มีโครงการบูรณะซ่อมแซมองค์พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พระเชียงแสนสี่แผ่นดิน”
พระพุทธรูปองค์นี้ตั้งตระหง่านเป็นแลนด์มาร์กอยู่ที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ หมู่ที่ 1 บ้านสบรวก ตำบลเวียง จุดประสงค์หลักของการบูรณะคือการซ่อมแซมและปิดทองใหม่ทั้งหมด การทำงานครั้งนี้จะช่วยให้องค์พระกลับมาสวยงามตระการตา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพวกเราทุกคนได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
สรุปประเด็นสำคัญ
- เทศบาลตำบลเวียงเตรียมบูรณะและปิดทอง “พระพุทธนวล้านตื้อ” ณ สามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดเชียงราย
- จำเป็นต้องกั้นพื้นที่บางส่วนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกในการเข้าชม
- เมื่อการซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์ จะมีการประกาศเปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้ได้ตามปกติทันที
ศูนย์รวมใจแห่งลุ่มน้ำโขง
พระพุทธนวล้านตื้อ หรือพระเชียงแสนสี่แผ่นดิน เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักกว่า 69 ตัน องค์พระมีหน้าตักกว้างถึง 9.99 เมตร และมีความสูง 15.99 เมตร ประทับนั่งโดดเด่นอยู่บนเรือแก้วกุศลธรรมริมฝั่ง แม่น้ำโขง
สำหรับพี่น้องชาวเชียงราย ไม่ว่าจะเดินทางมาจากในเมือง หรือจากพื้นที่ใกล้เคียงอย่างตำบลเจริญเมือง ต่างก็คุ้นเคยกับความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี ผู้คนมักจะแวะเวียนมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลกันอยู่เสมอ ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไป สภาพอากาศและฝนตกชุกในพื้นที่อาจทำให้องค์พระมีรอยแตกร้าวหรือสีทองหมองลงไปบ้าง
การซ่อมแซมในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรักษาสมบัติอันล้ำค่าทางจิตใจของชาวเชียงแสนให้อยู่คู่ชุมชนต่อไปยาวนาน ข้อมูลจากสื่อ ข่าวท้องถิ่น ระบุว่าองค์พระเคยผ่านการตรวจสอบและปรับปรุงมาแล้วในอดีตเพื่อให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและปลอดภัย
แผนการทำงานและความปลอดภัย
ในระหว่างที่มีการบูรณะซ่อมแซม การเข้าไปกราบไหว้หรือใช้พื้นที่รอบๆ อาจจะไม่สะดวกเหมือนที่เคย ทางผู้รับเหมาและเทศบาลจำเป็นต้องจัดสรรและกั้นพื้นที่บางส่วนเอาไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยวและผู้ที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้น
เทศบาลตำบลเวียงได้ฝากคำขออภัยมายังประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน สำหรับความไม่สะดวกที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ แต่ขอให้มั่นใจว่าทีมงานทุกคนกำลังเร่งมือทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้องค์พระพุทธรูปกลับมางดงามโดยเร็วที่สุด

เตรียมตัวต้อนรับการกลับมา
เมื่อโครงการบูรณะและปิดทององค์พระเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ ทางเทศบาลตำบลเวียงจะรีบออกประกาศแจ้งให้ทราบทันที เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมาสักการะบูชาและถ่ายรูปสวยๆ ได้ตามปกติเหมือนที่ผ่านมา
ทางหน่วยงานขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมา หากโครงการนี้แล้วเสร็จ พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำจะกลับมามีชีวิตชีวา และมีพระพุทธรูปสีทองอร่ามที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกอีกครั้งอย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระบบป้องกันน้ำท่วมไฮเทค: เชียงรายใช้ AI และโดรนช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างไร
วิกฤติน้ำท่วมแม่สาย ด่านน้ำท่วมท่าขี้เหล็กพัง น้ำท่วมฉับพลันจากดอยลิไข่ น้ำท่วมถนนพหลโยธิน
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เกิดเหตุทะเลวิวาทรุนแรงบนถนนในเชียงใหม่!! นักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวบ้านปะทะกัน

เชียงใหม่– เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นใจกลางเมืองเชียงใหม่ เมื่อคลิปวิดีโอเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทรุนแรงแพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเผชิญหน้าอย่างดุเดือดระหว่างนักท่องเที่ยว ชาวจีน และคนไทยบนทางเท้าถนนท่าแพ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในเชียงใหม่
เรื่องราวความขัดแย้งนี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย หลายคนตั้งคำถามถึงสาเหตุที่แท้จริงและผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย ตำรวจ จึงต้องรีบลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อคลี่คลายสถานการณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุวิวาทระหว่างครอบครัวชาวจีน 9 คนและคนไทยบนถนนท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเดินชนไหล่กันโดยบังเอิญ
- ตำรวจตรวจสอบพบว่านักท่องเที่ยวจีนเข้าเมืองถูกกฎหมาย และพวกเขาไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับคู่กรณีชาวไทย
- เจ้าหน้าที่ยืนยันว่านี่เป็นเพียงปัญหาส่วนบุคคล ไม่กระทบความปลอดภัยของเชียงใหม่ พร้อมวอนคนไทยให้ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของตำรวจท่องเที่ยวและ สภ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ครอบครัวชาวจีนกลุ่มนี้เดินทางมาท่องเที่ยวด้วยกันทั้งหมด 9 คน ซึ่งมีทั้งเด็กเล็กและผู้สูงอายุรวมอยู่ด้วยในกลุ่ม
ขณะที่พวกเขาเดินเล่นพักผ่อนเพื่อชมเมืองอยู่นั้น ได้เดินสวนทางกับกลุ่มคนไทยจนเกิดการเฉี่ยวชนไหล่กันขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความไม่พอใจและเริ่มมีปากเสียงโต้เถียงกันในทันที สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็วจนนำไปสู่การผลักอกและลงมือ ทำร้ายร่างกาย กันริมถนน
โชคดีที่สมาชิกในครอบครัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เหลือ พยายามเข้ามาห้ามปรามและดึงตัวผู้ก่อเหตุแยกออกจากกัน เหตุการณ์ความวุ่นวายจึงสามารถยุติลงได้ในที่สุด หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไปตามทางของตนเองโดยไม่ได้เจรจากันต่อ
ตำรวจท่องเที่ยวเร่งจัดการ: ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คู่กรณีฝั่งคนไทยได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงไม่รอช้า รีบติดตามตัวครอบครัวชาวจีนที่ปรากฏในคลิปวิดีโอมาสอบถามข้อเท็จจริงทันทีเพื่อรวบรวมข้อมูล
ทางฝั่งนักท่องเที่ยวชาวจีนได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า พวกเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุลมุนนี้เช่นเดียวกัน แต่พวกเขาไม่ต้องการแจ้งความหรือดำเนินคดีทางกฎหมายใดๆ กับคู่กรณีชาวไทย พวกเขาเพียงแค่ต้องการมาเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวเท่านั้น
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวยังรู้สึกตกใจเมื่อรู้ว่ามีคนแอบถ่ายคลิปไปเผยแพร่ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ เพราะพวกเขาไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเลย อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้ให้ความร่วมมือในการให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดีในทุกขั้นตอน
2026/08/Untitled1.jpg" alt="ดุเดือดกลางเชียงใหม่! นทท.จีนปะทะคนไทยริมถนนท่าแพ ตำรวจเร่งเคลียร์ด่วน
" width="1024" height="596" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/Untitled1.jpg?w=1024&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/Untitled1.jpg?resize=300%2C175&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/Untitled1.jpg?resize=768%2C447&ssl=1 768w" sizes="auto, (max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ตรวจสอบสถานะวีซ่าชัดเจน: ยืนยันเข้าเมืองถูกต้อง
ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์ยังมีการตั้งข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสถานะการเข้าเมืองของชาวจีนกลุ่มนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางอย่างละเอียดเพื่อความโปร่งใสและสร้างความกระจ่างให้กับสังคม
ผลการตรวจสอบพบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนทุกคนมีวีซ่าที่ถูกต้อง และได้รับอนุญาตให้อยู่ใน ประเทศไทย อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ตำรวจเน้นย้ำว่าจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามหลักกระบวนการยุติธรรม

ภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่: วอนคนไทยร่วมใจเป็นเจ้าบ้านที่ดี
ทางด้านตัวแทนจากกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงความขัดแย้งระหว่างบุคคลเท่านั้น มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมด้านความปลอดภัยหรือ การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ แต่อย่างใด เชียงใหม่ยังคงเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนมีความมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของบ้านเมือง เชียงใหม่ยังคงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการต้อนรับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก ให้เข้ามาสัมผัสความสวยงามและวัฒนธรรมอันดีงามของภาคเหนือ
ในตอนท้าย เจ้าหน้าที่ได้ฝากข้อคิดและคำเชิญชวนถึงคนไทยทุกคน ให้ช่วยกันทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และรู้จักให้อภัย การสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร จะช่วยเสริมสร้างความประทับใจที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ภาคเหนือของประเทศไทยอยู่ในภาวะเตือนภัยระดับสูง!! เกิดน้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา
คลิปวิดีโอสุดช็อกจากเชียงใหม่เผยออกมาแล้ว! แก๊งอันธพาลทำร้ายพนักงานร้านขายกัญชาเนื่องจากข้อพิพาทเรื่องรักสามเส้าที่รุนแรง
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ชาวบ้านเชียงรายบุกสถานกงสุลเมียนมาร์ เรียกร้องให้นายมิน อ่อง ไหลง์ หยุดยั้งการปล่อยสารพิษจากเหมืองแร่ของจีน

เชียงราย – เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เครือข่ายประชาชนปกป้อง แม่น้ำ กก สาย รวก โขง ได้จัดกิจกรรมรวมตัวครั้งใหญ่ กลุ่มผู้ชุมนุมประกอบด้วยนักวิชาการและชาวบ้านจาก จังหวัดเชียงราย พวกเขาเดินทางมายังสถานกงสุลใหญ่พม่า ประจำจังหวัด ชาวจีน และชาวบ้านปะทะกัน">เชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมอย่างสันติ
เป้าหมายหลักของการประท้วงคือ การยื่นหนังสือถึง “ มินอ่องหล่าย ” ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งมีกำหนดการเดินทางมาเยือนประเทศไทยในสัปดาห์นี้ ชาวบ้านต้องการให้ทางการพม่าสั่งยุติเหมืองแร่ของนักลงทุนจีนทันที เนื่องจากเหมืองเหล่านี้ปล่อยสารพิษร้ายแรงลงสู่แม่น้ำที่ไหลข้ามพรมแดนมายังฝั่งไทย
ประเด็นสำคัญ
- การรวมพลังทวงคืนสายน้ำ:ประชาชนและนักวิชาการเชียงรายประท้วงหน้ากงสุลพม่า เรียกร้องให้ยุติเหมืองแร่จีนที่ก่อมลพิษข้ามชาติอย่างเร่งด่วน
- ผลกระทบรุนแรงในวงกว้าง:พื้นที่เกษตรกรรมกว่า 110,000 ไร่ และชาวเชียงรายกว่า 120,000 คน ต้องแบกรับความเสี่ยงจากน้ำปนเปื้อนโลหะหนักในชีวิตประจำวัน
- รัฐบาลพม่าปฏิเสธความจริง:ผู้นำพม่าอ้างว่าไม่มีเหมืองแร่ในพื้นที่ ซึ่งขัดแย้งกับภาพถ่ายดาวเทียมและจดหมายเตือนจากองค์การสหประชาชาติ
สะท้อนภาพจำลองปัญหาข้ามพรมแดน
บรรยากาศการชุมนุมหน้าสถานกงสุลเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นของชาวบ้าน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นายคอยดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมได้ปักหลักอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสัญจรและทางเข้าออกของสถานกงสุล
ไฮไลท์สำคัญของงานคือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชน ผู้ประท้วงได้สวมหน้ากากเป็นนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และหน้ากากของมินอ่องหล่าย พวกเขาได้ทำการโยนขวดน้ำที่จำลองการปนเปื้อนสารพิษไปมา เพื่อสะท้อนภาพความจริงที่เกิดขึ้นให้สังคมรับรู้
กิจกรรมนี้ช่วยตอกย้ำว่า มลพิษทางน้ำไม่ใช่แค่ปัญหาภายในประเทศใดประเทศหนึ่ง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ล้วนเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนทั้งภูมิภาค ดังนั้น การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงใจจากผู้นำของทั้งสองประเทศ

หายนะทางสิ่งแวดล้อมและปากท้องชาวบ้าน
ผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ในประเทศพม่าสร้างความเสียหายอย่างหนัก น้ำที่ปนเปื้อนสารพิษได้ไหลลงสู่พื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำโขง ส่งผลให้ชาวนาไทยต้องจำใจใช้น้ำที่มีสารพิษเพื่อเพาะปลูก ทั้งนาปีและนาปรังในพื้นที่รวมกว่า 110,000 ไร่
นอกจากนี้ ห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติยังถูกทำลายลงอย่างน่าตกใจ ชาวประมงในพื้นที่กว่า 60 หมู่บ้านต้องสูญเสียอาชีพอย่างกะทันหัน เหตุผลเพราะผู้บริโภคเกิดความหวาดกลัวสารโลหะหนักอย่าง ตะกั่ว แคดเมียม และปรอท ที่ตกค้างอยู่ในสัตว์น้ำ
สถานการณ์เลวร้ายจนถึงขั้นที่กระทรวงสาธารณสุขต้องออกคำเตือน ให้ประชาชนงดรับประทานสัตว์น้ำและเครื่องในปลาจากแหล่งน้ำเหล่านี้ วิกฤตนี้ยังลุกลามไปถึงระบบน้ำประปา ทำให้ชาวบ้านในตัวเมืองเชียงรายกว่า 120,000 คน ต้องเสี่ยงภัยจากการดื่มน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน ธุรกิจท่องเที่ยวริมแม่น้ำกกก็ได้รับผลกระทบจนซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด

คำปฏิเสธที่ค้านสายตาชาวโลก
ความเดือดร้อนของชาวบ้านเคยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในระดับนานาชาติแล้ว องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ส่งจดหมายร่วมเพื่อตักเตือนรัฐบาลพม่าเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 โดยระบุชัดเจนว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมข้ามแดนอย่างร้ายแรง
ทว่าในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 รัฐบาลทหารพม่ากลับส่งจดหมายตอบโต้ด้วยการปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ทางการพม่าอ้างว่าไม่มีการทำเหมืองแร่ในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำกก ซึ่งข้ออ้างดังกล่าวขัดแย้งกับภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นพื้นที่ทำเหมืองอย่างชัดเจน
จากรายงานของ สำนักข่าวประชาไท เครือข่ายประชาชนมองว่าการกระทำเช่นนี้ของทางการพม่า เป็นการดูหมิ่นองค์การสหประชาชาติและละเลยความทุกข์ร้อนของคนไทย พวกเขาจึงเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่ายอมรับความจริง และสั่งยุติการทำเหมืองแร่ทุกชนิดทันที จนกว่าระบบนิเวศจะได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาปลอดภัยอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตน้ำท่วมภาคเหนือ: น้ำป่าทะลักเชียงราย-แม่ฮ่องสอน เตือน 17 จังหวัดรับมือด่วน
วิกฤตแม่น้ำปนเปื้อนเชียงราย: สหประชาชาติลงพื้นที่หาทางออก ขณะชาวบ้านผวาภัยโลหะหนักข้ามแดน
เชียงใหม่ - Chiang Mai
คลิปวิดีโอสุดช็อกจากเชียงใหม่เผยออกมาแล้ว! แก๊งอันธพาลทำร้ายพนักงานร้านขายกัญชาเนื่องจากข้อพิพาทเรื่องรักสามเส้าที่รุนแรง

ชาวจีน และชาวบ้านปะทะกัน">เชียงใหม่– เหตุการณ์สุดระทึกนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่กลางดึกวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งคาดว่าเป็นแก๊งบิ๊กไบค์ ได้บุกเข้าไปในร้านกัญชาชื่อ WEED ME พวกเขาตรงเข้าไปทำร้ายพนักงานชายในร้านอย่างอุกอาจ ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
กล้องวงจรปิด อีกมุมหนึ่งสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์นี้เอาไว้อย่างชัดเจน ผู้ก่อเหตุได้ใช้อำนาจข่มขู่และบังคับให้พนักงานชายคนดังกล่าวคุกเข่าลงกับพื้น จากนั้นเขาถูกสั่งให้คลานเข้ามากราบเท้าเพื่อขอขมาในสิ่งที่เกิดขึ้น
ประเด็นสำคัญ
-
- กลุ่มแก๊งบิ๊กไบค์บุกทำร้ายพนักงานชายร้านกัญชาชื่อดังกลางเมืองเชียงใหม่อย่างรุนแรง
- ผู้ก่อเหตุอ้างปมแค้นเรื่องชู้สาว พร้อมสั่งลูกน้องถ่ายคลิปและขโมยกล้องวงจรปิดเพื่อทำลายหลักฐาน
- เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ช้างเผือก กำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อล่าตัวผู้กระทำผิด
นาทีระทึก! เตะเสยคางและกระทืบซ้ำเหยื่ออย่างโหดเหี้ยม
หลังจากที่ผู้เสียหายยอมทำตามคำสั่งโดยการคลานเข้ามากราบเท้า ชายผู้ก่อเหตุกลับไม่หยุดความรุนแรง เขาใช้เท้าเตะเสยเข้าที่ปลายคางของพนักงานชายอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ร่างของผู้เสียหายกระเด็นล้มลงไปนอนนิ่งอยู่บนพื้นทันทีโดยไม่อาจขัดขืนได้
แม้ว่าพนักงานชายจะพยายามยกมือขึ้นไหว้และกล่าวคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ยังไม่มีท่าทีจะเห็นใจ พวกเขาบุกเข้าไปกระทืบซ้ำและลากร่างของผู้เสียหายไปทำร้ายต่ออีกหลายครั้ง การกระทำอันโหดร้ายนี้ส่งผลให้เหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะและใบหน้า
นอกจากความรุนแรงทางร่างกายแล้ว กลุ่มผู้ก่อเหตุยังแสดงพฤติกรรมที่น่าตกใจยิ่งกว่า พวกเขาสั่งให้ลูกน้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอและภาพนิ่งเอาไว้ การกระทำนี้เชื่อว่าทำไปเพื่อแสดงความสะใจ ซึ่งถือเป็นการคุกคามสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง
2026/08/2-1.jpeg" alt="คลิปวิดีโอสุดช็อกจากเชียงใหม่เผยออกมาแล้ว! แก๊งอันธพาลทำร้ายพนักงานร้านขายกัญชาเนื่องจากข้อพิพาทเรื่องรักสามเส้าที่รุนแรง" width="1024" height="651" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-1.jpeg?w=1024&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-1.jpeg?resize=300%2C191&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-1.jpeg?resize=768%2C488&ssl=1 768w" sizes="auto, (max-width: 740px) 100vw, 740px" />
เปิดปมแค้นเรื่องชู้สาวและการบ่อนทำลายหลักฐานสำคัญ
จากข้อมูลการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุหลักของการทำร้ายร่างกายครั้งนี้ มาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว ชายผู้ก่อเหตุกล่าวหาอย่างหนักแน่นว่าพนักงานชายคนนี้แอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนสาวของตน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังคงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างจากฝ่ายผู้ก่อเหตุเพียงฝ่ายเดียว
สังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังจากการทำร้ายร่างกายเสร็จสิ้นลง กลุ่มแก๊งบิ๊กไบค์ไม่ได้ขับรถหลบหนีไปทันที พวกเขาได้วางแผนมาเป็นอย่างดีด้วยการค้นหาเมมโมรีการ์ดในร้าน
กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ถอดเมมโมรีการ์ดจากกล้องวงจรปิดภายในร้านกัญชาติดตัวไปด้วย การขโมยอุปกรณ์บันทึกภาพนี้ทำไปเพื่อหวังทำลายหลักฐานสำคัญทางคดี ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะพากันขับรถหลบหนีไปอย่างลอยนวล
การดำเนินคดีทางกฎหมายและการทวงคืนความยุติธรรม
ล่าสุดผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บได้รวบรวมความกล้าเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ เขาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อขอให้กระบวนการทางกฎหมายช่วยจัดการกับกลุ่มผู้ก่อเหตุเหล่านี้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังเร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดจากมุมอื่นๆ ตามเส้นทางหลบหนี ตำรวจมั่นใจว่าด้วยหลักฐานที่มีอยู่ จะสามารถระบุตัวตนและติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ประชาชนต่างหวังว่าผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวมาลงโทษโดยเร็ว หากคุณต้องการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านข่าวต้นฉบับได้โดยตรงที่เว็บไซต์ MGR Online








































